วันอาทิตย์ ที่ 4 ตุลาคม 2569

Login
Login

‘ประสาร’ ห่วงวิกฤตภูมิอากาศกระทบธุรกิจ หนุนการเงินเปลี่ยนผ่าน สกัด ‘ฟอกเขียว’

"ประสาร" ชี้วิกฤตภูมิอากาศสร้างความเสี่ยงต่อผลประกอบการธุรกิจ หนุนแนวคิดการเงินเพื่อการเปลี่ยนผ่าน ช่วยเหลือธุรกิจที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูงให้ปรับตัวสู่การดำเนินงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เน้นย้ำความสำคัญของความโปร่งใสและน่าเชื่อถือป้องกันปัญหาการฟอกเขียว

นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ประธานกรรมการสมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (ThaiBMA) อดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และอดีตเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยในงาน “Fitch on Thailand 2026: Global Risks and Regional Economic & Bank Outlook” ว่า

การเงินสีเขียวเพื่อความยั่งยืนในตลาดทุนไทยทวีความสำคัญมากขึ้น หลังช่วงที่ผ่านมาปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมและภัยธรรมชาติได้เปลี่ยนจากเรื่องภายนอก มาเป็นความเสี่ยงภายในองค์กรที่ส่งผลต่อรายได้และผลประกอบการของภาคธุรกิจโดยตรง

ยกตัวอย่าง ธุรกิจประกันภัย ที่ค่าสินไหมทดแทนจากการเคลมประกันพุ่งสูงขึ้นมากหลังเกิดภัยพิบัติบ่อยครั้ง หรือธุรกิจท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบจากความเสื่อมโทรมของธรรมชาติ และที่ชัดเจนที่สุดคือปัญหาอุทกภัยในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งส่งผลกระทบต่อกำลังการผลิต ยอดขาย และต้นทุนการเงินของธุรกิจ

ดังนั้น กลุ่มนักลงทุนสถาบันจึงหันมาให้ความสนใจเข้าซื้อตราสารหนี้ที่เกี่ยวข้องกับการรักษาสิ่งแวดล้อมและการลดภัยธรรมชาติมากขึ้น

นักลงทุนหลายรายยินดีซื้อตราสารหนี้สีเขียวแม้จะให้ผลตอบแทนในระดับที่ต่ำกว่าปกติเล็กน้อย หรือยอมให้ค่าพรีเมียมแก่ผู้ออกตราสารหนี้ที่ให้ความสำคัญกับการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง

ตลาดบอนด์ ESG ไทย มูลค่าทะลุ 1 ล้านล้าน

นายประสาร กล่าวต่อไปว่า ข้อมูลระบุว่า มูลค่าของตลาดตราสารหนี้รวมทั้งหมด ณ ปัจจุบัน อยู่ที่ราว 18 ล้านล้านบาท โดยมีตราสารหนี้ที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อม สังคม และความยั่งยืน (ESG) รวมแล้วกว่า 1 ล้านล้านบาท ประกอบไปด้วย

1. ตราสารหนี้ภาครัฐ มูลค่ารวม 800,000 ล้านบาท ในจำนวนนี้กว่า 500,000 ล้านบาท ออกในช่วงวิกฤตโควิด-19 เพื่อนำไปช่วยเหลือประชาชนและเยียวยาด้านสาธารณสุขและสังคม

3. ตราสารหนี้เอกชน มูลค่ารวมประมาณ 200,000 ล้านบาท เพื่อวัตถุประสงค์ในการรักษาสภาพแวดล้อม การเปลี่ยนไปใช้วัตถุดิบที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกน้อยลง ตลอดจนการลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม

การเงินเปลี่ยนผ่าน และการป้องกัน ‘การฟอกเขียว’

นายประสาร กล่าวด้วยว่า ภาคธุรกิจมีความพร้อมในการปรับตัวไม่เท่ากัน บางบริษัทต้องใช้เวลาและความพยายามในการเปลี่ยนผ่าน ปัจจุบันจึงมีการผลักดันให้สถาบันการเงินหันมาสนับสนุนรูปแบบการเงินเปลี่ยนผ่าน (Transition Finance) 

ด้วยการให้สินเชื่อช่วยเหลือธุรกิจที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูง และลดคาร์บอนได้ยาก ให้สามารถปรับตัวและเปลี่ยนผ่านไปสู่การดำเนินกิจการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมได้แบบค่อยเป็นค่อยไป

ในการนี้ เทคโนโลยีมีบทบาทสำคัญในการช่วยลดผลกระทบ เช่น อุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ที่นำวัสดุทดแทนมาเผาผลิตปูนเพื่อลดก๊าซเรือนกระจกได้ถึง 30% หรือเทคโนโลยีพลังงานแสงอาทิตย์ ที่ปัจจุบันมีต้นทุนต่ำกว่าพลังงานฟอสซิล

นอกจากนี้ นายประสาร ยังกล่าวว่า หัวใจสำคัญของการขับเคลื่อนตลาดตราสารหนี้เพื่อความยั่งยืนคือ ความโปร่งใส และ ความน่าเชื่อถือ โดยหน่วยงานกำกับดูแลทั้ง สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย และสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือ จะต้องร่วมมือกันตรวจสอบและติดตามอย่างใกล้ชิด

ทั้งนี้ เพื่อพิสูจน์ว่าเงินที่ได้จากการระดมทุนนำไปใช้ตรงตามวัตถุประสงค์ที่แจ้งไว้จริง โดยต้องไม่ใช่เพียงการสร้างภาพหรือการหลอกลวงนักลงทุน ที่เรียกว่า “การฟอกเขียว” (Greenwashing) รวมถึงต้องช่วยแปลความและแปลงปัจจัยด้านความยั่งยืน ให้ออกมาเป็นความเสี่ยงด้านเครดิต ที่วัดผลได้อย่างเป็นรูปธรรม สร้างความเชื่อมั่นอย่างยั่งยืนแก่ตลาดทุนไทยในระยะยาว