การรถไฟฯ เปิดแผนฟื้นฟูกิจการปี 2570 เร่งล้างขาดทุนสะสม 3.2 แสนล้านบาท เดินหน้ารื้อโครงสร้างรายได้ เพิ่มส่วน Non – Core ดึงที่ดินแปลงศักยภาพเปิดประมูล นำร่อง 11 แปลงใหญ่ คาดโกยรายได้ 5 หมื่นล้านบาท ขณะที่ธุรกิจหลัก เร่งจัดหารถจักรและล้อเลื่อน มั่นใจรถโดยสารใหม่ 182 คัน เสนอ ครม.เห็นชอบปีหน้า
นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเผยถึง แผนฟื้นฟูกิจการ ปี 2570 โดยระบุว่า ปัจจุบัน รฟท.มีปัญหารายได้จากการดำเนินงานไม่เพียงพอ รายได้จากการเดินรถและบริการไม่ครอบคลุมต้นทุน อีกทั้งยังต้องพึ่งพาเงินกู้และการสนับสนุนจากภาครัฐ องค์กรประสบปัญหาขาดทุนสะสมอยู่ในระดับสูงถึง 322,499.43 ล้านบาท และยังคงสะสมหนี้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ดี แนวทางการฟื้นฟูกิจการในปี 2570 จะเดินหน้าปรับโครงสร้าง สร้างรายได้ ควบคุมค่าใช้จ่าย เพื่อให้เกิดความยั่งยืนขององค์กร โดยมีแผนดำเนินงาน ประกอบด้วย 4 แนวทาง คือ
1.) เพิ่มรายได้จากธุรกิจหลัก (Core Business) ทั้งการเร่งจัดหารถจักร – ขบวนรถใหม่ ได้แก่ การจัดหารถจักร 53 คัน ทดแทนรถจักรเดิมที่มีอายุมากกว่า 40 ปี กำหนดไทม์ไลน์การจัดหา เตรียมเสนอกระทรวงคมนาคมเห็นชอบในเดือน พ.ค.2570 และเสนอ ครม. อนุมัติในปี 2570 คาดเริ่มให้บริการปี 2573
นอกจากนี้ ยังมีแผนจัดหารถโดยสาร 182 คัน เพื่อทดแทนตู้โดยสารเก่า และรองรับเส้นทางสายใหม่ ช่วงเด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ และบ้านไผ่-มุกดาหาร-นครพนม โดยมีไทม์ไลน์การจัดหาจะเสนอ กระทรวงคมนาคม ในเดือน พ.ค.2570 ก่อนเสนอ ครม. เห็นชอบในปี 2570 และคาดว่าขบวนรถโดยสารใหม่นี้จะเปิดประกวดราคาและให้เอกชนยื่นข้อเสนอในช่วงเดือน มี.ค. - พ.ค.2571 เริ่มประกอบรถชุดที่ 1 จำนวน 26 คัน ในเดือน ก.ย. 2571 – 2573 ทยอยส่งมอบและเริ่มนำมาให้บริการในปี 2573
ส่วนแผนจัดหารถดีเซลรางปรับอากาศ 108 คัน รฟท.มีเป้าหมายนำมาทดแทนรถจักรดีเซลรางและเพิ่มการให้บริการสนับสนุนเดินทางในภูมิภาคและเส้นทางใหม่ เช่นเดียวกับการจัดหารถสินค้า (บทต.) 946 คัน รฟท. จะเผยแพร่ TOR ในเดือน ธ.ค.นี้ กำหนดเปิดให้เอกชนยื่นข้อเสนอในเดือน ม.ค.2570 และคาดว่าจะเริ่มรับมอบรถเพื่อให้บริการใน ธ.ค.2571 ซึ่งจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถการขนส่งสินค้า
2.) เพิ่มรายได้ทรัพย์สิน (Non-Core Business) โดย รฟท. เตรียมจัดใช้ประโยชน์ที่ดินแปลงใหญ่ 11 แปลงในปี 2570 ประเมินมูลค่าที่ดินและสิ่งปลูกสร้างรวมตลอดอายุสัญญากว่า 50,549.07 ล้านบาท อาทิ พื้นที่บางซื่อ แปลง E1 อยู่ระหว่างศึกษาความเป็นไปได้ ประเมินมูลค่า 1,149.59 ล้านบาท, สถานีแม่น้ำ มูลค่า 5,732.67 ล้านบาท รวมไปถึงที่ดินย่านศิลาอาสน์, สนามกอล์ฟหัวหิน และสถานีหาดใหญ่ เป็นต้น
3.) การปิดหมายเหตุหน้างบการเงิน ของ รฟท.ที่เกี่ยวข้องกับบัญชีทรัพย์สินที่ดิน เนื่องจากกรณีรายงานของผู้สอบบัญชี ณ วันที่ 31 มี.ค. 2569 แสดงความคิดเห็นอย่างมีเงื่อนไขเกี่ยวกับบัญชีทรัพย์สินที่ดิน รฟท. ได้ตั้งเป้าหมายเร่งแก้ไขและปรับปรุงข้อมูลให้ถูกต้อง ครบถ้วน ตามมาตรฐานการรายงานทางการเงิน โดยบูรณาการข้อมูลทรัพย์สินที่ดินและสัญญาเช่าผ่านระบบ GIS เพื่อคัดแยกที่ดิน Core และ Non-core พร้อมเคลียร์ประเด็นอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน สัญญาเช่า และลูกหนี้ค้างชำระ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่องค์กร
4.) ปฏิรูปการบริหารจัดการอะไหล่ โดยปัจจุบัน รฟท. มีมูลค่าอะไหล่คงค้างในคลังประมาณ 2,500 ล้านบาท จึงได้วางแนวทางบริหารจัดการในปี 2570 เพื่อลดต้นทุนจม ได้แก่ การคัดแยกกลุ่มอะไหล่, เร่งประมูลขายซากเพื่อเปลี่ยนเป็นเงินสด, การใช้ระบบ Pay-per-use จ่ายเมื่อใช้งานจริง รวมถึงการนำระบบดิจิทัลมาใช้จัดการคลังอะไหล่และคำนวณอะไหล่คงคลังแบบ Real-time เพื่อป้องกันการสั่งซื้อเกินความจำเป็น





