วันเสาร์ ที่ 10 ตุลาคม 2569

Login
Login

เงื่อนไขรับสิทธิ 'รถไฟฟ้า' 17 - 45 บาท ลงทะเบียน 'ทางรัฐ' ธ.ค.นี้

"คมนาคม" เตรียมเปิดให้คนไทยลงทะเบียนรับสิทธิค่าโดยสารรถไฟฟ้า 17-45 บาท ในเดือน ธ.ค.นี้ ผ่านแอปพลิเคชัน "ทางรัฐ" ก่อนเดินหน้าเริ่มใช้ 1 ม.ค. 2570

KEY POINTS

  • "คมนาคม" เตรียมเปิดให้คนไทยลงทะเบียนรับสิทธิค่าโดยสารรถไฟฟ้า 17-45 บาท ในเดือน ธ.ค.นี้ ผ่านแอปพลิเคชัน "ทางรัฐ" ก่อนเดินหน้าเริ่มใช้ 1 ม.ค. 2570
  • เปิดเงื่อนไขผู้ลงทะเบียนต้องใช้บัตรเครดิต/เดบิต ที่มีสัญลักษณ์ EMV หรือ Rabbit Card ที่ใช้บริการอยู่ ควบคู่กับบัตรประชาชนเพื่อยืนยันสิทธิ ขณะที่รัฐบาลจะชดเชยส่วนต่างค่าโดยสารคืนให้ประชาชนโดยตรง ผ่านแอปพลิเคชัน "เป๋าตัง" 
  • นโยบายดังกล่าวมุ่งหวังลดภาระการเดินทางของประชาชน แตะจ่ายด้วยบัตรโดยสารใบเดียวเป็น "ตั๋วร่วม" ครอบคลุมการเดินทางเชื่อมต่อรถไฟฟ้า 13 เส้นทาง รวมระยะทาง 286.84 กิโลเมตร

นายจิรโรจน์ ศุกลรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) เผยถึงความคืบหน้าการขับเคลื่อนนโยบายสำคัญของกระทรวงคมนาคม โดยระบุว่า ขณะนี้ สนข. ได้ดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะ 3 เรื่องหลัก ได้แก่

1. ระบบตั๋วร่วม ผลักดันพระราชบัญญัติการบริหารจัดการระบบตั๋วร่วม พ.ศ. 2568 และกฎหมายลำดับรองเพื่อสนับสนุนการลดภาระค่าโดยสารรถไฟฟ้าในปี 2570 พร้อมวางเป้าหมายขยายระบบตั๋วร่วมให้ครอบคลุมรถโดยสารประจำทางและเรือโดยสารในปี 2571

2. การพัฒนาพื้นที่รอบสถานีขนส่งมวลชน (TOD) เพื่อเชื่อมโยงการเดินทางกับระบบขนส่งสาธารณะอย่างไร้รอยต่อ โดยอยู่ระหว่างผลักดันกรอบกฎหมายและแนวทางนำมูลค่าเพิ่มจากการพัฒนาพื้นที่มาสนับสนุนระบบขนส่งสาธารณะ

3. การพัฒนาขนส่งสาธารณะในเมืองภูมิภาค จัดทำแผนพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะในเมืองหลักและเมืองท่องเที่ยว เพื่อแก้ไขปัญหาจราจร ส่งเสริมการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะ และเพิ่มบทบาทให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถพัฒนาระบบขนส่งในพื้นที่ได้อย่างยั่งยืน

เงื่อนไขรับสิทธิ 'รถไฟฟ้า' 17 - 45 บาท ลงทะเบียน 'ทางรัฐ' ธ.ค.นี้

สำหรับนโยบายลดภาระค่าโดยสารรถไฟฟ้า รัฐบาลยังคงเป้าหมายเริ่มดำเนินการในวันที่ 1 ม.ค.2570 เพื่อเป็นของขวัญให้แก่ประชาชน โดยมุ่งหวังให้ประชาชนสามารถถือบัตรใบเดียวใช้เป็น "ตั๋วร่วม" แตะจ่ายรถบบรถไฟฟ้าได้ทุกสีทุกสาย ในอัตราค่าโดยสาร 17 – 45 บาทตลอดสาย สามารถเดินทางข้ามระบบรถไฟฟ้าและจ่ายค่าโดยสารสูงสุดเพียง 45 บาทต่อเที่ยว

สถานะโครงการปัจจุบันกระทรวงคมนาคมอยู่ระหว่างหารือกับ บริษัท ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) เพื่อรองรับการแตะจ่ายชำระค่าโดยสารผ่าน 2 กรณี คือ

1.กรณีแตะจ่ายผ่านบัตรเดบิต/เครดิต ทุกประเภทที่มีสัญลักษณ์ EMV รองรับการเดินทางด้วยรถไฟฟ้าทุกสีทุกสาย

2.กรณีแตะจ่ายผ่านบัตรแรบบิท (Rabbit Card) ที่ใช้บริการอยู่ในปัจจุบัน รองรับการเดินทางด้วยรถไฟฟ้าสายสีเขียว สายสีทอง สายสีชมพู และสายสีเหลือง

สำหรับเงื่อนไขการรับสิทธิค่าโดยสารรถไฟฟ้า 17 – 45 บาทตลอดสาย จะให้สิทธิเฉพาะคนไทยเท่านั้น โดยกระทรวงฯ จะเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนรับสิทธิในเดือน ธ.ค.นี้ ซึ่งจะต้องลงทะเบียนด้วยบัตรเครดิต/เดบิต EMV หรือบัตร Rabbit Card ที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน พร้อมกับบัตรประชาชน เพื่อยืนยันการรับสิทธิและช่องทางการรับเงินชดเชยส่วนต่างค่าโดยสารที่จะคืนให้กับประชาชนโดยตรงผ่านเป๋าตัง

โดยการใช้สิทธิค่าโดยสารรถไฟฟ้า 17 – 45 บาทตลอดสายนั้น จะครอบคลุมการเดินทางในโครงข่ายรถไฟฟ้า 13 เส้นทาง รวมระยะทาง 286.84 กิโลเมตร ประกอบด้วย

- สายสีแดงเข้ม ช่วงกรุงเทพอภิวัฒน์ - รังสิต ระยะทาง 26.30 กิโลเมตร

- สายสีแดงอ่อน ช่วงกรุงเทพอภิวัฒน์ - ตลิ่งชัน ระยะทาง 15.26 กิโลเมตร

- แอร์ พอร์ต เรล ลิงก์ ช่วงพญาไท - สุวรรณภูมิ ระยะทาง 28.70 กิโลเมตร

- สายสีน้ำเงิน ช่วงบางซื่อ - หัวลำโพง ระยะทาง 20 กิโลเมตร

- สายสีน้ำเงิน ช่วงหัวลำโพง - บางแค (หลักสอง) ระยะทาง 14 กิโลเมตร

- สายสีน้ำเงิน ช่วงบางซื่อ - ท่าพระ ระยะทาง 13 กิโลเมตร

- สายสีม่วง ช่วงบางใหญ่ - เตาปูน ระยะทาง 23 กิโลเมตร

- สายสีเหลือง ช่วงลาดพร้าว - สำโรง ระยะทาง 30.40 กิโลเมตร

- สายสีชมพู ช่วงแคราย - มีนบุรี ระยะทาง 34.50 กิโลเมตร

- สายสีเขียว (สุขุมวิท) ช่วงหมอชิต – สมุทรปราการ ระยะทาง 37.10 กิโลเมตร

- สายสีเขียว (สุขุมวิท) ช่วงหมอชิต - สะพานใหม่ - คูคต ระยะทาง 18.70 กิโลเมตร

- สายสีเขียว (สีลม) ช่วงสนามกีฬาแห่งชาติ - บางหว้า ระยะทาง 14 กิโลเมตร

- สายสีทอง ช่วงกรุงธนบุรี – คลองสาน ระยะทาง 1.88 กิโลเมตร