วันจันทร์ ที่ 12 ตุลาคม 2569

Login
Login

‘ปธน.สิงคโปร์’ หนุนใช้ AI พลิกโฉมตลาดแรงงาน ชูแนวคิดบริษัทคนเดียว ปฏิรูปการศึกษายุคใหม่

"ทาร์มัน" ปธน.สิงคโปร์ กล่าวบนเวที WB-IMF มอง AI จะเข้ามาเปลี่ยนโฉมตลาดแรงงาน ลบเส้นแบ่งระหว่างลูกจ้างกับผู้ประกอบการ ส่งเสริมให้เกิดแนวคิด "บริษัทคนเดียว" แต่ก็สร้างความเสี่ยงเศรษฐกิจแบบ K-shaped แนะส่งเสริมอาชีพที่ AI แทนที่ได้ยาก เร่งปฏิรูปการศึกษา ลดทฤษฎี-เน้นปฏิบัติ ให้นักศึกษาทำงานในองค์กรจริง แก้ปัญหาบัณฑิตจบใหม่หางานยาก

นายทาร์มัน ชันมูการัตนัม ประธานาธิบดีสาธารณรัฐสิงคโปร์ กล่าวในการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก หรือ IMF-World Bank Group AM 2026(IMF-World Bank) ว่า การมาถึงของเทคโนโลยี AI ไม่ใช่สิ่งชั่วคราวเหมือนโรคระบาดที่โลกของเราเคยเผชิญ แต่คือการก้าวเข้าสู่ยุคสมัยใหม่อย่างแท้จริง

ทั้งนี้ แม้การเติบโตทางเศรษฐกิจจะมีความสำคัญ แต่ลำพังการเติบโตเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอต่อการสร้างงานที่มีคุณภาพอีกต่อไป เนื่องจากปัจจุบันในหลายประเทศ เช่น จีน อินเดีย และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เริ่มเห็นสัญญาณความแยกส่วนระหว่างการขยายตัวทางเศรษฐกิจกับการจ้างงานที่ยังอ่อนแอ ซึ่งหากปล่อยไว้ AI จะยิ่งถ่างช่องว่างความเหลื่อมล้ำนี้ให้กว้างขึ้น

ปธน.สิงคโปร์ กล่าวต่อไปว่า แนวคิด “Small AI” หรือปัญญาประดิษฐ์ขนาดเล็กที่นำไปใช้งานเฉพาะด้าน กำลังจะลบเลือนเส้นแบ่งระหว่างการเป็นลูกจ้างกับการเป็นผู้ประกอบการอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน และนำไปสู่การเติบโตของ “บริษัทที่มีคนคนเดียว” (one-person company)

 

ด้วยความสามารถของเทคโนโลยี AI จะช่วยให้ผู้เล่นรายย่อยเข้าถึงตลาดและเทคโนโลยีขั้นสูงได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วยต้นทุนที่ต่ำลงอย่างมาก ยกตัวอย่างมณฑลเจ้อเจียง ประเทศจีน ที่จัดตั้งกลุ่มพันธมิตรบริการเพื่อสนับสนุนบริษัทคนเดียว ทั้งการจัดหาโมเดล AI, พลังงาน, และบริการทางวิชาชีพ ซึ่งถือเป็นรูปแบบการจ้างงานใหม่ที่ภาครัฐต้องส่งเสริม

“AI กำลังจะลบเลือนเส้นแบ่งระหว่างการเป็นพนักงานลูกจ้างกับการเป็นผู้ประกอบการ เกิดเป็นบริษัทที่มีคนแค่คนเดียว จากผู้เล่นรายย่อยที่ใช้ AI จะสามารถเข้าถึงตลาดและเทคโนโลยีได้ สร้างประสิทธิภาพมากขึ้นมหาศาล ด้วยต้นทุนที่ต่ำลง”

ขณะเดียวกัน นายทาร์มันได้แสดงความกังวลอย่างยิ่งต่อความเสี่ยงของเศรษฐกิจและตลาดแรงงานรูปตัว K หรือ K-shaped economy เนื่องจากคลื่นเทคโนโลยีระลอกนี้ส่งผลกระทบต่อกลุ่มแรงงานทักษะระดับกลางเป็นวงกว้าง แตกต่างจากคลื่นระบบอัตโนมัติในอดีตที่กระทบเฉพาะแรงงานระดับล่าง

อย่างไรก็ดี ประเทศกำลังพัฒนาต้องส่งเสริมการสร้างงานที่ AI ไม่สามารถเข้ามาแทนที่ได้ง่าย แต่เป็นอาชีพที่นำ AI มาช่วยเสริมประสิทธิภาพการทำงาน ได้แก่

1. ภาคสาธารณสุข ที่ยังมีความต้องการแพทย์ พยาบาล และบุคลากรสุขภาพชุมชนอีกมหาศาล

2. ภาคพลังงานหมุนเวียน (Green Energy) ที่สร้างงานได้มากกว่าพลังงานฟอสซิลถึง 3 เท่าต่อเม็ดเงินลงทุน

3. ภาคการผลิต (Manufacturing) ซึ่งประเทศกำลังพัฒนาหลายประเทศยังมีข้อได้เปรียบด้านต้นทุน และสามารถเชื่อมโยงแรงงานเข้าสู่อุตสาหกรรมได้

‘ปธน.สิงคโปร์’ หนุนใช้ AI พลิกโฉมตลาดแรงงาน ชูแนวคิดบริษัทคนเดียว ปฏิรูปการศึกษายุคใหม่

ในมิติของการพัฒนาทักษะและการศึกษา นายทาร์มัน กล่าวว่า ผลกระทบของ AI จะเกิดขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป ทำให้แรงงานยังมีเวลาปรับตัว ทว่าปัญหาเร่งด่วนคือบัณฑิตจบใหม่เริ่มหางานยากขึ้น ดังนั้น ภาครัฐจึงจำเป็นต้องออกมาตรการจูงใจภาคเอกชนให้เปิดรับบัณฑิตจบใหม่เข้าทำงานจริง ควบคู่ไปกับการรื้อโครงสร้างการศึกษาระดับอุดมศึกษาที่ปัจจุบันเน้นหนักแต่วิชาการมากเกินไป

โดยข้อมูลของสหรัฐ ชี้ว่าความเชื่อมโยงระหว่างวุฒิการศึกษากับโอกาสทางอาชีพและผลตอบแทนลดลงอย่างมีนัยสำคัญ กล่าวคือ ปริญญาไม่ได้ยืนยันว่าบัณฑิตจบใหม่จะได้งานที่ดีและมีรายได้สูง ในการนี้ ระบบการศึกษาต้องเร่งปรับตัวสู่รูปแบบการศึกษาเชิงประยุกต์และ การศึกษาแบบทวิภาคี หรือ Dual Model ที่ให้นักศึกษาใช้เวลาทำงานจริงในองค์กรต่าง ๆ โดยรวมเข้าเป็นส่วนหนึ่งของหลักสูตร

“เราต้องปรับปรุงระบบการศึกษาให้คล่องตัวและยืดหยุ่น ลดวิชาการและเน้นการปฏิบัติจริง ให้การทำงานเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนรู้ มีการฝึกงานและเรียนรู้งานในองค์กรมากขึ้น นั่นคือรูปแบบการศึกษาแบบ Dual Model ที่นักเรียนจะได้ใช้เวลาอย่างจริงจังในบริษัท ระหว่างการเรียนในมหาวิทยาลัย”

พร้อมกันนี้ ต้องมีความยืดหยุ่น (agility) ในการจัดการศึกษา ไม่ยึดติดกับรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง เนื่องจากอนาคตในอีก 5 ปียังคงมีความไม่แน่นอนสูง

“เป้าหมายที่ผมอยากเห็นผ่านการใช้ AI ในอีก 5 ปีข้างหน้า คือ AI จะเข้ามาพัฒนาขีดความสามารถสูงสุดของมนุษย์ ช่วยลดช่องว่างทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง และลดความเหลื่อมล้ำระหว่างกลุ่มประเทศกำลังพัฒนากับกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว อย่างที่เคยเกิดขึ้นในเอเชียตะวันออก”