คมนาคม - ท่องเที่ยว เปิดตัวโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ ผ่านแพ็คเกจท่องเที่ยวรับผู้โดยสารต่อเครื่อง นำร่องต้นปีหน้าใน 4 สนามบินหลัก สุวรรณภูมิ ดอนเมือง ภูเก็ต และกระบี่ ด้าน ททท. เร่งจัดทำแพ็คเกจหลายรูปแบบ ทัวร์เชิงวัฒนธรรม สตรีทฟู้ด และสุขภาพ
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า กระทรวงคมนาคมได้ลงนามความร่วมมือผ่านการลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ร่วมกับ 6 หน่วยงาน ได้แก่ กรมท่าอากาศยาน การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) สมาคมสายการบินแห่งประเทศไทย บริษัท โรงแรมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จำกัด และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดยคณะวิศวกรรมศาสตร์ เพื่อเชื่อมโยงศักยภาพของระบบคมนาคม และอุตสาหกรรมการบินเข้ากับการท่องเที่ยวและการบริการของประเทศ
โดยจะร่วมกันผลักดันบริการรองรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางมาเปลี่ยนเครื่องในประเทศไทย มีระยะเวลาเปลี่ยนเครื่องราว 6 – 8 ชั่วโมง สามารถเดินทางออกไปท่องเที่ยวระยะสั้นตามเมืองหรือจังหวัดต่างๆ สิ่งเหล่านี้จะช่วยตอบโจทย์เป้าหมายการพาประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางทางการอากาศ ทั้งในด้านการขนถ่ายผู้โดยสารและการขนส่งสินค้า
“แม้การขนส่งสินค้าทางอากาศจะมีปริมาณไม่ถึง 1% หากเทียบกับการขนส่งรูปแบบอื่น แต่เมื่อคิดเป็นมูลค่าการส่งออกกลับมีสัดส่วนสูงถึงประมาณ 1 ใน 3 ของมูลค่าการส่งออกของประเทศ กระทรวงคมนาคมจึงขับเคลื่อนโครงการตามเป้าหมายของรัฐบาลในการเป็นศูนย์กลางการขนส่งและการเปลี่ยนถ่ายผู้โดยสารอย่างเป็นรูปธรรม”
นายพิพัฒน์ กล่าวต่อว่า โครงการบริการรองรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางมาเปลี่ยนเครื่องในประเทศไทย จะเริ่มดำเนินการนำร่องในช่วงต้นปี 2570 ใน 4 สนามบินหลักที่มีผู้โดยสารเปลี่ยนเครื่อง ได้แก่ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ท่าอากาศยานดอนเมือง ท่าอากาศยานภูเก็ต และท่าอากาศยานกระบี่ โดยหลังจากนี้กระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จะออกแบบแพ็คเกจเพื่อให้บริการแก่นักท่องเที่ยว
โดยเบื้องต้นแพ็คเกจจะจัดสรรรับช่วงเวลาการเปลี่ยนเครื่องให้นักท่องเที่ยวที่มีเวลาต่อเครื่องตั้งแต่ 6-8 ชั่วโมง สามารถออกไปท่องเที่ยวระยะสั้นได้ เป็นจุดเริ่มต้นที่เปิดโอกาสให้นักเดินทางได้สัมผัสความน่าสนใจของสถานที่ท่องเที่ยวและการต้อนรับของคนไทย เป็นประตูและหน้าต่างสร้างความประทับใจ เพื่อจูงใจให้นักเดินทางเหล่านี้วางแผนกลับมาท่องเที่ยวในไทยอีกครั้ง
นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า ปัจจุบันสนามบินสุวรรณภูมิมีจำนวนผู้โดยสารเปลี่ยนเครื่องมากที่สุดประมาณ 1.3 ล้านคนต่อปี โครงการนี้ ททท. ตั้งเป้าหมายจะให้เกิดการเดินทางของผู้โดยสารกลุ่มนี้ประมาณ 10% โดยเบื้องต้นจะจัดสิทธิประโยชน์ (Incentive) เป็นแพ็คเกจพิเศษไม่คิดค่าใช้จ่ายแก่นักท่องเที่ยว
ทั้งนี้ ททท. อยู่ระหว่างการดีไซน์แพ็คเกจนำเที่ยวพิเศษเพื่อรองรับความต้องการที่หลากหลายของนักเดินทาง โดยมี 3 รูปแบบหลัก ได้แก่ ด้านวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ เช่น เส้นทางเข้าชมพระบรมมหาราชวัง วัดพระศรีรัตนศาสดาราม (วัดพระแก้ว) เมืองโบราณ จังหวัดสมุทรปราการ ด้านอาหาร ที่จะพานักท่องเที่ยวไปลิ้มลองอาหารไทยและสตรีทฟู้ด และด้านสุขภาพและเวลเนส เช่น บริการสปา นวดแผนไทย เป็นต้น





