วันอาทิตย์ ที่ 27 กันยายน 2569

Login
Login

กรมชลฯ ตรึงระบายเจ้าพระยา 1,950 ลบ.ม. ผันลง 5 ทุ่งลุ่มต่ำ

กรมชลประทาน อัดยุทธศาสตร์ทดน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยา คุมการระบายท้ายเขื่อนไว้ที่ 1,950 ลบ.ม./วินาที ผันน้ำออกสองฝั่งพร้อมดึง 5 ทุ่งลุ่มต่ำรับน้ำ ชะลอท่วมภาคกลาง

KEY POINTS

  • กรมชลประทานควบคุมการระบายน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยาให้อยู่ในเกณฑ์ 1,950 ลบ.ม./วินาที ให้นานที่สุด เพื่อรับมือกับปริมาณน้ำเหนือและน้ำจากลำน้ำสาขาที่ยังไหลลงมาสมทบต่อเนื่อง
  • มีการผันน้ำเข้าทุ่งลุ่มต่ำ 5 แห่ง ได้แก่ ทุ่งป่าโมก, ผักไห่, บางบาล, บางกุ้ง และเชียงราก เพื่อใช้เป็นพื้นที่หน่วงน้ำและลดปริมาณน้ำที่จะไหลลงสู่พื้นที่ตอนล่าง
  • นอกจากการผันลงทุ่ง ยังมีการรับน้ำเข้าสู่ระบบชลประทานสองฝั่ง

แม้สภาวะฝนในภาคเหนือจะเริ่มลดลง แต่ปริมาณน้ำท่าสะสมและน้ำจากลำน้ำสาขา (Sideflow) โดยเฉพาะแม่น้ำสะแกกรังยังคงไหลสมทบลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาอย่างต่อเนื่อง กดดันให้กรมชลประทานต้องปรับยุทธศาสตร์บริหารจัดการน้ำขั้นสูงสุด โดยเลือกใช้วิธีทดน้ำเหนือเขื่อนเพื่อตรึงอัตราการระบายน้ำท้ายเขื่อนไว้ไม่ให้เกินจุดวิกฤต พร้อมเปิดแผนบริหารจราจรน้ำแบบครบวงจร ตัดยอดน้ำเข้าสองฝั่งและผันลง 5 ทุ่งลุ่มต่ำ เพื่อปกป้องพื้นที่เศรษฐกิจและเขตชุมชนตอนล่าง

กรมชลฯ ตรึงระบายเจ้าพระยา 1,950 ลบ.ม. ผันลง 5 ทุ่งลุ่มต่ำ

นายวิทยา แก้วมี อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า แม้ฝนเริ่มลดลง แต่ฝนสะสมก่อนหน้านี้ยังทยอยกลายเป็นน้ำท่าไหลลงสู่ลำน้ำ ประกอบกับน้ำจากพื้นที่ข้างเคียง (Sideflow) โดยเฉพาะแม่น้ำสะแกกรังยังไหลลงสมทบ จึงต้องบริหารน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยาเพื่อไม่ให้เพิ่มการระบายลงสู่พื้นที่ตอนล่าง เร็วเกินไป

เวลา 06.00 น. วันนี้ (27 ก.ย. 2569) ปริมาณน้ำไหลผ่านสถานี C.2 จ.นครสวรรค์ อยู่ที่ 1,846 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพิ่มจากเมื่อวานที่ 1,827 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ขณะที่มีน้ำจากพื้นที่ข้างเคียงไหลลงสมทบอีก 655 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที กรมชลประทานจึงพยายามตรึงการระบายน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยาไว้ที่ 1,950 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีให้นานที่สุด โดยทดน้ำเหนือเขื่อนไว้ภายใต้ระดับควบคุม +17.50 เมตร รทก. โดยระดับน้ำเหนือเขื่อนล่าสุดอยู่ที่ +17.03 เมตร รทก.

กรมชลฯ ตรึงระบายเจ้าพระยา 1,950 ลบ.ม. ผันลง 5 ทุ่งลุ่มต่ำ

การทดน้ำเหนือเขื่อนทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำสูงขึ้น ส่งผลต่อพื้นที่ริมแม่น้ำและพื้นที่ลุ่มต่ำเหนือเขื่อนใน จ.นครสวรรค์ อุทัยธานี และชัยนาท กรมชลประทานจึงประสานจังหวัดและหน่วยงานในพื้นที่แจ้งเตือนประชาชนให้เฝ้าระวังระดับน้ำ ยกสิ่งของขึ้นที่สูง พร้อมเสริมกระสอบทรายในจุดเสี่ยงและติดตามระดับน้ำอย่างใกล้ชิด

พร้อมกันนี้ กรมชลประทานรับน้ำออกจากแม่น้ำเจ้าพระยาเข้าสู่ระบบชลประทานฝั่งตะวันตกและฝั่งตะวันออก รวม 531.67 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพื่อช่วยลดปริมาณน้ำในลำน้ำหลัก โดยต้องบริหารไม่ให้กระทบพื้นที่การเกษตรที่ยังไม่ได้เก็บเกี่ยว

นอกจากนี้ ยังทยอยผันน้ำเข้าทุ่งลุ่มต่ำเพื่อเพิ่มพื้นที่รับน้ำ ปัจจุบัน รับน้ำเข้าทุ่ง 5 แห่ง ได้แก่ ทุ่งป่าโมก ทุ่งผักไห่ ทุ่งบางบาล ทุ่งบางกุ้ง และทุ่งเชียงราก มีปริมาณน้ำสะสม 187 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือประมาณ 20% ของความจุ และจะทยอยรับน้ำเข้าทุ่งตามแผนและความพร้อมของพื้นที่

กรมชลฯ ตรึงระบายเจ้าพระยา 1,950 ลบ.ม. ผันลง 5 ทุ่งลุ่มต่ำ

ส่วนกรอบการระบาย 2,000–2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ที่กรมชลประทานเสนอคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) พิจารณาเมื่อวานนี้ (26 ก.ย. 2569) เป็นกรอบรองรับกรณีปริมาณน้ำเพิ่มขึ้น แต่จากสถานการณ์ล่าสุด กรมชลประทานยังคงเป้าหมายตรึงการระบายท้ายเขื่อนเจ้าพระยาที่ 1,950 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีให้นานที่สุด และติดตามปริมาณน้ำที่จะไหลลงมาอย่างใกล้ชิด

ด้านลุ่มน้ำป่าสัก กรมชลประทานใช้เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ช่วยหน่วงน้ำ เพื่อลดปริมาณน้ำจากลุ่มป่าสักที่จะไหลลงมาสมทบแม่น้ำเจ้าพระยาในพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา แม้ปริมาณน้ำในอ่างเพิ่มขึ้นเป็น 89.48% ของความจุเก็บกัก และมีน้ำไหลเข้าอ่างวันละ 59.14 ล้านลูกบาศก์เมตร แต่ยังระบายเพียงวันละ 2.16 ล้านลูกบาศก์เมตร

ขณะเดียวกัน บริหารการระบายน้ำผ่านเขื่อนพระราม 6 ลงแม่น้ำป่าสักประมาณ 500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และลดน้ำเข้าคลองระพีพัฒน์เหลือประมาณ 100–120 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพื่อลดผลกระทบจากฝนตกสะสมก่อนหน้านี้ ทำให้มีน้ำในคลองชัยนาท-ป่าสักเพิ่มขึ้นและเกิดน้ำเอ่อล้นตลิ่งและท่วมขังบริเวณข้างคลองในพื้นที่ลพบุรีและสระบุรี

กรมชลฯ ตรึงระบายเจ้าพระยา 1,950 ลบ.ม. ผันลง 5 ทุ่งลุ่มต่ำ

ขณะที่ปลายทางของลุ่มเจ้าพระยา กรมชลประทานเร่งพร่องและระบายน้ำออกสู่อ่าวไทย ผ่านสถานีสูบน้ำตามแนวคลองชายทะเลและสถานีสูบน้ำสุวรรณภูมิ รวมถึงประตูระบายน้ำคลองลัดโพธิ์อันเนื่องมาจากพระราชดำริ โดยบริหารการเปิด-ปิดประตูให้สัมพันธ์กับระดับน้ำทะเล เพื่อเร่งระบายน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาออกสู่อ่าวไทย ลดปริมาณน้ำในพื้นที่เจ้าพระยาตอนล่าง รวมถึงกรุงเทพฯ และปริมณฑล

การตัดสินใจทดน้ำไว้เหนือเขื่อนเจ้าพระยาเพื่อตรึงการระบายไว้ที่ 1,950 ลบ.ม./วินาที สะท้อนถึง "ยุทธศาสตร์ยอมเจ็บเพื่อเซฟส่วนใหญ่ (Calculated Risk)" ของกรมชลประทาน แม้การยกระดับน้ำเหนือเขื่อนจะส่งผลกระทบต่อพื้นที่ลุ่มต่ำริมน้ำใน นครสวรรค์ อุทัยธานี และชัยนาท แต่นี่คือทางเลือกที่จำเป็นในการหน่วงมวลน้ำไม่ให้ทะลักลงไปซ้ำเติมพื้นที่เศรษฐกิจและชุมชน ความหนาแน่นสูงในภาคกลางตอนล่าง การเปิดทุ่งรับน้ำ 5 แห่งควบคู่กับการใช้ศักยภาพของสถานีสูบน้ำฝั่งตะวันออกและคลองลัดโพธิ์ จึงเป็นการประสานกลไก "ชะลอ-กักเก็บ-เร่งระบาย" เพื่อซื้อเวลาให้มวลน้ำก้อนใหญ่ผ่านพ้นไปโดยสร้างความเสียหายให้น้อยที่สุด