“การบินไทย” ตั้งเป้า 72 ชั่วโมงเร่งเคลียร์กระเป๋าตกค้างกว่า 5,600 ใบ ยอมรับผลกระทบทำเที่ยวบินดีเลย์ 100% เปิดแผนบริหารจัดการ ลดหรือยกเลิกเที่ยวบิน และโอนผู้โดยสารไปยังเที่ยวบินอื่น เพื่อสอดคล้องกับขีดความสามารถ พร้อมเร่งช่วยเหลือพนักงานเข้าปฏิบัติงาน เสนอค่าตอบแทนพิเศษ
นายชาย เอี่ยมศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงปัญหาสัมภาระตกค้างและเที่ยวบินล่าช้า โดยระบุว่า ยอมรับว่าในช่วง 2 วันที่ผ่านมา เที่ยวบินที่ออกจากกรุงเทพฯ ได้รับผลกระทบจากข้อจำกัดด้านกำลังการผลิต ทำให้เที่ยวบินล่าช้าเกือบทั้งหมด 100%
อย่างไรก็ดี ขอชี้แจงว่าปัญหาหลักที่เกิดขึ้น เนื่องจากแรงงาน 2 กลุ่ม ได้แก่ แรงงานทั่วไปและแรงงานที่ต้องใช้ทักษะเฉพาะหรือมีใบอนุญาตในการปฏิบัติงาน โดยแรงงานเหล่านี้จำนวนมากพักอาศัยอยู่บริเวณโดยรอบสนามบินและได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ไม่สามารถเดินทางออกมาปฏิบัติงานได้ โดยเฉพาะแรงงานที่มีทักษะและใบอนุญาตเฉพาะ ซึ่งเป็นกำลังสำคัญต่อการปฏิบัติการภาคพื้น
สำหรับปัญหาแรงงาน แรงงานทั่วไปที่ต้องใช้ในระบบมีประมาณ 500 คน แต่ปัจจุบันขาดหายไปมากกว่า 200 คน แม้จะได้รับกำลังสนับสนุนจากกองทัพแล้ว แต่ปัญหาสำคัญไม่ได้อยู่ที่จำนวนแรงงานทั่วไปเพียงอย่างเดียว หากอยู่ที่แรงงานทักษะและใบอนุญาตเฉพาะด้วย โดยเฉพาะตำแหน่งที่ต้องปฏิบัติงานบริเวณเครื่องบิน เดิมควรมีประมาณ 45 คน แต่ขณะนี้มีปฏิบัติงานประมาณ 20 คน
โดยขณะนี้การบินไทยได้ประสานหน่วยงานด้านความมั่นคง และได้รับการสนับสนุนรถจากกองทัพ เพื่อเข้าไปรับพนักงานที่ได้รับผลกระทบถึงบ้าน โดยฝ่ายบริหารบางส่วนลงพื้นที่นำพนักงานออกมาปฏิบัติงาน อย่างไรก็ตาม พนักงานบางรายยังมีความกังวลเกี่ยวกับบ้านและครอบครัวที่อยู่ในพื้นที่น้ำท่วม จึงไม่สามารถกลับมาทำงานได้เต็มจำนวน ขณะที่แรงงานทั่วไปได้รับการสนับสนุนจากกองทัพระดมกำลังเข้ามาช่วยในพื้นที่ 100 ราย และวันนี้การบินไทยจะประสานขอเพิ่มอีก
อีกทั้งปัญหาเหล่านี้ยังเกิดขึ้นกับการบริหารจัดการคาร์โก้ เนื่องจากผู้ประกอบการและผู้รับขนส่งสินค้าบางส่วนไม่สามารถเข้ามารับคาร์โก้ออกจากคลังเพราะขาดแรงงาน ส่งผลให้คาร์โก้สะสมและล้นคลัง บริษัทจึงเร่งประสานผู้ประกอบการและลูกค้าให้เข้ามารับคาร์โก้ออกไปเพื่อเปิดพื้นที่ในคลัง
“บริษัทฯ พยายามแก้ปัญหาด้วยการจัดสรรค่าตอบแทนเพิ่มเติมหรืออินเซนทีฟให้แก่แรงงาน รวมถึงให้ฝ่ายบริหารติดต่อพนักงานเป็นรายบุคคลและลงพื้นที่ถึงบ้าน เพื่อช่วยแก้ปัญหาส่วนตัวและอำนวยความสะดวกให้สามารถกลับมาปฏิบัติงานได้ ตั้งเป้าหมายบริหารจัดการสถานการณ์ทั้งหมดให้กลับเข้าสู่ภาวะปกติภายใน 72 ชั่วโมง”
สำหรับผลกระทบต่อเที่ยวบินในช่วง 2 วันที่ผ่านมา ยอมรับว่าเที่ยวบินของการบินไทยล่าช้าเกือบ 100% โดยเที่ยวบินที่ออกตรงเวลามีไม่ถึง 3% สะท้อนว่ากำลังการผลิตในปัจจุบันไม่สามารถรองรับตารางบินเดิมได้ ทำให้ขณะนี้การบินไทยตัดสินใจลดกำลังการผลิต ทั้งการลดหรือยกเลิกเที่ยวบิน และโอนผู้โดยสารไปยังเที่ยวบินอื่น เพื่อให้เที่ยวบินยังสามารถดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพและตรงเวลามากขึ้น
ทั้งนี้จากปกติการบินไทยมีเที่ยวบินออกจากกรุงเทพฯ ประมาณ 110 เที่ยวบินต่อวัน บริษัทฯ มีเป้าหมายลดเที่ยวบินลงประมาณ 30 เที่ยวบิน หรือราว 30% ของกำลังการผลิตในช่วงนี้ เพื่อให้สอดคล้องกับกำลังคนและทรัพยากรที่มีอยู่ อีกทั้งยังถ่ายโอนผู้โดยสารไปยังสายการบินอื่น เช่นเดียวกับบริการภาคพื้นได้ประสานไปยังบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. เพื่อให้ผู้ประกอบการรายอื่นเข้ามาดำเนินการ
“คำถามที่ทำไมสายการบินอื่นไม่กระทบ เพราะการบินไทยมีกรุงเทพฯ เป็นฐานการผลิต สายการบินอื่นไม่ต้องใช้กระบวนการโหลดของ แต่การบินไทยทำมากกว่า เพราะมีหลายกระบวนการที่ต้องใช้ฐานกรุงเทพฯ ทั้งโหลดอาหารและคาร์โก้ ดังนั้นตอนนี้จึงต้องลดกำลังการผลิตลง 30% เพื่อทำให้การดำเนินงานกลับมาให้ได้”
นายชาย กล่าวด้วยว่า ปัญหาจัดการสัมภาระตกค้าง ปัจจุบันมีประมาณ 5,600 ใบ บริษัทฯ จะเร่งนำกระเป๋าที่ตกค้างจากพื้นที่ภายในออกมาไว้ในพื้นที่ที่ผู้โดยสารสามารถเข้าถึงได้ เพื่อให้ผู้โดยสารสามารถติดต่อและเข้ามารับสัมภาระ โดยผู้โดยสารสามารถติดตามรับสัมภาระผ่านช่องทางเฟซบุ๊กและเว็บไซต์ของการบินไทย พร้อมจัดพื้นที่บริเวณอาคารผู้โดยสารหลักเพื่อให้บริการผู้โดยสารในการติดต่อรับกระเป๋า
ส่วนกระเป๋าที่ลงทะเบียนไว้แล้ว ผู้โดยสารยังไม่สามารถมารับเอง บริษัทฯ จะจัดส่งให้ถึงปลายทาง โดยขณะนี้ได้จัดหาผู้ประกอบการมาช่วยดำเนินการแล้ว 3 ราย ประกอบด้วย ผู้ให้บริการเดิม 2 ราย และบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ซึ่ง ทอท.ช่วยประสานเข้ามาเพิ่มเติม คาดว่าวันนี้จะสามารถเพิ่มปริมาณการจัดส่งได้มากขึ้น
“การบินไทยประเมิน 72 ชั่วโมงนับจากนี้ จะเร่งเคลียร์สัมภาระทั้งหมดที่ตกค้าง โดยภาพรวมจากเหตุการณ์นี้กระเป๋าตกค้างกว่า 5,000 ใบ โดยจะ Set Zero ใหม่ ไม่ให้กระเป๋าในเที่ยวบินใหม่มาปะปนกับส่วนนี้”
นายชาย กล่าวด้วยว่า พนักงานที่ปฏิบัติงานหน้างานติดต่อกันมา 3 วันมีความเหนื่อยล้า บริษัทฯ จึงระดมพนักงานจากสำนักงานใหญ่เข้ามาช่วยตั้งแต่เมื่อวาน เพื่อเร่งเคลียร์สัมภาระบริเวณโถงผู้โดยสารขาเข้า อีกทั้งจะเตรียมจุดให้บริการผู้โดยสารเรื่องการชดเชยความเสียหาย ทั้งกรณีกระเป๋าและเที่ยวบินล่าช้า ยืนยันว่าบริษัทฯ มีเกณฑ์การชดเชยอยู่แล้ว
“เหตุการณ์ครั้งนี้มากกว่าที่เราคาดไว้ ไม่คิดว่าพนักงานจะได้รับผลกระทบมากขนาดนี้ เดิมประเมินว่าจะสามารถทำได้ 80% ของกำลังการผลิต แต่วันนี้พนักงานไม่เข้ามา เกินกว่าที่เราคาดการณ์ไว้ ปัญหาคือวันนี้จึงต้องไปโกยพนักงานเข้าระบบให้มากขึ้น”





