วันจันทร์ ที่ 12 ตุลาคม 2569

Login
Login

‘เปิดตลาด’ ด่านหิน โค้งสุดท้าย FTA ไทย-อียู ก่อนปิดดีลสิ้นปี

FTA ไทย–อียู เข้าโค้งสุดท้าย หลังเจรจารอบที่ 10 คืบหน้าหลายข้อบท  จับตา  ปมเจรจาประเด็นอ่อนไหว ทั้งเปิดตลาด ทั้งสินค้า บริการ และการลงทุน ไทย–อียู ตั้งเป้าสรุปผลภายในสิ้นปี 2569

KEY POINTS

  • การเจรจา FTA ไทย-สหภาพยุโรปเข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้าย โดยตั้งเป้าหมายจะสรุปผลให้ได้ภายในสิ้นปี 2569
  • ประเด็นเรื่อง "การเปิดตลาด" ถือเป็นด่านที่ยากที่สุดและเป็นหัวใจสำคัญของการเจรจาที่ยังต้องหาข้อสรุป
  • การเจรจาในช่วงสุดท้ายไม่ได้เน้นการสรุปข้อบททางกฎหมาย แต่เป็นการต่อรองระดับการเปิดตลาดสินค้า บริการ และการลงทุน
  • ความท้าทายคือการหาจุดสมดุลระหว่างการเปิดตลาดเพื่อแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ กับการกำหนดเงื่อนไขเพื่อปกป้องภาคส่วนที่อ่อนไหวของประเทศ

การเจรจาความตกลงการค้าเสรีไทย-สหภาพยุโรป (FTA ไทย-อียู) เดินทางเข้าสู่ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญ หลังปิดการเจรจารอบที่ 10 ซึ่งจัดขึ้นที่จังหวัดภูเก็ต ระหว่างวันที่ 28 ก.ย.–6 ต.ค. 2569 ปิดฉากลง

โดยทั้งสองฝ่ายขยับเข้าใกล้เส้นชัยมากขึ้น เมื่อข้อบทความตกลงมีความคืบหน้าอย่างมีนัยสำคัญ และเหลือประเด็นสำคัญที่ต้องหาข้อสรุป โดยเฉพาะเรื่อง “การเปิดตลาด” และประเด็นเชิงนโยบายที่มีความละเอียดอ่อน

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ระบุว่า ไทยและอียูมีเป้าหมายร่วมกันที่จะสรุปผลการเจรจาให้ได้ภายในสิ้นปี 2569

แต่คำว่า “เข้าสู่โค้งสุดท้าย” ไม่ได้หมายความว่าการเจรจาจะง่ายขึ้น ตรงกันข้าม ช่วงเวลาที่เหลืออาจเป็นช่วงที่ยากที่สุด เพราะจากนี้โจทย์ไม่ได้อยู่ที่การเขียน “ภาษากฎหมาย” ให้ครบทุกข้อ

หากอยู่ที่การตกลงกันว่า แต่ละฝ่ายจะเปิดตลาดให้อีกฝ่ายมากน้อยเพียงใด และจะกำหนดเงื่อนไขอย่างไรเพื่อปกป้องภาคส่วนที่มีความอ่อนไหว กล่าวง่าย ๆ คือ ข้อบทอาจใกล้จบ แต่ “ดีลจริง” ยังต้องผ่านด่านการแลกผลประโยชน์อีกหลายชั้น

‘เปิดตลาด’ ด่านหิน โค้งสุดท้าย FTA ไทย-อียู ก่อนปิดดีลสิ้นปี

ทั้งนี้ ไทยและอียูเริ่มต้นการเจรจา FTA ตั้งแต่ปี 2556 ก่อนถูกระงับหลังเหตุการณ์รัฐประหารในปี 2557 และกลับมาเปิดโต๊ะเจรจาอีกครั้งในปี 2566 จากนั้นมีการเจรจาต่อเนื่องจนถึงรอบที่ 10

ก่อนหน้านี้การเจรจารอบที่ 9 สามารถตกลงกันได้แล้วประมาณ 2 ใน 3 ของข้อบททั้งหมด ขณะที่รอบที่ 10 มุ่งเจรจาในส่วนที่เหลืออีกประมาณ 1 ใน 3 ก่อนเข้าสู่ขั้นตอน “Take stock” หรือการประเมินภาพรวม เพื่อปูทางไปสู่การหารือเรื่องข้อเสนอเปิดตลาดในขั้นสุดท้าย

นายวีระพงษ์ ประภา ผู้แทนการค้าไทย กล่าวว่า การเจรจา FTA ไทย-อียู เข้าใกล้เส้นชัยมากขึ้น หลังรอบที่ 10 มีความคืบหน้าในหลายข้อบท โดยช่วงโค้งสุดท้ายจะมุ่งเจรจาเรื่องการเปิดตลาดอย่างเต็มที่ เพื่อกำหนดว่าแต่ละฝ่ายจะเปิดตลาดให้อีกฝ่ายมากน้อยเพียงใด

นี่ถือเป็นโจทย์สำคัญของโค้งสุดท้ายของการเจรจา เพราะ “การปิดข้อบท” กับ “การปิด FTA” เป็นคนละเรื่องกัน เนื่องจากข้อบทจำนวนมากอาจสามารถตกลงในระดับหลักการได้ แต่เมื่อเข้าสู่รายละเอียดของบัญชีสินค้าและบริการ แต่ละประเทศต้องกลับมาพิจารณาว่า สินค้าใดควรลดภาษีทันที สินค้าใดควรทยอยลด สินค้าใดควรมีโควตา หรือสินค้าใดควรถูกจัดเป็นรายการอ่อนไหว

ขณะเดียวกัน การเปิดตลาดไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะสินค้า แต่ครอบคลุมถึงบริการ การลงทุน การจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ และกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการประกอบธุรกิจ

แม้ว่า ไทยต้องการเร่งปิด FTA ให้ได้ภายในสิ้นปีนี้ แต่ไม่ได้หมายความว่า ไทยควรยอมเปิดทุกอย่างเพื่อให้ได้ข้อตกลง เพราะการเปิดตลาดย่อมมีทั้งผู้ได้ประโยชน์และผู้ที่ต้องปรับตัว

โจทย์ของ 3 เดือนสุดท้าย อาจไม่ใช่จำนวนข้อบทที่ปิดได้ แต่คือ “ระดับการเปิดตลาด” ที่ทั้งสองฝ่ายยอมรับได้ ดังนั้น จึงไม่ใช่เพียง “ไทยจะปิด FTA ได้หรือไม่” แต่คือ ไทยจะเปิดอะไร แลกกับอะไร และทำอย่างไรให้ผู้ประกอบการไทยสามารถใช้ประโยชน์จากตลาดยุโรปได้จริง