"คลัง" เผย ครม. เห็นชอบการปรับปรุงเกณฑ์คุณสมบัติผู้มีสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 เพิ่มเติม ครอบคลุมเรื่องสถานะนักศึกษา, การถือหุ้น, บัญชีหลักทรัพย์, ตราสารหนี้ และการครอบครองรถยนต์/รถจักรยานยนต์เก่า โดยผู้ที่ผ่านคุณสมบัติตามเกณฑ์ใหม่จะเริ่มใช้สิทธิได้พร้อมกันตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2569 เป็นต้นไป
นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ครั้งล่าสุด ครม. มีมติเห็นชอบตามที่คณะกรรมการประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม หรือ คณะกรรมการฯ เสนอ เกี่ยวกับการดำเนินโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 เพิ่มเติม โดยมีสาระสำคัญ ดังนี้
เห็นชอบการทบทวนเกณฑ์คุณสมบัติของผู้มีสิทธิ เพื่อให้สอดคล้องกับข้อเท็จจริงและสภาพความเดือดร้อนของประชาชนในปัจจุบัน และมิให้ผู้ที่สมควรได้รับความช่วยเหลือหลุดออกจากระบบ จากการหารือร่วมกับหน่วยงานตรวจสอบคุณสมบัติ ได้แก่
- กรณีเป็นนักเรียน นักศึกษา ไม่รวมผู้เรียนในโครงการอาชีวศึกษาเพื่อการพัฒนาชนบท และผู้เรียนการเรียนรู้เพื่อคุณวุฒิตามระดับ ตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการเรียนรู้
- กรณีเป็นหุ้นส่วนในห้างหุ้นส่วนสามัญ และผู้ถือหุ้นหรือกรรมการในบริษัท ไม่นับรวมกรณีห้างหุ้นส่วนจำกัดหรือบริษัทที่จดทะเบียนเป็นวิสาหกิจเพื่อสังคม หรือวิสาหกิจชุมชน
- กรณีผู้มีบัญชีฝากหลักทรัพย์ โดยไม่รวมผู้ที่ไม่มีหลักทรัพย์คงเหลือในบัญชีหรือมีมูลค่าหลักทรัพย์คงเหลือรวมกันทั้งหมดทุกบัญชี ไม่เกิน 5,000 บาท
- กรณีผู้มีบัญชีถือครองตราสารหนี้ โดยไม่รวมผู้ที่ไม่มีกรรมสิทธิ์ในตราสารหนี้ หรือมีกรรมสิทธิ์ในตราสารหนี้ที่มีมูลค่ารวมกันทั้งหมด ไม่เกิน 5,000 บาท
- เกณฑ์รถ ไม่นับรวมรถจักรยานยนต์ที่มีอายุเกินกว่า 15 ปี และรถยนต์ รถพ่วง และรถใช้งานเกษตรกรรมที่มีอายุเกินกว่า 20 ปี เว้นแต่เป็นรถจักรยานยนต์มูลค่าสูงหรือรถจักรยานยนต์สะสม และรถยนต์มูลค่าสูงหรือรถยนต์สะสมตามประกาศกรมการขนส่งทางบก เรื่อง กำหนดชนิด แบบ รุ่น รถมูลค่าสูง รถสะสม
เพื่อเป็นเกณฑ์พิจารณาตามโครงการฯ ตามมติ ครม. เมื่อวันที่ 27 ก.ค. 2569 ลงวันที่ 4 ก.ย. 2569
อีกด้านหนึ่ง ครม. มอบหมายหน่วยงานของรัฐ นำข้อเสนอแนะการบูรณาการข้อมูลผู้ลงทะเบียนไปดำเนินการ เพื่อต่อยอดการช่วยเหลือประชาชนนอกเหนือจากโครงการฯ ปี 2569 อาทิ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และกระทรวงมหาดไทย ผ่านการพิจารณาสภาพความเป็นอยู่และความต้องการของประชาชนแต่ละกลุ่ม เพื่อให้ความช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางอย่างเหมาะสม
สถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ ควรพิจารณากำหนดมาตรการแก้ไขภาระหนี้สิน และสินเชื่อที่เหมาะสมเพื่อส่งเสริมการประกอบอาชีพให้แก่ประชาชน กระทรวงแรงงาน กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และกระทรวงศึกษาธิการควรพิจารณาส่งเสริมการให้ความรู้ พัฒนาทักษะฝีมือแรงงาน และการเข้าสู่ตลาดแรงงานที่สอดคล้องกับศักยภาพของแต่ละบุคคล
รวมทั้ง หน่วยงานตรวจสอบคุณสมบัติ ควรตรวจสอบกรณีการนำข้อมูลส่วนบุคคลไปใช้โดยไม่ได้รับความยินยอม ดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด และปรับปรุงฐานข้อมูลให้ถูกต้องเป็นปัจจุบันต่อเนื่อง
"การทบทวนเกณฑ์ครั้งนี้ ยึดหลักความเป็นธรรม โปร่งใส และเหมาะสม ช่วยให้การตรวจสอบคุณสมบัติมีประสิทธิภาพ ลดความคลาดเคลื่อนของข้อมูล ทำให้ประชาชนที่เดือดร้อนได้รับสิทธิอย่างทั่วถึง ขณะเดียวกันการบูรณาการข้อมูลผู้ลงทะเบียนจะยกระดับฐานข้อมูลภาครัฐจะส่งผลให้การช่วยเหลือประชาชนตรงกลุ่มเป้าหมายมากยิ่งขึ้น" นายวินิจ กล่าว
โครงการฯ ปี 2569 จะประกาศผลการตรวจสอบคุณสมบัติรอบทบทวนสิทธิในวันที่ 30 ก.ย. 2569 และผู้ผ่านคุณสมบัติทุกรายเริ่มรับสิทธิพร้อมกันตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2569
ทั้งนี้ ผู้ผ่านคุณสมบัติสามารถยืนยันตัวตน (e-KYC) ได้ที่ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ธนาคารออมสิน ธนาคารอาคารสงเคราะห์ และธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย ถึงวันที่ 14 ต.ค. 2569 และที่ธนาคารกรุงไทย ถึงวันที่ 12 ม.ค. 2570



