“ภาครัฐ-เอกชน” ชี้ผลกระทบ “การบินไทย” หยุดบริการคาร์โก้ถึง 6 ต.ค.“หอการค้า” ระบุชี้มีปัญหาสะสมมาก่อนหน้านี้ เปลี่ยนไปใช้สายการบินอื่นลำบาก สรท.ระบุกระทบซัพพลายเชนผู้ส่งออก ฉุดความเชื่อมั่นจากคู่ค้า “พาณิชย์” กระทบส่งออกอิเล็กทรอนิกส์-ผลไม้ “คมนาคม” ขอการบินไทยเปิดบริการคาร์โก้
KEY POINTS
- การบินไทยประกาศระงับบริการคลังสินค้า (คาร์โก้) ชั่วคราวจากปัญหาน้ำท่วม ส่งผลให้สินค้าส่งออกโดยเฉพาะกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์และสินค้าเกษตรตกค้างจำนวนมาก
- การหยุดชะงักกระทบต่อห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) อย่างรุนแรง และสร้างความกังวลว่าจะทำลายความเชื่อมั่นของคู่ค้าต่างชาติที่อาจหันไปสั่งซื้อจากประเทศอื่น
- ผู้ส่งออกประสบปัญหาในการเปลี่ยนไปใช้ผู้ให้บริการรายอื่นทดแทนเนื่องจากมีปริมาณการใช้งานสูงอยู่แล้ว ขณะที่ภาครัฐได้เข้ามาประสานงานเพื่อเร่งแก้ไขสถานการณ์
- กระทบส่งออกอิเล็กทรอนิกส์-ผลไม้
สถานการณ์น้ำท่วมในกรุงเทพฯ ส่งผลให้บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) ยกเลิกเที่ยวบินถึงวันที่ 1 ต.ค.2569 รวม 37 เที่ยวบิน รวมทั้งระงับการรับสินค้าขาเข้าและขาออกของคลังสินค้าการบินไทยตั้งแต่วันที่ 1-6 ต.ค.2569 โดยระบุเหตุผลสำคัญจากน้ำท่วมกระทบการเดินทางพนักงานมาทำงานไม่ได้ปกติ และกระทบการส่งมอบสินค้า การส่งสินค้าไปเที่ยวบินและทำให้สินค้าตกค้างมาก
สำหรับธุรกิจคาร์โก้ของการบินไทยเป็นส่วนที่พยายามผลักดันเพิ่มรายได้นอกเหนือค่าตั๋ว โดย “วิจัยกรุงศรี” ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) รายงานข้อมูล ณ เดือน มิ.ย.2569 ไทยมีผู้ประกอบการคาร์โก 155 ราย แต่ผู้ที่มีส่วนแบ่งมากสุด คือ THAI Cargo ของการบินไทย มีสัดส่วน 50-55% ของขีดความสามารถรวม และมีคลังสินค้าขนาดใหญ่รองรับสินค้าได้ 1.2 ล้านตันต่อปี
รองลงมา Bangkok Flight Services (BFS Cargo) ครองสัดส่วน 25-30% รองรับสินค้า 500,000-700,000 ตันต่อปี และ AOTGA ของบริษัท ท่าอากาศยานไทย บริการภาคพื้น จำกัด มีสัดส่วน 15-20% รองรับได้ 400,000-600,000 ตันต่อปี
การประกาศหยุดบริการคาร์โก้ของการบินไทยทำให้ทั้งภาครัฐและภาคเอกชนออกมาแสดงความไม่เห็นด้วย เนื่องจากกระทบการส่งออกและนำเข้า
ชี้มีปัญหาสะสมมาก่อนหน้านี้
นายวิศิษฐ์ ลิ้มลือชา รองประธานกรรมการหอการค้าไทย และนายกสมาคมการค้าอาหารอนาคตไทย เปิดเผย “กรุงเทพธุรกิจ” ว่า สินค้าขนส่งทางอากาศส่วนใหญ่เป็นสินค้ามูลค่าสูง ต้องการความรวดเร็ว หรือเป็นสินค้าที่ต้องรักษาความสดใหม่
สำหรับปี 2569 กลุ่มสินค้าที่ขยายตัวมาก คือ สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ ตั้งแต่ชิป ฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์และชิ้นส่วน ซึ่งต้องขนส่งไปต่างประเทศ รวมถึงชิ้นส่วนที่นำเข้ามาใช้ประกอบในไทยก็จำเป็นต้องอาศัยการขนส่งทางอากาศ
ขณะที่การขยายตัวรวดเร็วของสินค้าเหล่านี้ทำให้ระบบบริหารจัดการและตรวจสอบสินค้าเกิดคอขวด เนื่องจากสินค้าทางอากาศต้องผ่านขั้นตอนการตรวจสอบหลายขั้นตอน และต้องเป็นไปตามมาตรฐานขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) รวมถึงกฎระเบียบของประเทศปลายทาง
โดยเฉพาะสินค้าที่อาจเข้าข่ายการใช้งานได้สองทาง (Dual-use) ซึ่งต้องตรวจสอบเข้มงวดเพื่อป้องกันการนำไปใช้ในทางที่ไม่เหมาะสม ขณะที่กำลังสุนัขดมกลิ่นสำหรับตรวจสอบวัตถุต้องสงสัยมีข้อจำกัด เนื่องจากต้องมีช่วงพักในการปฏิบัติงานส่งผลให้มีสินค้าตกค้างก่อนอยู่แล้ว
“ปัญหาดังกล่าวสะสมมาระยะหนึ่งก่อนฝนตกหนักและปัญหาการหยุดให้บริการของคาร์โก โดยอุปกรณ์สำหรับตรวจสอบสินค้าอาจไม่เพียงพอหรือไม่ทันสมัยรองรับปริมาณสินค้าที่เพิ่มขึ้น”
เปลี่ยนใช้สายการบินอื่นลำบาก
ทั้งนี้ กรณีการหยุดให้บริการคาร์โก 6-7 วัน ผู้ประกอบการปรับไปใช้ผู้ให้บริการรายอื่นหรือเปลี่ยนช่องทางการขนส่งได้ แต่การปรับเปลี่ยนทำได้ค่อนข้างยาก เนื่องจากผู้ให้บริการรายอื่นมีปริมาณการใช้บริการสูงอยู่แล้ว
ขณะที่เส้นทางไปยังประเทศใกล้เคียงอาจมีทางเลือกด้านการขนส่งรูปแบบอื่น แม้ใช้เวลานานกว่า แต่หากสามารถควบคุมระยะเวลาให้ใกล้เคียงกับช่วงที่คาร์โก้หยุดให้บริการ ก็ยังเป็นทางออกสำหรับผู้ประกอบการบางส่วน
สำหรับเส้นทางส่งออกทางอากาศของไทย ครอบคลุมตลาดสำคัญทั้งสหรัฐ ยุโรป จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ฟิลิปปินส์ รวมถึงตะวันออกกลางและเอเชียใต้ โดยการขนส่งสินค้าส่วนหนึ่งใช้พื้นที่ระวางสินค้าบนเที่ยวบินโดยสาร ขณะที่สายการบินระหว่างประเทศบางรายมีเครื่องบินสำหรับขนส่งสินค้าโดยเฉพาะ
นายวิศิษฐ์ กล่าวว่า ต้นทุนการขนส่งทางอากาศสูงกว่าทางเรือหลายเท่า แต่ผู้ประกอบการบางรายยังจำเป็นต้องเลือกใช้เครื่องบิน หากการส่งมอบล่าช้าจะทำให้ต้องเสียค่าปรับตามสัญญา ซึ่งบางกรณีมีมูลค่าสูงกว่าค่าขนส่งทางอากาศ รวมถึงอาจกระทบต่อความน่าเชื่อถือและคำสั่งซื้อในอนาคต
“ผู้ผลิตต้องเลือกระหว่างการจ่ายค่าขนส่งทางอากาศสูงขึ้นกับการส่งสินค้าไม่ทันกำหนดและต้องเสียค่าปรับ รวมถึงความเสียหายต่อความน่าเชื่อถือและคำสั่งซื้อ ซึ่งการหยุดให้บริการคาร์โก 6-7 วัน อาจทำให้สินค้าที่ถึงกำหนดส่งมอบเกิดการกระจุกตัว และต้องเร่งบริหารจัดการสินค้าค้างส่ง รวมถึงวางแผนรองรับสินค้าที่จะเข้ามาใหม่ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาซ้ำและกระทบส่งมอบสินค้า” นายวิศิษฐ์ กล่าว
กระทบซัพพลายเชนผู้ส่งออก
นายธนากร เกษตรสุวรรณ ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) กล่าวว่า การหยุดบริการคาร์โก้ของการบินไทยกระทบห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) การส่งออกรุนแรง เนื่องจากผู้ประกอบการที่เลือกขนส่งทางอากาศมุ่งหวังให้สินค้าเดินทางได้ตามกำหนด โดยการเคลื่อนย้ายในระบบ Supply Chain ถือเป็นเรื่องใหญ่มาก
"สินค้าที่ผลิตออกมาไม่รู้จะไปไหน ทั้งที่เครื่องบินทำการบินได้ แต่ปล่อยสินค้าไปต่อไม่ได้ ทำให้สินค้ากองสะสมที่สนามบิน ซึ่งปัญหานี้เริ่มก่อตัวขึ้นและหนักสุดเมื่อการบินไทยประกาศหยุดรับและให้ชะลอการส่งสินค้า 2-3 วัน” นายธนากร กล่าว
ทั้งนี้สินค้าที่ได้รับผลกระทบส่วนใหญ่เป็นกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ที่มีขนาดเล็ก น้ำหนักเบา แต่มีจำนวนชิ้นมาก ซึ่งเหมาะในการขนส่งทางอากาศ และเปลี่ยนไปขนส่งทางเรือไม่ได้เนื่องจากสินค้ามีความละเอียดอ่อนและใช้เวลานานเกินไป โดยตลาดหลักที่ได้รับผลกระทบขณะนี้ ได้แก่ สหรัฐ เกาหลีใต้และไต้หวัน
นอกจากนี้ การส่งมอบสินค้าไม่ได้จะกระทบคู่ค้าที่ขาดวัตถุดิบไปผลิตต่อ รวมถึงกรณีคู่ค้าสั่งซื้อจากแหล่งอื่นทดแทนจะทำให้ผู้ส่งออกในไทยเสียลูกค้า
“ต้องการให้การบินไทย เร่งแก้เกมด้วยการระดมกำลังพนักงานเข้ามาสะสางปัญหา ทั้งในส่วนของเอกสารและตัวสินค้า เพื่อให้การขนส่งกลับมาไหลลื่นโดยเร็วที่สุด”
ทั้งนี้ สรท.เสนอให้มีการแก้ปัญหาความแออัดของคลังสินค้า โดยบริษัทท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท.ควรเร่งจัดหาพื้นที่และช่องทางรองรับสินค้าเพิ่ม ขณะที่สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) ควรลดขั้นตอนที่ไม่จำเป็นเพื่ออำนวยความสะดวก โดยยังต้องรักษามาตรฐานความปลอดภัยตามข้อกำหนดขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO)
“พาณิชย์”ห่วงความเชื่อมั่นส่งออก
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า การส่งออกสินค้าทางอากาศคิดเป็นสัดส่วน 26-27% ของมูลค่าการส่งออกทั้งหมด โดยผลกระทบช่วง 6 วันที่ผ่านมา เป็นผลกระทบระยะสั้นและยังประเมินไม่ได้ถึงผลต่อภาพรวมการส่งออกอย่างมีนัยสำคัญเพียงใด
“สิ่งที่น่ากังวลมากกว่าผลกระทบมูลค่าการส่งออก คือ ผลกระทบต่อความเชื่อมั่นคู่ค้าและผู้ประกอบการ โดยเฉพาะสินค้าที่ต้องขนส่งทางอากาศ เช่น ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ หากส่งมอบไม่ได้ตามกำหนด อาจทำให้ผู้นำเข้าเปลี่ยนไปใช้ผู้ส่งออกประเทศอื่น“ นางศุภจี กล่าว
นางศุภจี กล่าวว่า การบินไทยไม่เป็นผู้ให้บริการขนส่งสินค้าทางอากาศรายเดียว ดังนั้น ผู้ส่งออกจึงพิจารณาปรับเส้นทางหรือใช้บริการจากผู้ให้บริการรายอื่นเพื่อให้สินค้าเดินทางไปถึงปลายทางได้
นอกจากนี้ การแก้ไขปัญหาต้องอาศัยการทำงานร่วมกันหลายหน่วยงาน ทั้งกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กรมการค้าต่างประเทศ สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย กระทรวงคมนาคม ซึ่งดูแลภาพรวมการบริหารจัดการสนามบิน รวมถึงกรมศุลกากร เพื่อให้การขนส่งและส่งออกสินค้าดำเนินต่อได้
กระทบอิเล็กทรอนิกส์-ผลไม้
ขณะที่การส่งออกช่วงเดือน ม.ค.-ก.ค.2569 การส่งออกทางอากาศมีมูลค่า 2.42 ล้านล้านบาท คิดเป็น 33% ของมูลค่าการส่งออกทั้งหมด หรือเกือบ 1 ใน 3 ของการส่งออกไทย สินค้าสำคัญ ได้แก่ อิเล็กทรอนิกส์และชิ้นส่วน รวมถึงสินค้าเกษตรและอาหาร เช่น ผักสด ผลไม้ ดอกไม้สด เนื้อสัตว์แช่เย็นแช่แข็ง อาหารทะเล ผลิตภัณฑ์คุณภาพสูง ซึ่งอ่อนไหวต่อเวลาและคุณภาพ
สำหรับกลุ่มสินค้าสำคัญที่พึ่งพาการขนส่งทางอากาศ ได้แก่ สินค้าอิเล็กทรอนิกส์และชิ้นส่วน เช่น แผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ เซมิคอนดักเตอร์ และฮาร์ดดิสก์ ซึ่งปี 2568 มีมูลค่าส่งออกทางอากาศ 1.32 ล้านล้านบาท คิดเป็น 42.0 % ของมูลค่าการส่งออกทางอากาศทั้งหมด กลุ่มสินค้าดังกล่าวเป็นส่วนสำคัญของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีและห่วงโซ่อุปทานโลก
ส่วนสินค้าเกษตรและอาหาร เช่น ผลไม้ อาหารทะเล และผลิตภัณฑ์อาหารคุณภาพสูง มีมูลค่าส่งออกทางอากาศปี 2568 ประมาณ 380,804 ล้านบาท คิดเป็น 26.2% ของมูลค่าการส่งออกทางอากาศทั้งหมด ซึ่งสินค้าในกลุ่มนี้มีความอ่อนไหวต่อระยะเวลาการขนส่งและการควบคุมคุณภาพ และการหยุดชะงักของระบบคาร์โกอาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อสินค้าและกระทบต่อรายได้ผู้ประกอบการ
“กรมศุลกากร”ยืนยันมีเจ้าหน้าที่พร้อม
นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ศุลกากรและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ โดยมีกำลังพลเข้าปฏิบัติงานเกินกว่าครึ่งหนึ่งเนื่องจากมีภูมิลำเนาอยู่ในพื้นที่
ขณะที่การบินไทยต้องดูว่าปัญหาเกิดจากอะไรเพราะว่าคลังสินค้าของธุรกิจคาร์โกรายอื่นที่มีขนาดใหญ่ เช่น Bangkok Flight Services (BFS Cargo) ยังดำเนินการได้ โดยอาจมีปัญหากำลังพลเพราะพึ่งพาแรงงานภายนอก (Outsource) รูปแบบการจ้างรายวัน
ส่วนปริมาณสินค้าคาร์โก้ปัจจุบันลดลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยสาเหตุหลักเกิดจากการสายการบินพาณิชย์ โดยเฉพาะการบินไทยหยุดทำการบิน ส่งผลให้พื้นที่ขนส่งสินค้าใต้ท้องเครื่องบิน (Belly Cargo) หายไปจากระบบ
ทั้งนี้ กรมศุลกากรและผู้เกี่ยวข้องได้เร่งอำนวยความสะดวกในการระบายสินค้า พร้อมทั้งประเมินศักยภาพการรองรับงาน (Handling Capacity) ของเจ้าหน้าที่คลังสินค้าในช่วงเร่งด่วน 7 วันอย่างใกล้ชิด
“คมนาคม”ขอการบินไทยเปิดคาร์โก้
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า ปัญหาขาดแคลนแรงงานของการบินไทยที่ล่าสุดทำให้ไปกระทบต่อบริการคลังสินค้า และการบินไทยประกาศจะระงับการนำเข้าและส่งออกสินค้าเข้าคลังนั้น โดยได้ข้อสรุปขอให้การบินไทยอย่าหยุดบริการคลังสินค้าเพราะกระทบวงกว้าง เมื่อเกิดปัญหาขาดแคลนแรงงาน กระทรวงฯ จะประสานขอกำลังเสริม
นอกจากนี้ ประสาน ทอท.เตรียมพื้นที่ของสุวรรณภูมิ เพื่อนำสินค้าคลังการบินไทยที่ตกหล่นไปรวมไว้ และกันพื้นที่สำหรับรองรับสินค้าเหล่านี้ชั่วคราว ดังนั้นกระทรวงฯ ยืนยันว่าจะไม่มีการปิดให้บริการนำเข้าและส่งออกสินค้าในคลังการบินไทย แต่อาจจะชะลอรับสินค้าไปบ้าง เพื่อให้สอดคล้องกับขีดความสามารถ





