'วิงสแปน' บริษัทลูกการบินไทย ที่มีจุดเริ่มต้นจาก 'ปิยสวัสดิ์' มีการบริหารงานเกิดปัญหาด้วยการพึ่งพา ‘เอาต์ซอร์ส’ จนนำมาสู่วิกฤติรอบใหม่
KEY POINTS
- บริษัท "วิงสแปน" ก่อตั้งขึ้นในสมัยนายปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ เป็นบริษัทลูกของการบินไทย เพื่อจัดหาบุคลากรแบบเอาต์ซอร์ส (Outsource) โดยมีเป้าหมายเพื่อลดต้นทุนการจ้างงาน
- การดำเนินงานของวิงสแปนพึ่งพารูปแบบการจ้างช่วง ซึ่งไม่มีสัญญาจ้างระยะยาวและสวัสดิการเทียบเท่าพนักงานประจำของการบินไทย
- โมเดลการจ้างงานดังกล่าวสร้างความเสี่ยงที่แรงงานอาจไม่เข้าปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งเป็นปัจจัยหนึ่งที่นำไปสู่วิกฤติด้านการบริการภาคพื้นดินของการบินไทย
บริษัท วิงสแปน เซอร์วิสเซส จำกัด (WingSpan Services) ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 2 ธ.ค.2553 ตามมติคณะกรรมการบริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) เพื่อดำเนินธุรกิจบริหารจัดการแรงงานและจัดหาบุคลากร (Outsource Manpower) ให้กับการบินไทยและกลุ่มธุรกิจการบิน
สำหรับแนวคิดการจัดตั้งมีจุดเริ่มต้นจาก "นายปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์" อดีตกรรมการผู้อำนวยการใหญ่การบินไทย เพื่อให้บริการบริหารแรงงานภาคพื้น จัดหาและพัฒนาบุคลากรรองรับงานประเภทต่างๆ ในเครือการบินไทย เพื่อช่วยลดต้นทุนการบริหารจัดการภายในองค์กร
สำหรับบริษัท วิงสแปน เซอร์วิสเซส จำกัด เป็นบริษัทลูกการบินไทยที่ก่อตั้งไล่เลี่ยกับบริษัท ไทยสมายล์แอร์เวย์ จำกัด ที่ก่อตั้งเมื่อวันที่ 17 ต.ค.2556 จากแรงผลักดันของนายปิยสวัสดิ์ เช่นกัน
ทั้งนี้ บริษัท วิงสแปน เซอร์วิสเซส จำกัด มีหน้าที่บริหารจัดการแรงงานภาคพื้น แต่มีการจ้างช่วงต่อหรือ Outsource มีทั้งลักษณะให้ค่าตอบแทนรายวัน และรายเดือน
"วิงสแปน" โมเดลลดต้นทุนของการบินไทย
ทั้งนี้การจ้างช่วงนั้นเป็นแนวทางลดต้นทุนการจ้างงาน เพราะไม่ต้องมีสัญญาจ้างระยะยาว อีกทั้งไม่ได้มีสวัสดิการเหมือนพนักงานการบินไทย แต่แนวทางการจ้างมีความเสี่ยงที่แรงงานจะไม่เข้าปฏิบัติหน้าที่ นำไปสู่วิกฤติการบริหารงานภาคพื้น ในช่วงเหตุน้ำท่วมต้นเดือน ต.ค.2569
บริษัท วิงสแปน เซอร์วิสเซส จำกัด จดทะเบียนเมื่อ 2 ธ.ค.2553 ทุนปัจจุบัน 2 ล้านบาท ตั้งอยู่ที่ 89 ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร วัตถุประสงค์ กิจการของสำนักงานจัดหางานหรือตัวแทนจัดหางานอื่นๆ มีกรรมการ 7 คน ส่วนใหญ่คือ ผู้บริหารภายในการบินไทย ได้แก่
1. นางจันทริกา โชติกเสถียร
2. นายนพดล เตี้ยบำรุงญาติ
3. นายพนมนันทน์ สมิตานนท์
4. นายศักดิ์สิทธิ์ มะสะพันธุ์
5. นางศิราภรณ์ รัตนเศรษฐ
6. นายสมิทธิ พิรุณสาร
7. นายอรรถกฤต วานิชชินชัย
นำส่งรายชื่อผู้ถือหุ้นล่าสุดเมื่อ 29 เม.ย.2569 มีครัวการบินภูเก็ต (ธุรกิจของการบินไทย) ถือหุ้นใหญ่สุด 51% การบินไทยถือ 49% และนายชาย เอี่ยมศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการบินไทย ถือ 1 หุ้น
"สุวรรณภูมิ" มีผู้ให้บริการลานจอด-อุปกรณ์ภาคพื้น 2 ราย
แหล่งข่าวจากกระทรวงคมนาคม เปิดเผย “กรุงเทพธุรกิจ” ว่า การเติบโตของอุตสาหกรรมการบินในไทยมีต่อเนื่อง แต่พบว่า ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ มีผู้ให้บริการลานจอด และอุปกรณ์ภาคพื้น 2 ราย ได้แก่
1.บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ซึ่งให้บริการภาคพื้นแก่สายการบินในสัดส่วนสูงสุด
2.บริษัท บริการภาคพื้นการบินกรุงเทพเวิลด์ไวด์ไฟลต์เซอร์วิส จำกัด (Bangkok Flight Services หรือ BFS)
ทั้งนี้ ข้อจำกัดทั้งการให้บริการภาคพื้นของสายการบินไทยที่มีเที่ยวบินเข้าออกท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเฉลี่ย 300 เที่ยวบินและให้บริการภาคพื้นแก่สายการบินลูกค้าอีกมาก
ดังนั้นเมื่อเกิดปัญหาระบบหรือ แรงงานสะดุดเล็กน้อยก็ส่งผลต่องานบริการล่าช้า และหากความล่าช้าสะสมเป็นเวลานาน ก็เกิดเป็นเหตุการณ์พอกหางหมู
“การบินไทย” ขับเคลื่อนด้วย “เอาต์ซอร์ส” ผ่านบริษัทลูก WingSpan Services
แหล่งข่าว กล่าวว่า ปัจจุบันการบินไทยใช้วิธีบริหารจัดการแรงงานภาคพื้นผ่านบริษัทลูก คือ บริษัท วิงสแปน เซอร์วิสเซส จำกัด ซึ่งมีการจ้างช่วง หรือ Outsource (เอาต์ซอร์ส) เพื่อลดต้นทุนจ้างงาน เพราะไม่ต้องมีสัญญาจ้างระยะยาว
“ที่ผ่านมา วิงสแปน ประกาศรับสมัครพนักงานปฏิบัติงานบริการภาคพื้นต่อเนื่อง ทั้งพนักงานขับเคลื่อนอุปกรณ์บริการเครื่องบิน พนักงานจัดเตรียมของใช้บนเครื่องบิน โดยเฉพาะพนักงานขับรถลากจูงสัมภาระ แสดงว่าการบินไทยต้องการแรงงานเหล่านี้มาก”
อย่างไรก็ตาม เมื่อมีผู้ให้บริการภาคพื้นของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเพียง 2 ราย ทำให้ค่าจ้างแรงงานไม่ได้แข่งขันกันสูงมากนัก ประกอบกับเมื่อมีการจ้างช่วง และเป็นการจ้างงานแบบรายวัน จึงทำให้แรงงานกลุ่มนี้สามารถตัดสินใจไม่เข้าปฏิบัติหน้าที่ได้ จึงกลายเป็นความเสี่ยงที่เกิดขึ้นกับผู้ให้บริการ





