วันอาทิตย์ ที่ 27 กันยายน 2569

Login
Login

มกอช. จับมือ สจล. ปลดล็อกเอสเอ็มอี เจาะตลาดอาหารแปรรูปสหรัฐฯ

มกอช. ผนึก สจล. เปิดเวที U.S. Food Export Compliance Forum 2026 ติวเข้มกฎระเบียบ FSMA หนุนเอสเอ็มอีไทย ทลายข้อจำกัดส่งออกอาหารแปรรูป พร้อมเปิดตัวคู่มือฉบับประชาชน ต.ค.นี้

KEY POINTS

  • มกอช. ร่วมมือกับ สจล. จัดสัมมนาเพื่อเตรียมความพร้อมและเพิ่มขีดความสามารถให้ผู้ประกอบการ SME ไทยในการส่งออกอาหารแปรรูปไปตลาดสหรัฐฯ
  • โครงการนี้มีเป้าหมายเพื่อแก้ปัญหาให้ผู้ประกอบการที่ขาดความเข้าใจในกฎระเบียบและข้อบังคับด้านความปลอดภัยอาหารที่เข้มงวดของสหรัฐฯ (FSMA)
  • มกอช. ได้รับการยอมรับจากองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐฯ (U.S. FDA) ให้เป็นหน่วยรับรองมาตรฐานได้โดยตรง ช่วยลดขั้นตอนและต้นทุนให้ผู้ประกอบการไทย
  • มกอช. เปลี่ยนบทบาทจากผู้กำกับดูแลมาเป็นผู้อำนวยความสะดวกทางการค้า เพื่อเปลี่ยนข้อกำหนดที่เคยเป็นอุปสรรคให้กลายเป็นความสามารถในการแข่งขัน

ตลาดสหรัฐอเมริกานับเป็นหนึ่งในหมุดหมายสำคัญของสินค้าเกษตรและอาหารแปรรูปไทย แต่ด้วยมาตรฐานความปลอดภัยที่เข้มงวด ทำให้ผู้ประกอบการจำนวนมากยังติดล็อกด้านข้อกฎหมายและขั้นตอนการปฏิบัติงาน ล่าสุด กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) ร่วมกับ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ได้จัดงานสัมมนาใหญ่ “U.S. Food Export Compliance Forum 2026” เพื่อสร้างความพร้อมและยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันให้แก่ผู้ประกอบการไทยอย่างเป็นรูปธรรม

มกอช. จับมือ สจล. ปลดล็อกเอสเอ็มอี เจาะตลาดอาหารแปรรูปสหรัฐฯ

นางสาวรวินันท์ ฉ่ำเฉลิม รองเลขาธิการ มกอช. เปิดเผยว่า แนวทางสนับสนุนการปฏิบัติตามกฎระเบียบสหรัฐฯ  รัฐบาลและกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะผู้ประกอบการรายย่อย (SMEs) ผ่านนโยบาย “เกษตรนวัตกรรม เพื่อความยั่งยืน เกษตรกรไทย” ที่ยึดหลัก “ตลาดนำการผลิต” ส่งเสริมการเพิ่มมูลค่าสินค้า และการเตรียมความพร้อมรับมือกับกฎระเบียบการส่งออกสินค้าไปต่างประเทศ เพื่อช่วยให้สินค้าเกษตรและอาหารไทยสามารถแข่งขันในตลาดโลกได้อย่างยั่งยืน

“ตลาดสหรัฐอเมริกาเป็นตลาดที่มีกฎระเบียบสูงและแตกต่างจากที่อื่น อย่างไรก็ตาม หากผู้ประกอบการไทยเข้าใจและเตรียมความพร้อมได้อย่างถูกต้อง ข้อกำหนดเหล่านี้จะไม่ใช่อุปสรรค แต่จะกลายเป็นความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทย มกอช. พร้อมที่จะเป็นกำลังสำคัญในการสนับสนุนข้อมูล ระบบการรับรอง และช่วยประสานงานแก้ปัญหา เพื่อให้ผู้ประกอบการส่งออกได้อย่างมั่นใจ” นางสาวรวินันท์ กล่าว

มกอช. จับมือ สจล. ปลดล็อกเอสเอ็มอี เจาะตลาดอาหารแปรรูปสหรัฐฯ

ที่มาของโครงการนี้เกิดจาก ในปี 2568 มกอช. ได้สำรวจความคิดเห็นของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั่วประเทศ พบว่า ร้อยละ 46 สะท้อนปัญหาเรื่องความเข้าใจกฎระเบียบและวิธีนำข้อกำหนดไปปฏิบัติ และอีกราว ร้อยละ 39 เห็นว่าปัญหาสำคัญคือการขาดบุคลากรที่มีความรู้หรือความเชี่ยวชาญด้านกฎระเบียบ หลายรายยังระบุว่าตนเองมีสินค้าที่ต้องการส่งออก แต่ไม่สามารถดำเนินการได้ เนื่องจากติดข้อจำกัดด้านกฎหมายหรือข้อกำหนดเฉพาะของสหรัฐฯ

มกอช. จึงจัดทำโครงการพัฒนาผู้ประกอบการไทยเพื่อการส่งออกตามกฎหมายอาหารสหรัฐฯ (FSMA) โดยต้องการให้ผู้ประกอบการเข้าใจว่าการส่งออกไปสหรัฐฯ ต้องทำอะไรบ้าง ตั้งแต่การเตรียมระบบการผลิต การขึ้นทะเบียน การจัดทำเอกสาร การทำงานกับผู้นำเข้าในสหรัฐฯ ไปจนถึงการแก้ปัญหาเมื่อเกิดอุปสรรคในการส่งออก

รองเลขาธิการ มกอช. ยังได้เผยถึงบทบาทสำคัญของ มกอช. ในระดับสากลว่า มกอช. ได้รับการยอมรับความสามารถจากองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐฯ (U.S. FDA) ในฐานะหน่วยรับรองภายใต้ Accredited Third-Party Certification Program ของระเบียบ FSMA ทำให้ประเทศไทยมีหน่วยงานรัฐที่สามารถทำหน้าที่รับรองระบบงานแก่หน่วยตรวจรับรองภายใต้กลไกนี้ ช่วยสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านการตรวจสอบและรับรองขึ้นภายในประเทศ ช่วยสนับสนุนให้ผู้ประกอบการไทยเข้าถึงการตรวจรับรองมาตรฐานสหรัฐฯ

สำหรับการดำเนินงานในระยะถัดไป มกอช. ได้วางทิศทางการขับเคลื่อนงาน 3 ด้านหลัก ได้แก่ (1) ด้านข้อมูล ผลักดันให้ผู้ประกอบการเข้าถึงข้อมูลกฎหมายและข้อกำหนดที่อัปเดตอย่างถูกต้องและทันท่วงที (2) ด้านการช่วยเหลือผู้ประกอบการ เน้นการให้คำแนะนำเชิงปฏิบัติ โดยเฉพาะสำหรับผู้ประกอบการรายใหม่ และ (3) ด้านการมีส่วนร่วมจากภาคธุรกิจ โดยทำงานร่วมกับผู้ประกอบการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ปัญหาการติดขัดด้านข้อกำหนดของสินค้าที่มีศักยภาพ

นอกจากนี้ มกอช. มีแผนจะเปิดตัว “คู่มือเตรียมความพร้อมผู้ประกอบการไทยฉบับประชาชน” ในช่วงเดือนตุลาคม 2569 ซึ่งสรุปเนื้อหากฎระเบียบสหรัฐฯ ในรูปแบบที่เข้าใจง่ายและนำไปปรับใช้ได้จริงกับธุรกิจ เพื่อเป็นเครื่องมือสนับสนุนผู้ประกอบการไทยอย่างต่อเนื่อง

การขยับตัวของ มกอช. ในครั้งนี้ ถือเป็น “การเปลี่ยนผ่านจากการเป็นเพียงผู้กำกับดูแลกฎระเบียบ (Regulator) ไปสู่การเป็นผู้อำนวยความสะดวกทางการค้า (Trade Facilitator)” อย่างแท้จริง การที่ภาครัฐไทยได้รับสิทธิตรวจรับรองมาตรฐานจาก U.S. FDA โดยตรง ไม่เพียงช่วยลดต้นทุนและเวลาให้แก่ผู้ประกอบการรายย่อย (SMEs) แต่ยังเป็นการสร้างเป้าหมาย “ตลาดนำการผลิต” ให้เกิดขึ้นได้จริง ยิ่งไปกว่านั้น ในภาวะที่การแข่งขันในตลาดโลกมุ่งเน้นเรื่องความปลอดภัยและความยั่งยืนเป็นหลัก การเปลี่ยนข้อกำหนด FSMA จาก “อุปสรรคทางการค้า” ให้กลายเป็น “ความสามารถในการแข่งขัน” จะเป็นสปริงบอร์ดสำคัญที่ดันมูลค่าการส่งออกอาหารแปรรูปไทยให้เติบโตได้อย่างมั่นคงในระยะยาว