วันเสาร์ ที่ 10 ตุลาคม 2569

Login
Login

ถอดสูตร allnex ฝ่าวิกฤตจีน ชู China Hub ลุย 'EV-Data Center' ดันฐานผลิตไทย

allnex ชู "China Hub" เครื่องยนต์เติบโตใหม่ ฝ่าวิกฤตอสังหาริมทรัพย์จีนด้วยการเกาะคลื่น "EV-Data Center-ระบบราง-แบตเตอรี่" พร้อมถ่ายทอดเทคโนโลยี SCA ลงฐานผลิตประเทศไทย

KEY POINTS

  • allnex ประกาศใช้ยุทธศาสตร์ "China for China" เพื่อฝ่าความท้าทายทางเศรษฐกิจ โดยทุ่มลงทุนโครงการ "China Hub" ในเมืองผิงหู (Pinghu) ให้เป็นฐานการผลิตและศูนย์นวัตกรรมที่ใหญ่ที่สุดในโลกของบริษัท
  • มุ่งเจาะตลาดสีอุตสาหกรรมที่ยังเติบโต 5% ต่อปี โดยพุ่งเป้าไปที่กลุ่มไฮเอนด์ เช่น ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ซึ่งบริษัทเป็นผู้ส่งมอบเรซินให้แบรนด์ชั้นนำเกือบทั้งหมด อาทิ BYD, Geely, Xiaomi และ Volkswagen
  • ขยายพอร์ตโฟลิโอสู่ตลาดใหม่ที่มีการเติบโตสูง โดยนำเทคโนโลยีเรซินมาต่อยอดสำหรับอุตสาหกรรมดาต้าเซนเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ (ผลิตแผงวงจร PCB) และพัฒนาเรซินสำหรับแบตเตอรี่ลิเธียม
  • เชื่อมโยงนวัตกรรมจากจีนกลับมายังฐานการผลิตในประเทศไทย โดยมีแผนถ่ายทอดเทคโนโลยี SCA ซึ่งเป็นนวัตกรรมสำคัญสำหรับสีเคลือบรถ EV มายังโรงงานที่จังหวัดระยอง โดยจะเริ่มการผลิตในปี 2028

allnex ผู้นำระดับโลกด้านเรซินและสารเคลือบผิวอุตสาหกรรม ประกาศยุทธศาสตร์รุกตลาดจีนระลอกใหม่ด้วยแนวคิด China for China ชูการลงทุนใหญ่โครงการ China Hub ซึ่งเมื่อเสร็จสมบูรณ์จะกลายเป็นฐานการผลิตและศูนย์นวัตกรรมที่ใหญ่ที่สุดในโลกของบริษัท เพื่อพลิกเกมธุรกิจฝ่าความท้าทายภาวะเศรษฐกิจจีน 

โดยมุ่งเจาะกลุ่มอุตสาหกรรมไฮเอนด์ เช่น ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) อิเล็กทรอนิกส์ ระบบราง เครื่องจักรหนัก และดาต้าเซนเตอร์ พร้อมดึงนวัตกรรมเรซินชั้นสูงเชื่อมโยงกลับมาลงทุนยังฐานการผลิตในจังหวัดระยอง ประเทศไทย

นางไอริส ถัง กรรมการผู้จัดการ allnex ประเทศจีน เล่าว่า ตลาดประเทศจีนถือเป็นหัวใจสำคัญของ allnex โดยสัดส่วนยอดขายในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกคิดเป็นประมาณ 1 ใน 3 ของธุรกิจ allnex ทั่วโลก แม้ภาพรวมเศรษฐกิจจีนจะเผชิญความท้าทาย แต่บริษัทตั้งเป้าหมายสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนผ่านการผลักดันฐานผลิต China Hub ให้เป็นเครื่องยนต์ขับเคลื่อนหลักในทศวรรษหน้า

ตลาดสีอุตสาหกรรมจีน 65% โตปีละ 5% 

นางไอริส ระบุว่า จีนเป็นตลาดเรซินสำหรับสีอุตสาหกรรมที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยมีสัดส่วนสูงถึง 45% ของตลาดทั่วโลก โครงสร้างตลาดสีในจีนมีความแตกต่างจากประเทศอื่นอย่างชัดเจน โดยแบ่งเป็นสีอุตสาหกรรม (Industrial Coating) มากถึง 65% และเป็นสีทาอาคาร (Decorative) เพียง 35% ขณะที่ตลาดประเทศไทยมีสัดส่วนสีทาอาคารอยู่ที่ประมาณ 50-55%

"แม้ตลาดอสังหาริมทรัพย์และการก่อสร้างในจีนจะซบเซา แต่ allnex ไม่ได้รับผลกระทบเนื่องจากไม่ได้ทำธุรกิจสีทาอาคาร แต่มุ่งเจาะตลาดสีอุตสาหกรรมซึ่งยังมีอัตราการเติบโตเฉลี่ย 5% ต่อปี ซึ่งสูงกว่าการเติบโตของ GDP จีน"

ถอดสูตร allnex ฝ่าวิกฤตจีน ชู China Hub ลุย 'EV-Data Center' ดันฐานผลิตไทย

นอกจากนี้ ตลาดสีอุตสาหกรรมในจีนมีความกระจัดกระจายสูงมาก โดยผู้เล่นรายใหญ่ Top 10 ครองส่วนแบ่งรวมกันเพียง 16% ขณะที่อีก 84% เป็นลูกค้ารายย่อยและผู้ผลิตท้องถิ่น ยุทธศาสตร์ China for China ของ allnex จึงเป็นการตั้งศูนย์ R&D และฐานผลิตในจีนเพื่อรุกเจาะกลุ่มลูกค้ารายย่อย 84% นี้โดยตรง และตอบสนองด้วยความรวดเร็วระดับ Chinese Speed

China Hub หมุดหมายยุทธศาสตร์ซัพพลายเชน

allnex ดำเนินธุรกิจในจีนมานานเกือบ 30 ปี ปัจจุบันมีโรงงานผลิต 6 แห่ง แบ่งเป็นรอบเซี่ยงไฮ้ 4 แห่ง และรอบกวางโจว 2 แห่ง ซึ่งครอบคลุม 75% ของอุตสาหกรรมเคมีพิเศษและสีในจีน โดยมีพนักงานรวมกว่า 500 คน

สำหรับโครงการ China Hub ณ เมือง Pinghu เป็นการรวมเทคโนโลยีชั้นนำจากทั่วโลกมาไว้ในที่เดียว ตั้งอยู่ในทำเลจุดยุทธศาสตร์ที่ล้อมรอบด้วยเมืองอุตสาหกรรมสำคัญ ทั้งเซี่ยงไฮ้ ซูโจว หางโจว (ศูนย์กลาง AI และเทคโนโลยี) รวมถึงใกล้กับท่าเรือ Ningbo ซึ่งเป็นท่าเรือที่มีปริมาณการขนส่งสินค้าสูงเป็นอันดับ 1 ของโลก และท่าเรือเซี่ยงไฮ้ (อันดับ 2 ของโลก) 

ทำให้ได้เปรียบทั้งการส่งออกและการจัดหาวัตถุดิบต้นน้ำ (Upstream) จากพันธมิตรเคมีภัณฑ์ระดับโลก เช่น BASF และยักษ์ใหญ่ท้องถิ่นอย่าง Wanhua ที่มีโรงงานตั้งอยู่ใกล้เคียง

เกาะขบวนไฮเอนด์ EV-ระบบราง-เครื่องจักรหนัก

นางไอริส ชี้ว่า allnex ได้เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศการผลิตไฮเอนด์ในจีน ได้แก่

1. ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) จีนขยายตัวเป็นผู้ผลิต EV รายใหญ่ของโลก ซึ่งรถ EV ยุคใหม่ต้องการความหรูหรา เงางาม และความสวยงามของฟิล์มสีระดับสูง ออลเนกซ์เป็นผู้ส่งมอบเรซินให้แบรนด์ EV เกือบทั้งหมด ทั้งค่ายจีน อาทิ BYD, Geely, Xiaomi, Nio และค่ายอินเตอร์ อย่าง Volkswagen และ Toyota โดยมีนวัตกรรมหลักคือ SCA (Special Control Additive) ที่ช่วยควบคุมการไหลย้อยและสร้างความเงางาม

2. ถ่ายทอดเทคโนโลยีลงระยอง เทคโนโลยี SCA ซึ่งเดิมผลิตได้เฉพาะในเนเธอร์แลนด์ ได้ถูกถ่ายทอดมายังโรงงาน allnex ที่จังหวัดระยอง ประเทศไทย โดยมีกำหนดเดินเครื่องการผลิต (Start-up) ในช่วงต้นปี 2028

3. เครื่องจักรหนักและระบบราง เป็นผู้ส่งมอบสารเคลือบให้กับ SANY ผู้ผลิตรถขุดรายใหญ่ของจีนที่ผลิตคิดเป็น 60% ของปริมาณรถขุดทั่วโลกเพื่อการส่งออก, CRRC ยักษ์ใหญ่ผู้ผลิตโบกี้และระบบรถไฟความเร็วสูงของจีน และกลุ่มเดินเรือ COSCO เป็นต้น

ขยายพอร์ตสู่ "ดาต้าเซนเตอร์-แบตเตอรี่"

เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน allnex ได้ปรับพอร์ตผลิตภัณฑ์นำเทคโนโลยีเรซินเดิมมาต่อยอดสู่แอปพลิเคชันใหม่ๆ อาทิ

1. อุตสาหกรรมดาต้าเซนเตอร์ & อิเล็กทรอนิกส์ โดยนำ Phenolic Resin จากงานเคลือบกระป๋องบรรจุภัณฑ์ มาปรับใช้ในการผลิตแผ่น Copper Clad Laminate (CCL) สำหรับแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ (PCB), ใช้เทคโนโลยีเรซิน UV-curable ทำ Conformal Coating ฉีดพ่นระดับไมครอนบนแผงวงจรเพื่อป้องกันความชื้นและฝุ่น รวมถึงใช้เคลือบสายใยแก้วนำแสง (Optical Fiber)

2. แบตเตอรี่ & ระบบกักเก็บพลังงาน (ESS) ตลาดแบตเตอรี่ลิเธียมในจีนโตสูงถึง 21% ทั้งในกลุ่มรถ EV และระบบ ESS สำหรับฟาร์มโซลาร์เซลล์/กังหันลม ออลเนกซ์ได้พัฒนาเรซินเพื่อใช้เป็นตัวประสาน (Binder) และสารเติมแต่งในขั้วแคโทดและแอโนดของเซลล์แบตเตอรี่

3. เทรนด์สิ่งแวดล้อม & พันธมิตร GC Group ตอบรับกฎหมายคุมการปล่อยสารระเหย (VOCs) ที่เข้มงวดของจีน ด้วยการเปลี่ยนระบบเคลือบตู้คอนเทนเนอร์เป็น Waterborne (ระบบน้ำ) 100% และพัฒนาระบบ UV Coil Coating ที่ลดเวลาอบสีจาก 240°C เหลือเพียงเสี้ยววินาที พร้อมสร้างความร่วมมือกับกลุ่ม GC (PTT Global Chemical) ในการนำ Carbon Nanotubes (CNT) มาต่อยอดเป็นสารเติมแต่งแบตเตอรี่ และใช้ Bio-based Surfactant ในเรซินระบบน้ำ

ในด้านความยั่งยืน allnex บริหารจัดการคาร์บอนฟุตพริ้นต์แบบ Cradle-to-Gate ตั้งเป้าลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก Scope 1 และ Scope 2 ลง 30% (Absolute) และลด Intensity ลง 30% พร้อมนำกรอบแนวคิด EcoWise 5 เสาหลักเข้าผนวกในผลิตภัณฑ์เพื่อช่วยลดการปล่อยคาร์บอนของลูกค้าปลายทาง

"เรามีความมั่นใจอย่างยิ่งในศักยภาพของ allnex และความพร้อมของ China Hub ที่จะช่วยขับเคลื่อนการเติบโตที่แข็งแกร่งและยั่งยืนทั้งในจีนและระดับโลก"