สถานการณ์น้ำลุ่มเจ้าพระยาเริ่มดีขึ้น กรมชลประทานทยอยลดการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยาเพื่อลดผลกระทบท้ายเขื่อน พร้อมสั่งการทุกหน่วยงานเตรียมเครื่องจักรกลและเจ้าหน้าที่รับมือฝนระลอกใหม่ 9–13 ต.ค. นี้ โดยเฉพาะภาคใต้ที่ต้องจับตาใกล้ชิด
KEY POINTS
- กรมชลประทานทยอยลดการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยา เนื่องจากสถานการณ์น้ำในลุ่มน้ำมีแนวโน้มดีขึ้น
- มีการเฝ้าระวังฝนตกหนักระลอกใหม่ทั่วประเทศในช่วงวันที่ 9-13 ตุลาคม
- เน้นจับตาสถานการณ์ในพื้นที่ภาคใต้เป็นพิเศษ โดยเตรียมเครื่องจักรและเจ้าหน้าที่พร้อมให้ความช่วยเหลือตลอด 24 ชั่วโมง
แม้สถานการณ์น้ำท่วมในลุ่มน้ำเจ้าพระยาจะมีแนวโน้มผ่อนคลายลงจนสามารถปรับลดอัตราการระบายน้ำได้ แต่การบริหารจัดการน้ำอย่างไม่ประมาทยังคงเป็นสิ่งจำเป็น โดยเฉพาะการเตรียมพร้อมรับมือปริมาณฝนระลอกใหม่ในพื้นที่ภาคใต้และพื้นที่เสี่ยงทั่วประเทศ จะทยอยลดการระบายน้ำเขื่อนเจ้าพระยา บริหารจัดการน้ำสองฝั่งสมดุล
นายวิทยา แก้วมี อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมติดตามสถานการณ์น้ำและวางแผนรับมือฝน ณ สำนักเครื่องจักรกล อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ร่วมกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ว่า ขณะนี้สถานการณ์ลุ่มน้ำเจ้าพระยาเริ่มมีสัญญาณดีขึ้น ปริมาณน้ำไหลผ่านลดลง กรมชลประทานจึงทยอยลดการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยาจาก 2,500 ลบ.ม./วินาที ลงมาอยู่ที่ 2,350 ลบ.ม./วินาที โดยลดแบบขั้นบันไดเพื่อป้องกันระดับน้ำท้ายเขื่อนเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว พร้อมบริหารน้ำฝั่งตะวันออกและตะวันตกอย่างสมดุล และลดระดับน้ำเหนือเขื่อนเพื่อเพิ่มพื้นที่รองรับน้ำฝนระลอกใหม่
เร่งระบายน้ำสะสม เฝ้าระวังฝนระลอกใหม่ 9–13 ต.ค.
สำหรับพื้นที่ที่มีน้ำท่วมขัง ยังคงเร่งระบายน้ำ เดินเครื่องสูบน้ำ และเสริมกระสอบทรายป้องกันพื้นที่ชุมชน พร้อมเฝ้าระวังมวลน้ำจากพื้นที่ตอนบนและแม่น้ำนครนายกตลอด 24 ชั่วโมง อย่างไรก็ตาม ในช่วงวันที่ 9–13 ตุลาคม 2569 ต้องเฝ้าระวังฝนตกหนักถึงหนักมากและลมกรรโชกแรง โดยเริ่มจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ก่อนจะกระจายไปยังภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลาง กทม. และปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้
ตั้งการ์ดสูงรับมือภาคใต้ สั่งเตรียมเครื่องจักรพร้อมช่วยเหลือ 24 ชม.
อธิบดีกรมชลประทานเน้นย้ำให้จับตาพื้นที่ภาคใต้เป็นพิเศษ กำชับให้ติดตามปริมาณฝนและระดับน้ำในแม่น้ำลำคลองอย่างใกล้ชิด พร้อมระดมเครื่องสูบน้ำ เครื่องผลักดันน้ำ และเจ้าหน้าที่ประจำจุดเสี่ยงเพื่อเข้าช่วยเหลือทันทีหากเกิดน้ำท่วมฉับพลันหรือน้ำป่าไหลหลาก
นอกจากนี้ ศูนย์ประสานงานการบริหารจัดการน้ำในภาวะวิกฤต พ.ศ. 2569 ณ สำนักงานชลประทานที่ 11 ได้เตรียมพร้อมเป็นศูนย์กลางประสานข้อมูลและจัดสรรกำลังช่วยเหลือลงสู่พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบอย่างทันท่วงที พร้อมสั่งการเร่งกำจัดผักตบชวาและสิ่งกีดขวางทางน้ำเพื่อเปิดทางให้น้ำไหลสะดวก
การปรับลดการระบายน้ำเขื่อนเจ้าพระยาถือเป็นสัญญาณบวกสำหรับพื้นที่ตอนล่าง อย่างไรก็ตาม การเตรียมพร้อมทั้งระบบกระจายเครื่องมือ เจ้าหน้าที่ และการแจ้งเตือนประชาชนล่วงหน้า ยังเป็นหัวใจสำคัญที่จะช่วยลดความเสียหายจากฝนระลอกใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยประชาชนที่ต้องการความช่วยเหลือสามารถติดต่อสายด่วนกรมชลประทาน 1460 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง





