วันอาทิตย์ ที่ 4 ตุลาคม 2569

Login
Login

พาณิชย์ เปิดระบบ “ใกล้เก็บเกี่ยว” ใช้ AI เปลี่ยนเกมบริหารสินค้าเกษตร

พาณิชย์  ผนึก 4 กระทรวง เชื่อมข้อมูลผลผลิต–ราคา–ดาวเทียม เปิดตัวระบบ “ใกล้เก็บเกี่ยว” เครื่องมือบริหารสินค้าเกษตรเชิงรุก เริ่มนำร่องกับสินค้าข้าว เชื่อมข้อมูลด้านการผลิต ราคา และสถานการณ์ในพื้นที่เข้าด้วยกัน ให้ภาครัฐมองเห็นแนวโน้มก่อนผลผลิตออกสู่ตลาด ชี้เป้าพื้นที่เสี่ยงได้ล่วงหน้า หวังยกระดับดูแลเกษตรกรตรงจุด

KEY POINTS

  • กระทรวงพาณิชย์เปิดตัวระบบ “ใกล้เก็บเกี่ยว” ใช้เทคโนโลยี AI วิเคราะห์ข้อมูลเพื่อคาดการณ์ปริมาณผลผลิตและราคาสินค้าเกษตรล่วงหน้า
  • มีเป้าหมายเพื่อเปลี่ยนการทำงานภาครัฐจากการรอแก้ปัญหา เป็นการบริหารจัดการเชิงรุก โดยสามารถรู้และเห็นสถานการณ์ก่อนเกิดปัญหา
  • ระบบสามารถชี้เป้าพื้นที่เสี่ยงได้ละเอียดถึงระดับตำบล ทำให้สามารถออกมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรได้อย่างตรงจุดและทันเวลา โดยเริ่มนำร่องกับข้าวนาปีเป็นสินค้าแรก

ปัญหาสินค้าเกษตรที่เกิดขึ้นซ้ำ ๆ ทั้งผลผลิตออกสู่ตลาดพร้อมกัน ราคาตกต่ำ ผลผลิตไม่สอดคล้องกับความต้องการของตลาด หรือภาครัฐเข้าไปช่วยเหลือไม่ทันสถานการณ์ กำลังถูกท้าทายด้วยแนวทางใหม่ของกระทรวงพาณิชย์ ผ่านระบบบริหารจัดการสินค้าเกษตร “ใกล้เก็บเกี่ยว” ที่นำข้อมูลและเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้คาดการณ์สถานการณ์ล่วงหน้า เพื่อให้ภาครัฐมีเวลาเตรียมมาตรการก่อนปัญหาจะเกิดขึ้น

กระทรวงพาณิชย์ โดยสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เปิดตัวแอปพลิเคชัน “ใกล้เก็บเกี่ยว” อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 30 ก.ย. 2569 ภายใต้ความร่วมมือ 4 กระทรวง ได้แก่ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยเริ่มนำร่องที่ “ข้าวนาปี” ก่อนขยายไปยังสินค้าเกษตรประเภทอื่นในระยะต่อไป

เป้าหมายสำคัญ คือ เปลี่ยนวิธีทำงานของภาครัฐจากการ “รอให้เกิดปัญหาแล้วแก้ไข” ไปสู่การ “รู้ก่อน เห็นก่อน และบริหารก่อน” โดยระบบดังกล่าวเชื่อมโยงข้อมูลด้านการผลิต ราคา และสถานการณ์ในพื้นที่ เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมองเห็นแนวโน้มก่อนผลผลิตจะออกสู่ตลาด สามารถระบุพื้นที่ที่มีความเสี่ยง และเตรียมมาตรการรองรับได้เหมาะสมกับสถานการณ์และทันเวลา

พาณิชย์ เปิดระบบ “ใกล้เก็บเกี่ยว” ใช้ AI เปลี่ยนเกมบริหารสินค้าเกษตร

“นันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์” ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ ระบุว่า ความท้าทายของการบริหารเสถียรภาพราคาสินค้าเกษตรไม่ได้อยู่ที่ประเทศไทยไม่มีข้อมูล แต่ข้อมูลสำคัญกระจายอยู่ในหลายหน่วยงาน แต่ละหน่วยงานมีข้อมูลและความเชี่ยวชาญแตกต่างกัน จึงต้องนำ Technology และ AI เข้ามาช่วยเชื่อมโยงข้อมูลให้เห็นภาพเดียวกัน ทั้งด้านการผลิต พื้นที่เพาะปลูก ผลผลิต ตลาด และราคา

เมื่อข้อมูลเหล่านี้ถูกนำมาประมวลผลร่วมกัน ภาครัฐจะสามารถมองเห็นล่วงหน้าว่า ผลผลิตกำลังจะออกที่ไหน ช่วงเวลาใด มีปริมาณประมาณเท่าใด พื้นที่ใดมีความเสี่ยง และราคาเริ่มส่งสัญญาณอย่างไร ซึ่งจะเพิ่มเวลาสำหรับการเตรียมมาตรการบริหารจัดการ ก่อนที่สถานการณ์จะพัฒนาไปสู่ปัญหา

จุดเด่นสำคัญของ “ใกล้เก็บเกี่ยว” คือ การนำข้อมูลจากหลายแหล่งมาวิเคราะห์ร่วมกัน โดยเฉพาะ ข้อมูลทะเบียนการเพาะปลูกและข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียม เพื่อประเมินว่า ผลผลิตจะออกสู่ตลาดเมื่อใด มีปริมาณเท่าใด และพื้นที่ใดมีแนวโน้มที่ผลผลิตจะออกกระจุกตัวในช่วงเวลาเดียวกัน

ข้อมูลด้านผลผลิตจะถูกนำมาพิจารณาควบคู่กับ ข้อมูลราคาในพื้นที่ เพื่อให้ภาครัฐเห็นทั้งด้าน “ปริมาณ” และ “แรงกดดันด้านราคา” ไปพร้อมกัน

แนวทางดังกล่าวมีความสำคัญ เพราะปริมาณผลผลิตที่เพิ่มขึ้นไม่ได้หมายความว่าจะเกิดปัญหาในทุกพื้นที่ หากพื้นที่นั้นมีตลาดรองรับ มีความต้องการซื้อ หรือมีช่องทางการกระจายสินค้าเพียงพอ ในทางกลับกัน พื้นที่ที่ผลผลิตกำลังจะออกจำนวนมากในช่วงเวลาเดียวกัน แต่ตลาดรองรับจำกัดและราคาเริ่มส่งสัญญาณอ่อนตัว ย่อมเป็นพื้นที่ที่ควรได้รับการเฝ้าระวังเป็นพิเศษ

ระบบจึงพยายามเชื่อม “ข้อมูลผลผลิต” เข้ากับ “สัญญาณราคา” เพื่อให้การประเมินความเสี่ยงมีความละเอียดมากกว่าการดูเพียงปริมาณผลผลิตทั้งประเทศหรือรายจังหวัด

พาณิชย์ เปิดระบบ “ใกล้เก็บเกี่ยว” ใช้ AI เปลี่ยนเกมบริหารสินค้าเกษตร

อีกหนึ่งจุดเด่นที่ทำให้ “ใกล้เก็บเกี่ยว” แตกต่างจากการติดตามสถานการณ์สินค้าเกษตรแบบเดิม คือความสามารถในการ ชี้เป้าพื้นที่เสี่ยงในระดับพื้นที่ย่อย ลงลึกถึงระดับตำบล

การมีข้อมูลในระดับดังกล่าวช่วยให้ภาครัฐไม่จำเป็นต้องใช้มาตรการเดียวกันกับทุกพื้นที่ เพราะสถานการณ์สินค้าเกษตรในแต่ละพื้นที่อาจแตกต่างกันอย่างมาก ทั้งช่วงเวลาการเก็บเกี่ยว ปริมาณผลผลิต ราคาที่เกษตรกรได้รับ ศักยภาพในการรวบรวมผลผลิต และตลาดรองรับ

เมื่อระบบสามารถระบุได้ว่าพื้นที่ใดกำลังจะมีผลผลิตออกมาก และมีสัญญาณความเสี่ยงด้านราคา หน่วยงานในพื้นที่จะสามารถนำข้อมูลไปประกอบการพิจารณามาตรการได้เร็วขึ้นและตรงจุดมากขึ้น

จึงเป็นการเปลี่ยนจากการบริหารในลักษณะ “จังหวัดมีปัญหาจึงเข้าไปแก้” ไปสู่การค้นหาว่า “ตำบลใดกำลังมีความเสี่ยง และควรเตรียมการอย่างไร” เป็นรายงานสถานการณ์” ให้กลายเป็นเครื่องมือสำหรับ “ตัดสินใจและลงมือทำ”

 “ใกล้เก็บเกี่ยว” ยังถูกออกแบบให้รองรับการทำงานของทั้ง ผู้บริหารส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกระทรวงพาณิชย์และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

ในระดับส่วนกลาง ผู้บริหารสามารถใช้ระบบเพื่อดูภาพรวมสถานการณ์สินค้าเกษตรและพื้นที่ที่มีความเสี่ยง เพื่อประกอบการตัดสินใจเชิงนโยบาย รวมถึงติดตามว่ามาตรการที่ดำเนินการในพื้นที่มีผลอย่างไร และจำเป็นต้องมีการสั่งการเพิ่มเติมหรือไม่

ขณะที่ สำนักงานพาณิชย์จังหวัดและหน่วยงานในพื้นที่ สามารถใช้ข้อมูลเพื่อติดตามสถานการณ์ในพื้นที่ของตนเอง ประเมินพื้นที่เสี่ยง เสนอหรือดำเนินมาตรการ และรายงานผลกลับเข้าสู่ระบบ

ส่วนหน่วยงานด้านการเกษตรสามารถนำข้อมูลไปใช้ประกอบการติดตามผลผลิตและสถานการณ์การผลิตในพื้นที่ ทำให้เกิดการใช้ข้อมูลร่วมกันระหว่างหน่วยงาน

พาณิชย์ เปิดระบบ “ใกล้เก็บเกี่ยว” ใช้ AI เปลี่ยนเกมบริหารสินค้าเกษตร

โครงสร้างดังกล่าวช่วยลดข้อจำกัดของการทำงานแบบต่างหน่วยต่างมีข้อมูล และเปิดทางให้ส่วนกลางกับพื้นที่สามารถมองสถานการณ์จาก ฐานข้อมูลชุดเดียวกัน มากขึ้น ผลลัพธ์ที่คาดหวังจากระบบจึงไม่ได้จำกัดอยู่ที่การเพิ่มประสิทธิภาพด้านข้อมูล แต่ต้องการยกระดับวิธีการทำงานของภาครัฐให้ รวดเร็ว ตรงจุด และเชิงรุกมากขึ้น

เมื่อพบสัญญาณความเสี่ยง หน่วยงานในพื้นที่สามารถเริ่มพิจารณามาตรการรองรับก่อนที่ปัญหาจะรุนแรงขึ้น ขณะที่ผู้บริหารส่วนกลางสามารถติดตามสถานการณ์และผลของมาตรการอย่างต่อเนื่อง เพื่อประเมินว่าจำเป็นต้องปรับหรือเพิ่มมาตรการหรือไม่

ในมุมของเกษตรกร ประโยชน์ที่คาดหวังคือการได้รับการดูแลเร็วขึ้น เพราะภาครัฐมีข้อมูลสำหรับมองเห็นปัญหาล่วงหน้า และสามารถออกแบบมาตรการให้สอดคล้องกับสถานการณ์ของแต่ละพื้นที่มากขึ้น

แนวคิดนี้จึงแตกต่างจากการช่วยเหลือแบบ “เกิดปัญหาแล้วจึงเข้าไปแก้” เพราะระบบพยายามสร้างกลไกให้ภาครัฐสามารถ ป้องกันและลดผลกระทบล่วงหน้า

สินค้าชนิดแรกที่นำระบบมาใช้คือ “ข้าว” เนื่องจากเป็นสินค้าเกษตรสำคัญของประเทศ และกำลังเข้าสู่ช่วงที่ผลผลิตข้าวนาปีจะทยอยออกสู่ตลาดในช่วงปลายปี

ระบบสามารถใช้ติดตามข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับข้าว ทั้งปริมาณผลผลิต ราคาข้าว การคาดการณ์ผลผลิตล่วงหน้า ข้อมูลเชิงพื้นที่ ระดับความเสี่ยง และการแจ้งเตือนสถานการณ์ที่ควรเฝ้าระวัง เพื่อให้สำนักงานพาณิชย์จังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถนำข้อมูลไปใช้ประกอบการทำงานในพื้นที่ได้

การเปิดตัวระบบไม่ได้หยุดอยู่ที่การบริหารปริมาณผลผลิตหรือรักษาเสถียรภาพราคาเท่านั้น แต่กระทรวงพาณิชย์วางเป้าหมายให้ข้อมูลสามารถนำไปสู่การยกระดับสินค้าเกษตรตลอดห่วงโซ่ ตั้งแต่การผลิต การเก็บเกี่ยว การแปรรูป ไปจนถึงการตลาด จากนี้ไปคงต้องจับตา “ใกล้เก็บเกี่ยว” จะช่วยแก้ปัญหาสินค้าเกษตรที่สะสมมายาวได้ตามเป้าหมายหรือไม่