วันพฤหัสบดี ที่ 1 ตุลาคม 2569

Login
Login

กนอ. ลุยอมตะ ชลบุรี เยียวยา 34 โรงงานน้ำท่วม สั่งเอกซเรย์ทุกนิคมฯ รับน้ำเหนือ

"กนอ." ลงพื้นที่ชลบุรีด่วน! หลัง "อมตะ ชลบุรี" เขื่อนดินแตกท่วมเฟส 7-10 "สุเมธ" ร่วมถก 34 โรงงานที่ได้รับผลกระทบ เร่งเคลียร์ข้อมูลความเสียหายคาดสรุปช่วงเย็นวันนี้ พร้อมชงบอร์ดด่วนเคาะสิทธิประโยชน์ ยันนิคมฯ ในพื้นที่กทม. อยุธยา ยังรับมือไหว

KEY POINTS

  • นิคมอุตสาหกรรมอมตะ ชลบุรี ได้รับผลกระทบหนักที่สุด โดยเฉพาะเฟส 7, 8, 9 และ 10 เนื่องจากเขื่อนดินแตก ส่งผลให้โรงงานได้รับผลกระทบแล้วเบื้องต้น 34 แห่ง โดยผู้ว่าการ กนอ. ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบความเสียหาย
  • กนอ. เตรียมมาตรการเยียวยาเร่งด่วน โดยจะเสนอเรื่องเข้าที่ประชุมบอร์ดนัดพิเศษเพื่อพิจารณาสิทธิประโยชน์ช่วยเหลือผู้ประกอบการ และได้นัดประชุมผู้ได้รับผลกระทบทั้งหมดเพื่อประเมินความเสียหาย
  • ผู้ว่าการ กนอ. ได้สั่งการให้ทดสอบระบบป้องกันน้ำท่วมแบบเต็มระบบ (Full Test) ในทุกนิคมอุตสาหกรรมที่มีความเสี่ยงทั่วประเทศ พร้อมตรวจสอบความพร้อมของระบบระบายน้ำภายนอกนิคมฯ

นายสุเมธ ตั้งประเสริฐ ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เปิดเผย "กรุงเทพธุรกิจ" ถึงสถานการณ์น้ำท่วมและผลกระทบต่อพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมว่า พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดในขณะนี้คือ นิคมอุตสาหกรรมอมตะ ชลบุรี ซึ่งมีทั้งหมด 10 เฟส โดยพื้นที่ที่ประสบปัญหารุนแรงคือ เฟส 7, 8, 9 และ 10

สาเหตุหลักเกิดจากเขื่อนดินเกิดการแตกชำรุด ส่งผลให้น้ำทะลักเข้าท่วมในพื้นที่อย่างรวดเร็ว เบื้องต้นตรวจสอบพบว่ามีโรงงานที่ได้รับผลกระทบแล้วประมาณ 34 โรงงาน โดยตนกำลังเร่งเดินทางลงพื้นที่จริงเพื่อตรวจสอบความเสียหายอย่างใกล้ชิด 

ตั้งโต๊ะเยียวยา ชงบอร์ด กนอ. ถกสิทธิประโยชน์ด่วน

นายสุเมธ กล่าวต่อว่า กนอ. กำลังเร่งประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อกำหนดมาตรการเยียวยาเป็นการด่วน รวมถึงการวางแผนซัพพอร์ตผู้ประกอบการในระยะยาวหลังจากระดับน้ำลดลง ซึ่งคาดว่าจะเริ่มมีความชัดเจนของแนวทางซัพพอร์ตในช่วงหลังเวลา 15.00 - 16.00 น. 

นอกจากนี้ ตนได้เตรียมเร่งขอเปิดประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) กนอ. นัดพิเศษโดยด่วน เพื่อพิจารณาจัดสรรสิทธิประโยชน์และการช่วยเหลือแก่ผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบ สำหรับตัวเลขและมูลค่าความเสียหายที่แน่นอนนั้น อยู่ระหว่างการเร่งตรวจสอบและประสานข้อมูลเนื่องจากรายงานเบื้องต้นยังไม่ตรงกัน โดย กนอ. ได้นัดหมายผู้ประกอบการทุกรายที่ได้รับผลกระทบเข้าร่วมประชุมร่วมกันที่นิคมฯ อมตะ ในเวลา 16.00 น. เพื่อสรุปสถานการณ์และประเมินมูลค่าความเสียหายทั้งหมด

เทสระบบป้องกันทั่วประเทศ - อยุธยา/กรุงเทพฯ ยังรับไหว

สำหรับภาพรวมนิคมอุตสาหกรรมในพื้นที่อื่น ๆ ผู้ว่าฯ กนอ. กล่าวว่า สถานการณ์ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร สามารถควบคุมไว้ได้ทั้งหมดและมีแนวโน้มดีขึ้น ส่วนในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และนิคมอุตสาหกรรมโรจนะ แม้ว่าจะต้องรองรับปริมาณน้ำเหนือไหลหลาก แต่นับว่ายังสามารถป้องกันและรับมือได้ดี

อย่างไรก็ตาม เพื่อความไม่ประมาท กนอ. ได้สั่งการให้ทดสอบระบบป้องกันน้ำท่วมแบบเต็มระบบ (Full Test) ในทุกนิคมอุตสาหกรรมที่มีความเสี่ยงใหม่ทั้งหมด พร้อมทั้งส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบต้นทางระบบระบายน้ำ ทั้งคูคลองและเส้นทางระบายน้ำภายนอกนิคมฯ เพื่อประเมินความพร้อมในการระบายน้ำ ทั้งนี้ หากพื้นที่ใดมีความจำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนเพิ่มเติม กนอ. มีความพร้อมที่จะจัดสรรงบประมาณเข้าไปช่วยเหลือในทันที

อย่างไรก็ตาม เมื่อเวลา 08.00 น. ในเฟส 7 - 9 มีน้ำท่วมสูงเฉลี่ย 30 - 70  ซม. ทั้งหมดยังอยู่ในจุดเฝ้าระวัง น้ำจากข้างนอกไหลเข้ามา โดยได้มีการดำเนินการซ่อมแซมคันดินแล้ว 4 จุด และอยู่ระหว่างดำเนินการซ่อมแซม 1 จุด

ขณะที่ ปภ. ได้ดำเนินการติดตั้งปั้มน้ำบริเวณเฟส 10 เพิ่ม 1 ตัว พร้อมกันนี้ กนอ. ได้ประสานผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี และหน่วยงานรัฐเข้าช่วยเหลือลูกค้า ได้แก่ มทบ.14 (สนับสนุนกำลังพลและรถทหาร), ศูนย์บรรเทาสาธารณภัย กองทัพเรือ (สนับสนุนเครื่องผลักดันน้ำ), กองพันทหารช่างที่ 2 กองพลทหารราบที่2 รักษาพระองค์ (สนับสนุนเรือยนต์), ศูนย์ฝึกนักศึกษาวิชาทหาร (สนับสนุนกำลังพล)

ด้านนิคมฯ อื่นที่เฝ้าระวังระดับน้ำในคลองรอบๆ หรือพื้นที่ใกล้เคียงนิคมฯ สมุทรสาคร และนิคมฯ ราชบุรี โดยปัจจุบันสถานการณ์ระดับน้ำโดยรอบยังปกติ

ส่วนสถานการณ์น้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยา โดยเฉพาะพื้นที่นิคมฯ บางปะอิน ระดับน้ำภายในต่ำกว่าขอบรางระบายน้ำ ประมาณ 2.30 ม. เช่นเดียวกับนครหลวง และบ้านหว้า (ไฮเทค) ระดับน้ำหลังคันป้องกันน้ำท่วมนิคมฯ บ้านหว้า ห่างประมาณ 2.35 ม. ซึ่งปัจจุบันยังอยู่ในระยะปลอดภัย 

โดยอัตราการระบายน้ำรวม (เจ้าพระยา + พระรามหก) อยู่ที่ 2,831 ลบ.ม./วินาที เกณฑ์เฝ้าระวังนิคมฯ 3,500 ลบ.ม./วินาที

นิคมฯ ลาดกระบัง พื้นที่ปกติ ไม่มีน้ำท่วมขัง 

สถานการณ์น้ำภายนอกนิคมฯ ลาดกระบัง ระดับน้ำในคลองภายนอกนิคมฯ เพิ่มสูงขึ้นจนถึงระดับวิกฤต ส่งผลให้น้ำเอ่อล้นเข้าท่วมพื้นที่โดยรอบ โดยเฉพาะบริเวณถนนฉลองกรุงด้านหน้านิคมฯ ซึ่งมีน้ำท่วมขังค่อนข้างสูง ส่งผลให้บริเวณทางเข้าด้านหน้านิคมฯ มีน้ำท่วมขังประมาณ 15 เซนติเมตร 

ทั้งนี้ รถขนาดเล็กยังคงสามารถสัญจรได้ครับ โดยกนอ. ไม่สามารถปิดกั้นทางเข้าได้เนื่องจากมีรถยนต์และรถบรรทุกขนาดใหญ่ขนส่งวัตถุดิบสัญจรเข้า-ออกตลอดเวลา พร้อมได้สั่งการณ์ติดตามตรวจสอบป้องกันน้ำจากภายนอกไหลเข้าพื้นที่ รวมทั้งควบคุมรักษาระดับน้ำในรางและคลองระบายน้ำฝน

สำหรับกลุ่มสถานการณ์เริ่มคลี่คลาย และกำลังเร่งระบาย (มีน้ำขังบางจุด) อาทิ นิคมฯ บางชัน ภาพรวมเหตุกาณ์ทั่วไปน้ำลดลง โดยจุดน้ำท่วมขังบริเวณพื้นผิวจราจรลดลง บริเวณถนนหลักเสรีไทย ระดับน้ำพื้นผิวจราจรประมาณ 2 เซนติเมตร 

ส่วนซอยเสรีไทย 91, 93, 95 (บริเวณเขตที่พักอาศัย รอบการเคหะฯ บางชัน) และ ซอยเสรีไทย 58 หรือ ซอยนิคมฯ 6 ระดับน้ำพื้นผิวจราจรประมาณ 2 เซนติเมตร 

ด้านซอยเสรีไทย 54, 56 (บริเวณโรงเรียนทรงวิทย์ เส้น บริษัท มิตซูบิชิฯ ด้านหลังติดคลองแสนแสบ) และซอยเสรีไทย 85 ไม่มีน้ำบนพื้นผิวจราจร ระดับน้ำในคลองแสนแสบและคลองบางชันมีแนวโน้มลดลง 

นิคมฯ บางปูเหนือ ในพื้นที่นิคมไม่มีน้ำบนผิวจราจร ระบายน้ำได้ 100% ทั้งนี้ ได้สั่งการให้ดำเนินการสูบน้ำอย่างต่อเนื่องเพื่อพร่องน้ำในลำรางน้ำฝน ส่วนถนนทางเข้าสนามกอล์ฟ มีน้ำท่วมเฉลี่ยน้อยกว่า 5 เซนติเมตร ระยะทางประมาณ 300 เมตร รถสามารถสัญจรได้ ทางนิคมฯ บางปู ได้นำเครื่องสูบน้ำเข้าช่วยเหลือ