วันศุกร์ ที่ 25 กันยายน 2569

Login
Login

กนอ. โชว์ผลงาน 9 เดือน ยอดขายที่ดินพุ่ง 6,000 ไร่ ดันมาบตาพุดเฟด 3 รับลงทุน EEC

กนอ. ดัน “มาบตาพุด เฟส 3” คืบหน้าตามแผน เผยความพร้อม “Smart Park” ชูนิคมสีเขียว โชว์ผลงานแกร่ง 9 เดือนดันแพลตฟอร์ม AI ดึงดูดนักลงทุน

KEY POINTS

  • กนอ. เผยผลการดำเนินงาน 9 เดือนแรกของปี 2569 (ม.ค. - ก.ย.) มียอดขายและเช่าพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมทั่วประเทศรวมประมาณ 6,000 ไร่ โดยเป็นกลุ่มนักลงทุนต่างชาติจากยุโรป จีน เกาหลี และญี่ปุ่น
  • โครงการพัฒนาท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ระยะที่ 3 ช่วงที่ 1 (งานโครงสร้างพื้นฐาน) ดำเนินการขุดลอกและถมทะเล 1,000 ไร่แล้วเสร็จ ขณะที่การก่อสร้างท่าเรือก๊าซมีความคืบหน้า 33.53%
  • การดำเนินงานท่าเรือมาบตาพุด ระยะที่ 3 ช่วงที่ 2 (ท่าเรือสินค้าเหลวและพื้นที่เกี่ยวเนื่อง) ได้เสนอขอเปลี่ยนแปลงรูปแบบจาก PPP เป็นการดำเนินการโดย กนอ. เอง ซึ่งได้บรรจุเป็นวาระเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีแล้ว
  • นิคมอุตสาหกรรม Smart Park ในพื้นที่ EEC ก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานเสร็จสมบูรณ์ 100% พร้อมออกมาตรการยกเว้นค่าเช่า 2 ปีแรก เพื่อเร่งรัดการลงทุนในพื้นที่

นายสุเมธ ตั้งประเสริฐ ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เปิดเผยความคืบหน้าของโครงการพัฒนาท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ระยะที่ 3, การพัฒนานิคมอุตสาหกรรม Smart Park ตลอดจนผลการดำเนินงานและแผนการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์รอบ 9 เดือน (ม.ค. - ก.ย. 2569) เพื่อเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนและขับเคลื่อนเศรษฐกิจในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) 

นายสุเมธ กล่าวว่า โครงการพัฒนาท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ระยะที่ 3 ซึ่งมีมูลค่าการลงทุนรวมประมาณ 55,400 ล้านบาท มีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการขนถ่ายก๊าซธรรมชาติและรักษาความมั่นคงทางพลังงานของประเทศ โดยในส่วนของช่วงที่ 1 งานโครงสร้างพื้นฐาน (การขุดลอกและถมทะเล 1,000 ไร่)

ซึ่งดำเนินการโดยบริษัท กัลฟ์ เอ็มทีพี แอลเอ็นจี เทอร์มินอล จำกัด (GMTP) ได้แล้วเสร็จและส่งมอบพื้นที่ พร้อมได้รับการรับรองจาก กนอ. เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ เอกชนคู่สัญญาได้เริ่มดำเนินการก่อสร้างท่าเรือก๊าซ (ในพื้นที่แปลง B) ตั้งแต่วันที่ 15 ตุลาคม 2568 และจากรายงานล่าสุดเมื่อวันที่ 3 กันยายน 2569 พบว่า ความคืบหน้าการก่อสร้างมีความก้าวหน้าไปแล้วถึง 33.53 % สำหรับการดำเนินงานช่วงที่ 2 

ซึ่งประกอบด้วยพื้นที่ท่าเรือสินค้าเหลว (แปลง A) ขนาด 200 ไร่ และพื้นที่พัฒนาอุตสาหกรรมด้านพลังงานหรือธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง (แปลง C) ขนาด 150 ไร่ รวมเป็น 350 ไร่นั้น กนอ. ได้ทบทวนและปรับปรุงแนวทางการดำเนินงานให้นำเสนอขอความเห็นชอบเปลี่ยนแปลงรูปแบบการดำเนินโครงการจากรูปแบบ PPP เป็นการดำเนินการตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2522

ซึ่งนายอนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะประธาน กพอ. ได้ลงนามในหนังสือถึงสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีแล้วเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 และปัจจุบันได้รวบรวมบรรจุเป็นวาระเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2569 แล้ว

ด้านความพร้อมของการพัฒนานิคมอุตสาหกรรม Smart Park ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ EEC อำเภอเมือง จังหวัดระยอง บนพื้นที่รวมกว่า 1,383.76 ไร่ (แบ่งเป็นพื้นที่อุตสาหกรรม 621.55 ไร่) ได้รับการพัฒนาให้เป็นนิคมอุตสาหกรรมเชิงนิเวศอัจฉริยะ (Smart & Green Industry) เพื่อรองรับอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง โดยขณะนี้งานก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานหลัก ไม่ว่าจะเป็นถนน ระบบประปา ระบบบำบัดน้ำเสีย ระบบไฟฟ้า และระบบสื่อสารใต้ดิน ได้ดำเนินการแล้วเสร็จสมบูรณ์ 100% พร้อมรองรับการเข้ามาตั้งฐานการผลิตของผู้ประกอบการทันที ในมิติข้อมูลเชิงพาณิชย์ ปัจจุบันมีพื้นที่อุตสาหกรรมให้เช่าแล้ว 70.45 ไร่ และมีพื้นที่จองรวม 106.37 ไร่ (คงเหลือให้เช่า 551.10 ไร่)

อย่างไรก็ตาม กนอ. ได้ออกประกาศ กนอ. ที่ 46/2569 กำหนดมาตรการส่งเสริมการเช่าที่ดินในนิคมอุตสาหกรรม Smart Park เพื่อเร่งรัดการลงทุน โดยมอบสิทธิพิเศษยกเว้นค่าเช่าที่ดิน 2 ปีแรก (นับจากวันทำสัญญา) และยกเว้นค่าบำรุงรักษาสิ่งอำนวยความสะดวก 2 ปีแรก (นับจากวันที่ได้รับอนุญาตให้ใช้ที่ดินเพื่อประกอบกิจการ)

พร้อมกันนี้ นิคมอุตสาหกรรม Smart Park ยังมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) โดยอาคารสำนักงานนิคมฯ ได้รับการรับรองมาตรฐานอาคารเขียว (TREES-NC) ระดับ Platinum ด้วยคะแนน 61 คะแนน และนำปูนซีเมนต์ไฮดรอลิกมาใช้ในงานก่อสร้างเพื่อลดก๊าซเรือนกระจก

นายสุเมธ ยังเปิดเผยถึงผลการดำเนินงานในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2569 (ม.ค. - ก.ย. 2569) ว่า กนอ. มีผลงานและความคืบหน้าที่สำคัญสะท้อนถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยภาพรวมการขายและเช่าพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมทั่วประเทศสามารถกวาดยอดขายพื้นที่รวมได้ประมาณ 6,000 ไร่ โดยเป็นกลุ่มนักลงทุนต่างชาติที่มีศักยภาพสูง ตอบโจทย์การดำเนินนโยบาย FDI (Foreign Direct Investment) หรือ การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ  

โดยเฉพาะในกลุ่มอุตสาหกรรมดาต้าเซนเตอร์ กลุ่มอุตสาหกรรมชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ กลุ่มอุตสาหกรรมการเกษตร กลุ่มอุตสาหกรรมแปรรูปอาหารและเครื่องดื่ม โดยเฉพาะนักลงทุนจากประเทศในแถบยุโรป จีน เกาหลี และญี่ปุ่น พร้อมกันนี้ กนอ.ยังได้ยกระดับบทบาทสู่การเป็น “FDI Acceleration Platform”เต็มรูปแบบ

ด้วยการนำเทคโนโลยีระบบบริหารจัดการข้อมูลลูกค้าและการขาย
แบบบูรณาการ (Salesforce และ AI Agentforce) เข้ามาขับเคลื่อน เพื่ออำนวยความสะดวกให้นักลงทุนสามารถค้นหาข้อมูลเปรียบเทียบแปลงที่ดินผ่านระบบ GIS รองรับการใช้งานถึง 4 ภาษา (ไทย, อังกฤษ, จีน, ญี่ปุ่น) ตลอด 24 ชั่วโมง และเชื่อมโยงข้อมูลผ่านระบบ e-PP และ SAP เพื่อออกสัญญาและใบอนุญาตได้อย่างรวดเร็ว โปร่งใส และปลอดภัยตามมาตรฐานสากล (ISO/IEC 27001 และ GDPR) 

“กนอ. มุ่งมั่นในการขับเคลื่อนภารกิจในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2569 โดยจะยังคงเดินหน้ายกระดับการบริหารจัดการนิคมอุตสาหกรรมทุกแห่งด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่และมาตรฐานสากล ควบคู่ไปกับการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมและการมีส่วนร่วมของชุมชน เพื่อผลักดันให้พื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) เป็นฐานการลงทุนอุตสาหกรรมแห่งอนาคตที่เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนต่อไป”