“ชาย เอี่ยมศิริ” เปิดใจหลังเทขายหุ้น THAI ระบุเป็นการตัดสินใจบริหารทรัพย์สินส่วนบุคคล ภายหลังยุติบทบาทในฐานะผู้บริหาร แจงปมข้อกล่าวหาจัดซื้อไวน์ ทำตามระเบียบบริษัท พร้อมรับกระบวนการตรวจสอบ
นายชาย เอี่ยมศิริ อดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงสาเหตุของการขายหุ้น THAI จำนวน 45,000 หุ้น โดยระบุว่า ภายหลังการหยุดปฏิบัติหน้าที่ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ผมเห็นว่าไม่มีเหตุผลที่จะต้องคงผลประโยชน์ทางการเงินส่วนบุคคลไว้กับบริษัทอีกต่อไป
การจำหน่ายหุ้นจึงเป็นการตัดสินใจบริหารทรัพย์สินส่วนบุคคล เพื่อยุติความเชื่อมโยงในฐานะผู้ถือหุ้นภายหลังจากที่บทบาทและความรับผิดชอบในฐานะผู้บริหารได้สิ้นสุดลงแล้ว และข้าพเจ้าขอส่งมอบทั้งหน้าที่ ความรับผิดชอบอย่างเต็มที่ต่อจากนี้
สำหรับข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการจัดซื้อไวน์ ข้าพเจ้ายืนยันว่าการดำเนินการเป็นไปตามกระบวนการของบริษัท มีเอกสารและหลักฐานที่ตรวจสอบได้ และพร้อมให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบอย่างเต็มที่
การสิ้นสุดบทบาทในวันนี้ มิได้หมายความว่าข้าพเจ้าจะต้องยอมรับข้อกล่าวหาที่ยังไม่ได้รับการพิสูจน์
การจำหน่ายหุ้นครั้งนี้เป็นการตัดสินใจส่วนบุคคลภายหลังสิ้นสุดบทบาทบริหาร มิใช่การแสดงความเห็นต่อฐานะ ผลการดำเนินงาน หรือแนวโน้มในอนาคตของบริษัท และมิได้อาศัยข้อมูลภายในที่ยังมิได้เปิดเผยต่อสาธารณะ
ทั้งนี้ผมยังคงเหลือหุ้นจำนวน 500 หุ้นที่ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ยังไม่โอนเข้าพอร์ต
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (12 ต.ค. 2569) สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) รายงานการเปลี่ยนแปลงการถือหลักทรัพย์และสัญญาซื้อขายล่วงหน้าของผู้บริหาร (แบบ 59) บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) หรือ THAI
โดยพบว่า นายชาย เอี่ยมศิริ กรรมการบริษัท ได้รายงานการขายหุ้นสามัญ THAI เมื่อวันที่ 9 ต.ค. 2569 จำนวน 45,000 หุ้น ที่ราคาเฉลี่ยหุ้นละ 5.60 บาท คิดเป็นมูลค่ารวม 252,000 บาท ทำรายการผ่านระบบซื้อขายของตลาดหลักทรัพย์ (Auto Matching) ผ่านบริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) และภายหลังการ นายชาย คงเหลือถือหุ้น THAI จำนวน 500 หุ้น
ทั้งนี้ การขายหุ้นดังกล่าวเกิดขึ้นภายหลังคณะกรรมการ (บอร์ด) การบินไทย เมื่อวันที่ 2 ต.ค.2569 มีมติให้นายชายหยุดปฏิบัติหน้าที่ประธานเจ้าหน้าที่บริหารอย่างไม่มีกำหนด ซึ่งเป็นการหยุดปฏิบัติหน้าที่ก่อนครบวาระการดำรงตำแหน่งเดิมในวันที่ 31 ม.ค. 2570 พร้อมทั้งบอร์ดยังมีมติสั่งตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการบริหารจัดการในภาวะวิกฤติ และมีกระแสข่าวว่าจะมีการตรวจสอบข้อกล่าวหาทุจริตจัดซื้อไวน์





