วันศุกร์ ที่ 2 ตุลาคม 2569

Login
Login

เปิดปัญหาเรื้อรังการบินไทย ‘เอาท์ซอร์ส’ ต้นตอวิกฤติรอบใหม่

เปิดปัญหาเรื้อรังบริการภาคพื้น “สุวรรณภูมิ” ระเบิดเวลาของ “การบินไทย” ขาดแรงงาน – จ้างเอาท์ซอร์ส เผชิญเหตุฉุกเฉินเกินแผนบริหารความเสี่ยง ด้าน กพท.เผยทางออกต้องเร่งปลดล็อกมติ ครม. อนุญาตสายการบินทำบริการภาคพื้นด้วยตนเองเหมือน “ดอนเมือง”

KEY POINTS

  • เจาะวิกฤติบริการภาคพื้นของ "การบินไทย" มีต้นตอมาจากการขาดแคลนบุคลากร ซึ่งเป็นผลโดยตรงจากการพึ่งพาระบบ "เอาท์ซอร์ส" เพื่อลดต้นทุน
  • การจ้างงานแบบเอาท์ซอร์สผ่านบริษัทลูกเป็นการจ้างช่วงรายวัน-รายเดือนที่ไม่มีสวัสดิการ ทำให้แรงงานมีความเสี่ยงสูงที่จะไม่มาปฏิบัติหน้าที่จนกระทบต่อระบบบริการ
  • ขณะที่ปัญหาเชิงโครงสร้างของสนามบินสุวรรณภูมิที่มีผู้ให้บริการภาคพื้นเพียง 2 ราย เป็นอีกปัจจัยสำคัญ โดยมีข้อเสนอให้เพิ่มผู้ประกอบการและอนุญาตให้สายการบินจัดการบริการภาคพื้นได้เองเพื่อแก้ปัญหาระยะยาว

ปัญหาฝนตกแช่ตั้งแต่ปลายสัปดาห์ที่ผ่านมาส่งผลกระทบต่อน้ำท่วมในกรุงเทพฯ และทำให้ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ประกาศยกเลิกเที่ยวบินหลังจากมีปัญหาเจ้าหน้าที่ไม่เพียงพอต่อการจัดการบริการภาคพื้น และแม้เจ้าหน้าที่บริการภาคพื้นจะกลับเข้ามาทำงานเพิ่มขึ้น แต่ปัญหาที่ยังค้างอยู่ทำให้ไม่สามารถบริการได้ 100%

แหล่งข่าวจากกระทรวงคมนาคม เปิดเผย “กรุงเทพธุรกิจ” ว่า การเติบโตของอุตสาหกรรมการบินในไทยมีต่อเนื่อง แต่พบว่าท่าอากาศยานสุวรรณภูมิมีผู้ให้บริการลานจอดและอุปกรณ์ภาคพื้น 2 ราย ได้แก่ 

1.บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน)

2.บริษัท บริการภาคพื้นการบินกรุงเทพเวิลด์ไวด์ไฟลท์เซอร์วิส จำกัด (Bangkok Flight Services หรือ BFS)

ขณะที่การบินไทยให้บริการภาคพื้นแก่สายการบินในสัดส่วนสูงสุด

ทั้งนี้ ข้อจำกัดทั้งการให้บริการภาคพื้นของสายการบินไทยที่มีเที่ยวบินเข้าออกท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเฉลี่ย 300 เที่ยวบินและให้บริการภาคพื้นแก่สายการบินลูกค้าอีกมาก ทำให้เมื่อเกิดปัญหาระบบหรือแรงงานสะดุดเพียงเล็กน้อย ก็ส่งผลต่องานบริการล่าช้าได้ทันที และหากความล่าช้าสะสมเป็นเวลานาน ก็เกิดเป็นเหตุการณ์พอกหางหมูที่เกิดขึ้นอยู่ในขณะนี้ 

เปิดปัญหาเรื้อรังการบินไทย ‘เอาท์ซอร์ส’ ต้นตอวิกฤติรอบใหม่

“การให้บริการภาคพื้นที่มีทั้งกลุ่มบริการอุปกรณ์สนับสนุนอากาศยาน บริการขนถ่ายและเคลื่อนย้ายกระเป๋า สัมภาระ สินค้า และไปรษณียภัณฑ์ บริการขนถ่ายและเคลื่อนย้ายผู้โดยสารและลูกเรือ การให้บริการการจัดการทั่วไปด้านภาคพื้น การให้บริการด้านผู้โดยสาร รวมไปถึงการให้บริการด้านการบิน พิธีการบินและลูกเรือ ทั้งหมดถือเป็นรายละเอียดงานที่ต้องใช้บุคลากรจำนวนมาก” 

ดังนั้นเมื่อเกิดปัญหาการขาดแคลนแรงงานจึงทำให้ระบบงานบริการขัดข้องในทันที

“การบินไทย” ขับเคลื่อนด้วย “เอาท์ซอร์ส”

แหล่งข่าว กล่าวว่า ปัจจุบันการบินไทยใช้วิธีบริหารจัดการแรงงานภาคพื้นผ่านบริษัทลูก คือ บริษัท วิงสแปน เซอร์วิสเซส จำกัด (WingSpan Services) และพบว่าวิงสแปนยังมีการจ้างช่วง หรือ Outsource (เอาท์ซอร์ส) ซึ่งมีทั้งลักษณะให้ค่าตอบแทนเป็นรายวัน และรายเดือน ซึ่งการจ้างช่วงนั้นเป็นแนวทางที่ลดต้นทุนการจ้างงาน เพราะไม่ต้องมีสัญญาจ้างระยะยาว อีกทั้งไม่ได้มีสวัสดิการเหมือนพนักงานการบินไทย แต่แนวทางการจ้างนั้นต้องยอมรับว่ามีความเสี่ยงที่แรงงานจะไม่เข้าปฏิบัติหน้าที่

เปิดปัญหาเรื้อรังการบินไทย ‘เอาท์ซอร์ส’ ต้นตอวิกฤติรอบใหม่

“เห็นได้ว่าที่ผ่านมา วิงสแปนประกาศเปิดรับสมัครพนักงานเพื่อปฏิบัติงานบริการภาคพื้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งพนักงานขับเคลื่อนอุปกรณ์บริการเครื่องบิน พนักงานจัดเตรียมของใช้บนเครื่องบิน โดยเฉพาะพนักงานขับรถลากจูงสัมภาระ ซึ่งขณะนี้ก็ยังมีการประกาศเปิดรับสมัครอยู่ แสดงให้เห็นว่าขณะนี้การบินไทยต้องการแรงงานเหล่านี้จำนวนมาก”

อย่างไรก็ตาม เมื่อมีผู้ให้บริการภาคพื้นของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเพียง 2 ราย ทำให้ค่าจ้างแรงงานไม่ได้แข่งขันกันสูงมากนัก ประกอบกับเมื่อมีารจ้างช่วง และเป็นการจ้างงานแบบรายวัน จึงทำให้แรงงานกลุ่มนี้สามารถตัดสินใจไม่เข้าปฏิบัติหน้าที่ได้ จึงกลายเป็นความเสี่ยงที่เกิดขึ้นกับผู้ให้บริการ 

ปลดล็อคบริการภาคพื้น“สุวรรณภูมิ”

นอกจากนี้ทราบว่าปัจจุบันสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) ผลักดันเกี่ยวกับแนวทางแก้ปัญหาบริการภาคพื้นของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ 

ทั้งนี้มีการปลดล็อกข้อจำกัดของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่กำหนดให้สัมปทานผู้ประกอบการ 2 ราย ในการให้บริการภาคพื้น โดยต้องการให้ใช้โมเดลเดียวกันกับท่าอากาศยานดอนเมืองที่เปิดกว้างให้ผู้ประกอบการสายการบินที่มีขีดความสามารถดำเนินกิจการบริการภาคพื้นด้วยตนเอง 

แหล่งข่าว กล่าวว่า แม้ขณะนี้ ครม.จะมีมติเมื่อวันที่ 12 ก.ย.2569 เห็นชอบให้บริษัท บริการภาคพื้น ท่าอากาศยานไทย จำกัด (AOTGA) ดำเนินโครงการให้บริการลานจอดและอุปกรณ์ภาคพื้น การให้บริการผู้โดยสารภาคพื้น และกิจการอื่นๆ ที่เกี่ยวเนื่อง ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เป็นผู้ประกอบการรายที่ 3 

แต่แนวทางนี้เป็นเพียงการแบ่งเบาปัญหาบริหารจัดการ หากอนาคตเกิดปัญหาผู้ประกอบการรับเกินขีดความสามารถก็จะทำให้ระบบบริการอาจพังลงอีก

“แนวทางแก้ปัญหาระยะยาว กพท.เสนอว่าควรให้สายการบินที่พอทำบริการภาคพื้นเองได้ก็ให้ดำเนินการเหมือนกับที่ดอนเมือง จะได้ลดภาระของผู้ประกอบการที่ทำอยู่น้อยรายในวันนี้ ซึ่งจากการประเมินกรณีสุวรรณภูมิก็มีบางสายที่มีจำนวนเที่ยวบินมากพอที่จะทำบริการภาคพื้นเองได้” แหล่งข่าว กล่าว

เจ้าหน้าที่บริการภาคพื้น กลับมาทำงานแล้ว 90%

นายชาย เอี่ยมศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ขณะนี้บุคลากรฝ่ายบริการผู้โดยสารภาคพื้นกลับมาปฏิบัติงานแล้ว 90% และฝ่ายบริการลานจอดและอากาศยาน 80% 

ทั้งนี้ยอมรับว่าแม้วันนี้พนักงานจะกลับมาทำงาน 100% ก็ยังมีสัมภาระและงานที่สะสมคงค้างทำให้การบินไทยต้องตัดสินใจลดกำลังการผลิตลงเพื่อให้กระเป๋าเคลียร์ออกโดยเร็ว และบริหารจัดการกำลังการผลิตให้กลับมาปกติโดยเร็ว

“ปกติการบินไทยมี 115 ไฟล์ตต่อวัน วันที่เริ่มมีปัญหาเราลดลงไป 28 ไฟล์ต วันที่ 1 ต.ค.นี้จะลดอีก 15 ไฟล์ต และวันที่ 2 ต.ค.นี้ ก็จะกลับมาบิน 105 ไฟล์ต ดังนั้นจากการประเมินตอนนี้ เราจะกลับมาบินปกติให้ได้ภายใน 7 วัน เชื่อว่าเป็นไปได้” นายชาย กล่าว

นายชาย กล่าวว่า การบินไทยให้ความสำคัญกับผู้โดยสารที่ได้รับผลกระทบในวันที่ 26-28 ก.ย.2569 โดยการบินไทยจะเร่งส่งกระเป๋าให้ผู้โดยสารทั้งหมดโดยเร็ว และขอบคุณบริษัทท่าอากาศยานไทย (ทอท.) ที่เข้ามาช่วยจัดพื้นที่และระบบการจัดการต่างๆ ส่วนที่มีข้อเสนอแนะเข้ามา การบินไทยยินดีนำไปปฏิบัติและปรับปรุงให้ดีขึ้น และขออภัยผู้โดยสารทุกท่านและประชาชนชาวไทย