วันจันทร์ ที่ 12 ตุลาคม 2569

Login
Login

CEO หวังไทยกลับสู่สายตาโลก ถึงเวลา ‘ขอบฟ้าใหม่’ เปิดฉาก IMF-World Bank

“ไทย” เจ้าภาพ IMF-World Bank Annual Meetings วันที่ 12-18 ต.ค.อีกครั้งในรอบ 35 ปี พร้อมดัน Bangkok Blueprint รับมือภัยไซเบอร์ “ซีอีโอไทย” หวังสร้างโอกาสไทยกลับสู่สายตาโลก ท่ามกลางความขัดแย้งภูมิรัฐศาสตร์ พร้อมข้อเสนอสร้างขอบฟ้าใหม่ เร่งเครื่องยนต์เศรษฐกิจ เปิดช่องสร้างเครือข่ายระดับโลก

KEY POINTS

  • ผู้บริหารระดับสูงมองว่าการประชุม IMF-World Bank เป็นโอกาสครั้งประวัติศาสตร์ที่ไทยจะกลับมามีบทบาทโดดเด่นในเวทีโลกอีกครั้ง โดยเฉพาะในฐานะผู้นำอาเซียน และเป็นเวทีแสดงศักยภาพเพื่อดึงดูดการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ในอุตสาหกรรมเป้าหมายแห่งอนาคต เช่น AI และ EV
  • ภาคเอกชนคาดหวังให้ไทยใช้โอกาสนี้ยกระดับสู่การเป็นศูนย์กลางทางการเงินของภูมิภาค และฉายภาพการเป็นพันธมิตรที่เป็นกลางและพื้นที่ปลอดภัยสำหรับการลงทุน ท่ามกลางความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์
  • แนวคิด "Thailand New Horizon" หรือ "ขอบฟ้าใหม่" ของไทยจะถูกนำเสนอ โดยมีการเสนอเครื่องยนต์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจใหม่ ทั้งในระยะสั้น-ยาว เช่น การต่อยอด Data Center สู่ AI, อุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำ, พลังงานแห่งอนาคต, การท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ และเศรษฐกิจสร้างสรรค์
  • ความท้าทายสำคัญที่ผู้บริหารเน้นย้ำคือการนำนโยบายและข้อเสนอไปสู่การปฏิบัติจริง โดยเรียกร้องให้ภาครัฐแก้ปัญหาเชิงระบบ ปลดล็อกกฎระเบียบ และปรับตัวชี้วัด (KPI) ที่เป็นอุปสรรค เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์เชิงพาณิชย์
  • นอกจากการประชุมแล้ว สิ่งสำคัญคือการสร้างเครือข่าย (Networking) ระหว่างภาครัฐ เอกชน และผู้ร่วมประชุมจากทั่วโลก เพื่อต่อยอดความร่วมมือ และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ที่สามารถนำไปปรับใช้ให้เกิดประโยชน์ได้จริง

ไทยเป็นเจ้าภาพการประชุมสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก (IMF-World Bank Group Annual Meetings 2026) วันที่ 12-18 ต.ค.2569 เป็นโอกาสสำคัญที่ไทยแสดงศักยภาพเศรษฐกิจต่อประชาคมโลกหลังเคยเป็นเจ้าภาพเมื่อปี 2534

การประชุมครั้งนี้ มีผู้เข้าร่วมทั้งผู้นำประเทศ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ผู้ว่าการธนาคารกลาง ผู้กำหนดนโยบาย ผู้แทนองค์กรระหว่างประเทศ สถาบันการเงิน ภาคเอกชนและภาคประชาสังคม เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองทิศทางเศรษฐกิจ การเงิน และนโยบายระดับโลก

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ไทยจะเสนอความพร้อมโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล พลังงานสะอาด และสิทธิประโยชน์เพื่อดึงเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ในอุตสาหกรรมเป้าหมายแห่งอนาคต โดยเฉพาะเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และยานยนต์ไฟฟ้า (EV) เพื่อขับเคลื่อนขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศอย่างยั่งยืน

“การประชุมครั้งนี้นอกจากสร้างเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจไทยทันที 1,050-2,250 ล้านบาท ยังเป็นประตูสู่อนาคตทางเศรษฐกิจของประเทศ" นายเอกนิติ กล่าว

ขณะที่ระหว่างการประชุมจะมีเวทีระดับ Flagship เปิดวงถกประเด็นท้าทายสำคัญระดับโลกไม่ว่าจะเป็นปัญหาหนี้สาธารณะ ความผันผวนด้านพลังงาน รวมถึงการดิสรัปชันทางเทคโนโลยีจากปัญญาประดิษฐ์ (AI) โดยที่ประชุมจะกำหนดทิศทางเศรษฐกิจและการเงินโลกผ่าน 2 ผลงานสำคัญ

1.Bangkok Blueprint พิมพ์เขียวด้านการเงินดิจิทัลสมัยใหม่ที่นำเทคโนโลยีช่วยให้ผู้มีรายได้น้อยและผู้ขาดโอกาสเข้าถึงแหล่งเงินทุน โดยนำตัวอย่างนวัตกรรมของไทย เช่น แอปพลิเคชันเป๋าตัง ถุงเงิน และ AI นกกระซิบ ควบคู่กับการร่วมมือ IMF สร้างแนวทางยกระดับความปลอดภัยการเงินดิจิทัล เพื่อให้ผู้นำทางการเงินทั่วโลกนำพิมพ์เขียวไปประยุกต์ใช้

2.Bangkok Dialogue โดยนายเอกนิติ จะขึ้นเวทีสรุปในวันที่ 17 ต.ค.2569 นายเอกนิติ เพื่อนำเสนอบทสรุปสาระสำคัญที่ไทยสื่อสารต่อประชาคมโลกตลอดการประชุม พร้อมผลักดันประเด็นเชิงนโยบายต่อนานาประเทศ

Bangkok Blueprint รับมือภัยไซเบอร์

นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า รัฐบาลและกระทรวงการคลังร่วมกำหนดประเด็นหลักของไทยภายใต้ “Thailand New Horizon: Empowering People, Building Resilience” มุ่งนำประเทศสู่จุดหมายใหม่ที่ยึดคนเป็นศูนย์กลางการพัฒนาควบคู่การสร้างความแข็งแกร่งและภูมิคุ้มกันประเทศ

ทั้งนี้ Bangkok Blueprint จะเป็นแนวทางและข้อพิจารณาสำหรับแต่ละประเทศในการเรียนรู้ ปรับใช้มาตรการ และวางแนวทางแก้ปัญหา Financial Scam และ Cyber Threat ให้มีประสิทธิภาพ ซึ่งนำประสบการณ์ภูมิภาคมาแลกเปลี่ยนและจัดทำแนวทางที่ประเทศอื่นศึกษาได้ โดยไม่มุ่งเป็นมาตรการใช้เฉพาะไทยแต่เป็นแนวทางให้ประเทศต่าง ๆ นำไปพิจารณาและปรับให้เข้าบริบทตนเอง

โอกาสครั้งประวัติศาสตร์ของไทย

นายผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ธนาคารกรุงไทย และในฐานะประธานสมาคธนาคารไทย กล่าวว่า เป็นโอกาสที่ไทยจะแสดงให้เห็นความสำคัญของประเทศท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจ การเมืองและประชากร

อีกมิติที่สำคัญไม่แพ้กัน คือ การเรียนรู้จากผู้กำหนดนโยบายระดับโลกทั้งด้านเศรษฐกิจ การเงิน การคลัง และการธนาคาร ตลอดจนทำความเข้าใจมุมมองผู้นำแต่ละประเทศต่ออนาคตในศตวรรษข้างหน้า และแนวทางการปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น

ทั้งนี้ โอกาสจากการประชุมระหว่างประเทศจะเกิดประโยชน์ต่อเศรษฐกิจไทยเพียงใดขึ้นกับการนำไปปฏิบัติ โดยเชื่อมกับโจทย์สำคัญของประเทศด้วยการสร้างเครื่องยนต์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจตัวใหม่เพื่อก้าวข้ามข้อจำกัดเชิงโครงสร้างและสร้างโอกาสการเติบโต

หวังไทยยกระดับสู่ศูนย์กลางการเงิน

นางสาวขัตติยา อินทรวิชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า ต้องการให้ไทยแสดงบทบาทและพัฒนาสู่ศูนย์กลางทางการเงินภูมิภาคจากการประชุมที่มีผู้แทนหลายประเทศและผู้บริหารสถาบันการเงินระหว่างประเทศเข้าร่วม ซึ่งเป็นเวทีที่ไทยสร้างโอกาสรแลกเปลี่ยนความเห็นและแนวทางดำเนินงานระหว่างกัน

อีกทั้งภายในงานไม่ควรเป็นเพียงการประชุมหรือการรับฟังข้อมูล แต่ควรเปิดพื้นที่แลกเปลี่ยนมุมมองและประสบการณ์เพื่อปรับใช้ให้เหมาะสมกับบริบทแต่ละประเทศ โดยเฉพาะไทยและอาเซียน ดังนั้นความสำคัญการประชุมอยู่ที่การต่อยอดความรู้และการแลกเปลี่ยนระหว่างประเทศให้เกิดประโยชน์ในทางปฏิบัติ

New Economy ต่อยอด Data Center

นางสาวจรีพร จารุกรสกุล ประธานคณะกรรมการบริหาร และประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวกับ “กรุงเทพธุรกิจ” ว่า การเร่งการเติบโตเศรษฐกิจไทยต้องเร่งดึงลงทุนใหม่หลังจากหลายปีที่ผ่านมาดึงลงทุนมามาก ซึ่งอยู่ช่วงการสร้างโรงงาน เริ่มการผลิตและส่งออก

สำหรับทิศทางอุตสาหกรรมใหม่ (New Economy) ต้องต่อยอดสู่ประชาชน SMEs และผู้ประกอบการ โดย 2 ปีที่ผ่านมา ดึงลงทุนโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและ Data Center ขั้นต่อไปเป็นการต่อยอดสู่เทคโนโลยี AI การประยุกต์ใช้ในธุรกิจและการพัฒนาบุคลากรเพื่อรองรับการเติบโตของ AI

นอกจากนี้ เสนอให้ภาครัฐปรับปรุงตัวชี้วัดอุตสาหกรรมให้สะท้อนความเป็นจริงของอุตสาหกรรมใหม่ เช่น ยานยนต์ไฟฟ้า (EV), ชิปและเซมิคอนดักเตอร์, เครื่องใช้ไฟฟ้าอัจฉริยะ ซึ่งหากปรับให้ถูกต้องจะทำให้เห็นภาพการเปลี่ยนแปลงภาคอุตสาหกรรมชัดเจนขึ้น และวางแผนปรับตัวได้เร็วขึ้น

แก้กฎระเบียบสร้าง New Horizon

นายประสิทธิ์ บุญดวงประเสริฐ ประธานคณะผู้บริหาร บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ CPF เปิดเผย “กรุงเทพธุรกิจ” ว่า หัวใจสำคัญไม่อยู่ที่ข้อเสนอบนเวที ซึ่งความท้าทายของไทยอยู่ที่การนำไปปฏิบัติจนสำเร็จ

นอกจากนี้แม้เวทีประชุม IMF-World Bank ให้ความสำคัญอุตสาหกรรมหลักที่เป็นเครื่องยนต์ขับเคลื่อนประเทศ ซึ่งอุตสาหกรรมอาหารเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมเป้าหมายหลัก แต่ระดับปฏิบัติการของไทยมักติดขัดหรือขับเคลื่อนไม่ได้เพราะระเบียบ ข้อบังคับ และตัวชี้วัด (KPI) ของภาครัฐไม่เอื้อการสร้างผลสัมฤทธิ์เชิงพาณิชย์

ทั้งนี้ ไทยต้องใช้โอกาสนี้เชื่อมโยงนโยบายระดับสากลลงสู่การปฏิบัติจริง โดยเน้นแก้ปัญหาเชิงระบบ ปลดล็อกระเบียบภาครัฐ และปรับ KPI ให้วัดผลที่ผลกระทบเชิงพาณิชย์เพื่อเปลี่ยนข้อเสนอในเวทีโลกให้เป็น New Horizon ของอุตสาหกรรมและเศรษฐกิจได้จริง

เสนอ New Horizon ไทย 3 ระยะ

นายธวัชชัย สำราญวานิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) เปิดเผย “กรุงเทพธุรกิจ” ว่า แนวทางสร้างเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ (New Horizon) ของไทยต้องมอง 3 ระยะ คือ

1.ระยะสั้น (1-2 ปี) เน้นการเปลี่ยนโอกาสให้เป็นมูลค่าจริง โดยเร่งขับเคลื่อนโครงการที่ได้รับอนุมัติส่งเสริมการลงทุน โดยเฉพาะ Data Center, Cloud Services, พลังงานหมุนเวียนและระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ จะกระตุ้นเศรษฐกิจทันที

2.ระยะกลาง (3-5 ปี) ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำและห่วงโซ่อุปทานแห่งอนาคต เช่น อิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง (PCB), ยานยนต์ไฟฟ้า (EV), ปิโตรเคมีคาร์บอนต่ำ, อุตสาหกรรมสุขภาพและการแพทย์ที่ต้องการไฟฟ้าพลังงานสะอาด

3.ระยะยาว (5-10 ปีขึ้นไป) การยกระดับสู่นวัตกรรมพลังงานแห่งอนาคต โดยเน้นการเปลี่ยนผ่านโครงสร้างพลังงานด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง เช่น ก๊าซไฮโดรเจน, เทคโนโลยีกักเก็บคาร์บอน (CCUS) รวมถึงโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็กแบบโมดูลาร์ (SMR)

2 เครื่องยนต์ใหม่เคลื่อนเศรษฐกิจไทย

ม.ล.ณัฐสิทธิ์ ดิศกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บริการเชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BAFS กล่าวว่า เป็นโอกาสฉายภาพศักยภาพไทยท่ามกลางความขัดแย้งภูมิรัฐศาสตร์ โดยไทยและอาเซียนโดดเด่นในฐานะพันธมิตรที่เป็นกลางและต่างชาติมองพื้นที่ปลอดภัยสำหรับการลงทุน รวมทั้งเสนอเครื่องยนต์ขับเคลื่อนการเติบโตใหม่ ระยะถัดไป 2 กลุ่ม คือ

1.อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ โดยเฉพาะกลุ่ม Wellness, Hospitality และ Sport Tourism ซึ่งเป็นเอกลักษณ์และจุดแข็งที่ไทยเชี่ยวชาญที่สั่งสมมานานและยากที่คู่แข่งต่างชาติจะเลียนแบบ

2.เศรษฐกิจสร้างสรรค์ โดยงานออกแบบและการใช้ความคิดสร้างสรรค์ของคนรุ่นใหม่ ซึ่งหากนำมารวมกับเทคโนโลยี AI จะเป็นกำลังสำคัญเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ

โอกาสเปิดช่องสร้างเครือข่ายระดับโลก

นายศักดิ์ชัย พีชะพัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มทิสโก้ กล่าวว่า การกลับมาจัดประชุมในไทยอีกครั้งเป็นโอกาสสำคัญที่จะได้ต้อนรับผู้ร่วมประชุมจากทั่วโลกท่ามกลางสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงไปมากเมื่อเทียบกับ 35 ปีก่อน

ทั้งนี้การสนับสนุนของรัฐบาลในการจัดกิจกรรมและการนำเสนอทิศทางการขับเคลื่อนประเทศ ตลอดจนการเชิญภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในการประชุมและจัดกิจกรรมร่วมกัน เป็นองค์ประกอบที่ช่วยเพิ่มโอกาสในการเชื่อมโยงผู้เข้าร่วมจากหลายภาคส่วน

สิ่งสำคัญคือการสร้าง Connectivity และ Networking ให้เกิดขึ้นระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และบุคคลจากต่างประเทศ เพื่อให้การพบปะในช่วงการประชุมสามารถต่อยอดไปสู่การแลกเปลี่ยนและสร้างความสัมพันธ์ระหว่างกันได้

โอกาสดึงประเทศไทยสู่เวทีโลก

ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การร่วมเวทีนานาชาติเป็นการสร้างอัตลักษณ์ของไทยเพื่อดึงความสนใจจากนานาประเทศกลับมาไทยอีกครั้ง โดยไทยพร้อมทั้งโครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยีและทุนมนุษย์

รวมทั้งการประชุม IMF-World Bank เป็นโอกาสผลักดันให้ไทยกลับมามีบทบาทโดดเด่นในเวทีโลกอีกครั้ง โดยเฉพาะบทบาทไทยที่เคยเป็นผู้นำในอาเซียน ซึ่งเป็นจังหวะสำคัญที่ไทยใช้เวทีระดับนานาชาติแสดงศักยภาพ