"เอกนิติ" ร่วมเปิดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ "Royal Pavilion" ในการประชุมประจำปีของ IMF และ World Bank พร้อมถ่ายทอดแนวพระราชดำริด้านการพัฒนาของในหลวงรัชกาลที่ 9 ผ่านการนำเสนอความสำเร็จของโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริและหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงที่ส่งเสริมความยั่งยืนและช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนมาตลอด 7 ทศวรรษ
12 ต.ค. 2569 นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ร่วมพิธีเปิดงานนิทรรศการ Royal Pavilion และ Thailand Pavilion ในการประชุมประจำปีของกองทุนการเงินระหว่างประเทศและธนาคารโลก หรือ IMF-World Bank Annual Meetings 2026
โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยนายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย, นายอาเจย์ บังกา ประธานกลุ่มธนาคารโลก และนางคริสตาลินา จอร์จีวา กรรมการผู้จัดการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ เข้าร่วมในพิธีด้วย
นายเอกนิติ กล่าวว่า นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติครั้งนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “The Royal Legacy: Empowering People, Building Resilience” เพื่อถ่ายทอดแนวพระราชดำริด้านการพัฒนาของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในหลวงรัชกาลที่ 9 ผู้ทรงวางรากฐานความเข้มแข็งและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนมายาวนานกว่า 7 ทศวรรษ
นอกจากนี้ นิทรรศการนี้ยังจัดขึ้นในวาระที่ประเทศไทยกำลังจะเฉลิมฉลองวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพครบ 100 ปี ในปี 2570
โดยพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงอุทิศพระองค์เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของพสกนิกรชาวไทยตลอดรัชสมัย พระราชกรณียกิจของพระองค์ยังเป็นคุณูปการต่อเศรษฐกิจไทยสืบเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน
ผ่านโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริและหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งส่งเสริมให้ประชาชนดำรงชีวิตอย่างพอประมาณและยั่งยืน ควบคู่ไปกับการสร้างอนาคตให้คนรุ่นต่อไป ยกตัวอย่างเช่น
- การส่งเสริมให้เกษตรกรบนพื้นที่สูงในจังหวัดเชียงใหม่หันมาปลูกกาแฟแทนการปลูกฝิ่น
- การพัฒนาแหล่งน้ำให้เกษตรกรในจังหวัดกาฬสินธุ์มีน้ำใช้ในฤดูแล้ง
- การพัฒนาการประมงน้ำจืดเพื่อช่วยเหลือชาวประมงในจังหวัดพัทลุง
นอกจากนี้ นายเอกนิติ ยังกล่าวถึง พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดี ศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี ว่า ทรงสืบสาน รักษา และต่อยอดพระราชปณิธานดังกล่าว โดยยึดคุณภาพชีวิตของประชาชนเป็นหัวใจของการพัฒนา
นอกจาก Royal Pavilion แล้วยังมีนิทรรศการ Thailand Pavilion อีก 3 นิทรรศการ ที่นำเสนอเรื่องโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลสาธารณะ (Digital Public Infrastructure: DPI) ความยั่งยืน และสุขภาวะ เพื่อแสดงแนวทางของประเทศไทยในการรับมือกับความท้าทายของโลกยุคปัจจุบัน





