กรรมการพืชสวนโลกลงพื้นที่ สำรวจจัดงาน “Expo 2029 Korat” ไทยชูความพร้อม อ.ปากช่อง บนพื้นที่ 874 ไร่ มั่นใจขับเคลื่อนยุทธศาสตร์พืชสวนโลกสากลระดับ A-1 ลุ้นเห็นชอบ AIPH พิจารณาเห็นชอบ
นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังต้อนรับ นายทิม ไบรเออร์คลิฟฟ์ เลขาธิการสมาคมพืชสวนระหว่างประเทศ (AIPH) และคณะกรรมการ AIPH ในโอกาสเข้าพบหารือและลงพื้นที่สำรวจความพร้อมเชิงลึก (Site Inspection) สำหรับการจัดงานมหกรรมพืชสวนโลก จังหวัดนครราชสีมา พ.ศ. 2572 (Expo 2029 Korat Thailand) ณ อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีความมุ่งมั่นอย่างยิ่งในการขับเคลื่อนการจัดงานมหกรรมพืชสวนโลก ระดับ A-1 ให้ประสบความสำเร็จสูงสุด โดยได้เน้นย้ำความเชื่อมั่นและศักยภาพความพร้อมของประเทศไทยต่อ AIPH ซึ่งภายหลังคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบการย้ายสถานที่จัดงานมายังอำเภอปากช่อง เมื่อวันที่ 1 ก.ย. 2569 ที่ผ่านมา
“กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้เริ่มดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องตามแผนปฏิบัติการที่กำหนดไว้ อาทิ การจัดทำ Master Plan ปัจจุบันอยู่ระหว่างเสนอ AIPH พิจารณาเห็นชอบ โดยคาดว่าจะใช้เวลาออกแบบไม่เกิน 6 เดือน และจะเสร็จสมบูรณ์ภายในเดือนมี.ค. 2570”
สำหรับพื้นที่จัดงานแห่งใหม่ตั้งอยู่ ณ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเลี้ยงโคเนื้อ อำเภอปากช่อง มีเนื้อที่ประมาณ 874 ไร่ โดยมีความพร้อมในด้านโครงสร้างพื้นฐาน สามารถรองรับผู้เข้าร่วมงานระดับนานาชาติอย่างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นด้านการคมนาคม ด้านศักยภาพการรองรับนักท่องเที่ยว รวมถึงด้านการบริการทางการแพทย์และสาธารณูปโภค
นายสุริยะ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ คณะรัฐมนตรีได้มอบหมายให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นหน่วยงานหลัก ร่วมกับจังหวัดนครราชสีมา ในการบริหารจัดการพื้นที่หลังจบงาน (Legacy Plan) เพื่อนำพื้นที่ไปใช้ประโยชน์ต่อยอดด้านการวิจัยพัฒนาการเกษตร การฝึกอบรม และการท่องเที่ยว สร้างประโยชน์ทางเศรษฐกิจและสังคมแก่ประชาชนอย่างยั่งยืน
รายงานข่าวแจ้งว่า ประชุมคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบให้ทบทวนมติ ครม. เมื่อวันที่ 16 พ.ย. 2564 และวันที่ 4 ม.ค. 2565 ในส่วนของสถานที่จัดงานมหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดนครราชสีมา พ.ศ. 2572 โดยปรับพื้นที่จัดงานจากป่าสาธารณประโยชน์โคกหนองรังกา ตำบลเทพาลัย อำเภอคง จังหวัดนครราชสีมา เป็นศูนย์วิจัยและพัฒนาโคนม อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ตามข้อเสนอของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หลังดำเนินการสรุปผลการศึกษาความคุ้มค่าในการใช้พื้นที่จัดงาน
ผลการพิจารณาของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) คำนึงถึงองค์ประกอบที่เกี่ยวข้องกับการจัดงาน ทั้งด้านการเดินทาง สาธารณูปโภค ที่พัก สถานพยาบาล และการรองรับผู้เข้าชม รวมถึงความพร้อมของพื้นที่ในการจัดงาน โดยพื้นที่ปากช่องเป็นพื้นที่ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จึงไม่ต้องจัดซื้อที่ดินเพิ่มเติม และช่วยลดภาระงบประมาณภาครัฐในระยะยาว
โดย ครม. เห็นชอบให้เร่งจัดทำ ผังแม่บท (Master Plan) และแผนบริหารจัดการและใช้ประโยชน์พื้นที่ภายหลังการจัดงาน (Legacy Plan) เพื่อให้การเตรียมพื้นที่เป็นไปอย่างเหมาะสม คุ้มค่า และสามารถใช้ประโยชน์ต่อเนื่องหลังสิ้นสุดการจัดงาน
ด้านงบประมาณ กรอบการจัดงานยังคงเดิม 4,281 ล้านบาท ตามมติ ครม. เมื่อวันที่ 4 ม.ค. 2565 ขณะที่งบกลาง 88.33 ล้านบาท สำหรับจ้างออกแบบผังแม่บทและรายละเอียดการจัดสร้างพื้นที่จัดงาน และ 6 ล้านบาท สำหรับการทบทวนความพร้อมและจัดทำเอกสารเสนอพื้นที่ใหม่ เป็นงบประมาณสำหรับรองรับการดำเนินงานตามการปรับพื้นที่
การเปลี่ยนพื้นที่จำเป็นต้องเร่งดำเนินการตามกรอบเวลาการรับรองการจัดงาน โดยประเทศไทยต้องประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อ แสดงความพร้อมของพื้นที่แห่งใหม่ต่อสมาคมพืชสวนระหว่างประเทศ (International Association of Horticultural Producers: AIPH) เมื่อวันที่ 4 ก.ย. 2569 และดำเนินการขอความเห็นชอบจาก องค์การนิทรรศการนานาชาติ (Bureau International des Expositions: BIE) ในวันที่ 6 ต.ค. 2569 ตามขั้นตอน ขณะที่งานมีกำหนดเปิดวันที่ 10 พ.ย. 2572 จึงต้องเร่งเตรียมพื้นที่ให้เป็นไปตามมาตรฐานและกรอบเวลาที่กำหนด





