วันพุธ ที่ 30 กันยายน 2569

Login
Login

'พิพัฒน์' สั่งเบรก ปิดคาร์โก้ 'การบินไทย' ลั่นเคลียร์ทุกปัญหาจบศุกร์นี้

“คมนาคม” สั่ง “การบินไทย” เปิดให้บริการคาร์โก้สุวรรณภูมิตามปกติ ประสาน ทอท.จัดเตรียมพื้นที่รองรับสินค้าที่ล้นคลัง พร้อมขอกำลังเสริมจากกองทัพเข้าช่วยเหลือแรงงานและเครื่องจักรขนส่งสินค้า “พิพัฒน์” มั่นใจแก้ปัญหาจบภายในวันที่ 2 ต.ค.นี้ ขณะที่ “ดีดีการบินไทย” ยันไม่เกิน 7 วันนับจากนี้ จะกลับมาทำการบิน 115 ไฟล์ตตามปกติ

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังประชุมติดตามความคืบหน้าแก้ไขปัญหาสัมภาระและเที่ยวบินล่าช้า บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) โดยระบุว่า ภาพรวมจากปัญหาขาดแคลนแรงงานเข้าปฏิบัติงานของการบินไทย ทำให้กระเป๋าสัมภาระของผู้โดยสารที่เดินทางในเที่ยวบินระหว่างวันที่ 26 – 28 ก.ย.ที่ผ่านมา ตกค้างรวมกว่า 10,000 ใบ

อย่างไรก็ดี ทราบว่าขณะนี้การบินไทยได้เร่งจัดส่งกระเป๋าให้แก่ผู้โดยสาร โดยมีขีดความสามารถดำเนินงานได้เฉลี่ยวันละ 2,000 ใบ ทำให้ขณะนี้มีสัมภาระตกค้างอยู่ประมาณ 8,000 ใบ ซึ่งจากการประเมินคาดว่าต้องใช้เวลาเคลียร์จัดส่งสัมภาระทั้งหมดนี้อีกประมาณ 3 - 4 วัน ทำให้ขณะนี้กระทรวงฯ ได้ประสานขอกำลังเสริมจากกองทัพมาเพิ่มเติมอีก 100 นาย เชื่อว่าจะคัดแยกสัมภาระได้เร็วขึ้น

“การได้รับสนับสนุนกำลังพลจากกองทัพเข้ามาช่วย ทำให้กระบวนการยกกระเป๋าเร็วขึ้น แต่อย่างไรก็ดี กำลังสำคัญ คือเจ้าหน้าที่การบินไทย เพราะต้องเป็นคนรับทราบกระบวนการคัดแยกสัมภาระของผู้โดยสาร ดังนั้นตอนนี้ก็ต้องเร่งทำงานร่วมกัน เชื่อว่าจะทำให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 1 ต.ค.นี้ และอาจจะช้าสุดวันที่ 2 ต.ค.นี้ ต้องขออภัยผู้โดยสารทุกคน”

นายพิพัฒน์ กล่าวด้วยว่า ปัญหาขาดแคลนแรงงานของการบินไทยที่ล่าสุดทำให้ไปกระทบต่อบริการคลังสินค้า และการบินไทยประกาศจะระงับการนำเข้าและส่งออกสินค้าเข้าคลังนั้น เรื่องนี้ที่ประชุมหารือกันอย่างต่อเนื่อง โดยได้ข้อสรุปขอให้การบินไทยอย่าหยุดให้บริการคลังสินค้า เพราะจะกระทบเป็นวงกว้าง เมื่อเกิดปัญหาขาดแคลนแรงงาน กระทรวงฯ จะประสานขอกำลังเสริมเข้ามาช่วย

นอกจากนี้ ยังได้ประสานให้บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. จัดเตรียมพื้นที่ของสุวรรณภูมิ เพื่อนำสินค้าคลังการบินไทยที่ตกหล่นไปรวมไว้ และกันพื้นที่สำหรับรองรับสินค้าเหล่านี้ชั่วคราว ดังนั้นกระทรวงฯ ยืนยันว่าจะไม่มีการปิดให้บริการนำเข้าและส่งออกสินค้าในคลังการบินไทย แต่อาจจะชะลอรับสินค้าไปบ้าง เพื่อให้สอดคล้องกับขีดความสามารถ

“ก่อนหน้านี้ หากถามว่าทำไมพวกเราไม่มาที่นี่ เพราะมองว่าอยู่ในช่วงของการบินไทยจะแก้ปัญหา ดังนั้นเมื่อการบินไทยบอกว่าวันนี้บุคลากรไม่พร้อม รัฐบาลก็ช่วยประสานว่าส่วนไหนขาด เราพร้อมเติมให้ เพราะหากการบินไทยจะไปขอกำลังพลทางทหารเองอาจจะค่อนข้างลำบาก แต่วันนี้ทางกองทัพก็ส่งเจ้าหน้าที่มาช่วย ซึ่งสนับสนุนการช่วยเหลือมาตั้งแต่วันที่ 26 ก.ย.ที่ผ่านมา”

นายพิพัฒน์ กล่าวต่อว่า เรื่องการเยียวยาผู้โดยสาร ได้รับการยืนยันจากการบินไทยว่าขณะนี้ได้จัดตั้งศูนย์รับเรื่องเกี่ยวกับการติดต่อสัมภาระ และขอช่องทางติดต่อผู้โดยสารเพื่อนำส่งสัมภาระในภายหลัง โดยมี 2 ทางเลือก คือ ผู้โดยสารสามารถมารับเองที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ หรือให้จัดส่งโดยไปรษณีย์ไทย เข้ามาสนับสนุนดำเนินการ โดยขณะนี้มีการจัดส่งให้ตลอดเวลาทุกวัน

ขณะที่ประเด็นการเยียวยาผู้โดยสารที่เปลี่ยนแปลงเที่ยวบิน หรือปรับแผนการเดินทางจากผลกระทบครั้งนี้ การบินไทยก็พร้อมที่จะรับผิดชอบเยียวยาค่าใช้จ่ายต่างๆ ซึ่งภาพรวมของวันที่ 29 ก.ย.ที่ผ่านมา พบว่าการบินไทยได้ปรับตารางบิน และบริหารจัดการสัมภาระผู้โดยสาร ทำให้ตั้งแต่ 29 ก.ย.2569 เป็นต้นไปไม่มีสัมภาระตกค้าง ดังนั้นปัจจุบันมีสัมภาระของผู้โดยสารเที่ยวบินวันที่ 26 – 28 ก.ย.ที่ผ่านมา ที่ต้องเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จ

“เชื่อว่าปัญหานี้จะจบโดยเร็ว พวกเราจะไม่ผลักภาระให้ใครคนหนึ่ง จะทำงานร่วมกัน รับผิดชอบร่วมกัน ค่อยๆ แก้ปัญหาภายใน 3 – 4 วันนี้ให้ได้ กำลังเสริมขาด ภาครัฐก็จะเติม ซึ่งขณะนี้ทางสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) ได้ประสานย้ายเครื่องจักรการขนส่งต่างๆ 12 ชุดจากกองทัพอากาศเข้ามาสนับสนุนเพื่อเร่งการขนส่ง”

นายพิพัฒน์ กล่าวด้วยว่า วันนี้ต้องขอความกรุณาการบินไทย หากการดำเนินงานขาดอะไรต้องแจ้งให้กระทรวงฯ ทราบ เพราะหากขาดกำลังคน ก็พร้อมจะประสานเติมให้ ขาดเครื่องจักรก็จะหาให้ เวลานี้ต้องช่วยเหลือซึ่งกันและกัน กระทรวงฯ ไม่ได้สั่งการอะไร เพราะมองว่าเป็นทีมประเทศไทย มีอะไรเกิดขึ้นเป็นชื่อเสียงประเทศ ดังนั้นเรื่องนี้ต้องแก้ปัญหานี้ให้จบโดยเร็ว ร่วมกันรับผิดชอบต่อปัญหาที่เกิดขึ้น

นายชาย เอี่ยมศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร การบินไทย กล่าวว่า วันนี้บุคลากรหน้างานที่ดูแลผู้โดยสารกลับมาทำงาน 90% ส่วนพนักงานฝ่ายปฏิบัติการกลับมาทำงาน 80% แต่ยอมรับว่าแม้วันนี้พนักงานจะกลับมาทำงาน 100% ก็ยังมีสัมภาระและงานต่างๆ ที่สะสมคงค้างอยู่ ทำให้การบินไทยต้องตัดสินใจลดกำลังการผลิตลงเพื่อให้กระเป๋าเคลียร์ออกโดยเร็ว และบริหารจัดการกำลังการผลิตให้กลับมาปกติโดยเร็ว

“ปกติการบินไทยมี 115 ไฟล์ตต่อวัน วันที่เริ่มมีปัญหาเราลดลงไป 28 ไฟล์ต วันที่ 1 ต.ค.นี้จะลดอีก 15 ไฟล์ต และวันที่ 2 ต.ค.นี้ ก็จะกลับมาบิน 105 ไฟล์ต ดังนั้นจากการประเมินตอนนี้ เราจะกลับมาบินปกติให้ได้ภายใน 7 วัน เชื่อว่าเป็นไปได้”

นายชาย กล่าวด้วยว่า วันนี้การบินไทยให้ความสำคัญกับผู้โดยสารที่ได้รับผลกระทบในวันที่ 26 – 28 ก.ย.ที่ผ่านมา โดยการบินไทยจะเร่งส่งกระเป๋าให้ผู้โดยสารทั้งหมดโดยเร็ว ขอบคุณ ทอท.ที่เข้ามาช่วยจัดพื้นที่และระบบการจัดการต่างๆ ขออภัยผู้โดยสารทุกท่านและประชาชนชาวไทย ส่วนที่มีข้อเสนอแนะเข้ามา การบินไทยยินดีนำไปปฏิบัติและปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้น