วันอังคาร ที่ 22 กันยายน 2569

Login
Login

'คลัง' ยันรัฐบาลพร้อมเพิ่มสภาพคล่องให้ กยศ.ดูแลนักเรียน-นศ.ไม่ให้หลุดจากระบบ

คลัง หารือ สำนักงบฯ แก้ปัญหากยศ. เพิ่มสภาพคล่องให้รายเดือนอุดหนุนไม่ให้เด็กหลุดจากระบบการเรียนพร้อมเร่งปรับการทำงาน ลดการขาดทุนของกองทุน

KEY POINTS

  • กระทรวงการคลังยืนยันว่ารัฐบาลจะจัดสรรงบประมาณให้กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) อย่างเพียงพอ เพื่อไม่ให้นักเรียน-นักศึกษาเสียโอกาสทางการศึกษา
  • แนวทางการเพิ่มสภาพคล่องให้ กยศ. จะมาจากการจัดสรรงบประมาณรายเดือน ควบคู่กับการปรับปรุงแผนการติดตามหนี้เพื่อนำเงินกลับเข้ากองทุนหมุนเวียน
  • รัฐบาลยืนยันนโยบายจะดูแลผู้กู้ทุกราย รวมถึงกลุ่มที่ยื่นขอเกินกรอบที่กำหนดไว้กว่า 1.2 หมื่นราย และผู้กู้รายเดิมจะยังคงได้รับสิทธิ์ตามปกติ
  • กยศ. ได้รับการสั่งการให้เร่งรัดกระบวนการอนุมัติสำหรับผู้กู้ที่ยังรอการพิจารณา และได้ปรับปรุงกระบวนการตรวจสอบโดยใช้ข้อมูลจากบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเพื่อความรวดเร็ว

เมื่อเวลา 12.50 น. วันที่ 22 ก.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล  นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) และ และโฆษกกระทรวงการคลัง กล่าวถึงกรณีปัญหาสภาพคล่องของกองทุนกู้ยืมเงินเพื่อการศึกษา (กยศ.) ว่า เรื่องนี้มีสองประเด็นคือ เรื่องแรกเรื่องสภาพคล่อง ซึ่งช่วงเช้า นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.การอุดมศึกษา  วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และนายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้หารือร่วมกับผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ โดยสภาพคล่องของกยศ.จะมีการจัดสรรงบประมาณให้เพียงพอในการใช้จ่ายแต่ละเดือนควบคู่กับการปรับแผนในการติดตามหนี้เพื่อนำเข้ามาเป็นกองทุนหมุนเวียน 

ทั้งนี้ขอยืนยันว่าจะไม่มีใครเสียโอกาสทางการศึกษาเพราะเราจะจัดการงบประมาณให้เพียงพอ ทันเวลากับการทำงานของกยศ. ซึ่งตอนนี้มีผู้เรียน 36% หรือประมาณ 7.7 หมื่นรายอยู่ในขั้นตอนของมหาวิทยาลัยที่จะส่งข้อมูลมาพิจารณา

ซึ่งอาจทำให้ท่านรู้สึกว่าการพิจารณาล่าช้า จึงได้สั่งการเร่งรัดไปทางกยศ. ให้เตรียมประสานกับทางมหาวิทยาลัยที่จะส่งรายชื่อกลับเข้ามา ซึ่งตอนนี้มีผู้สมัครขอทุนที่เราวางไว้ประมาณ 1.2 หมื่นราย ซึ่งจำนวนนี้กยศ.จะประชุมวันที่ 24 ก.ย. เพื่อปรับกรอบและเงินหมุนเวียนเพื่อให้ทุกคนที่ขอมาได้รับโอกาสทางการศึกษา“นายวินิจ ระบุ 

เมื่อถามว่าเรื่องของแหล่งเงินจะมาจากงบกลางหรือไม่ นายวินิจ กล่าวว่า เรื่องแหล่งเงินก็เป็นหนึ่งปัญหา ซึ่งเดี๋ยวจะมีการจัดสรรตามที่รองนายกฯยืนยันว่าไม่ให้มีใครเสียสิทธิ์เพราะเรื่องข้อจำกัดของงบประมาณ ตอนนี้ตัวเลขที่อนุมัติไปแล้ว  137,874 ราย คิดเป็น 64% ส่วนอยู่ระหว่างดำเนินการ 77,164 ราย คิดเป็น 36% กลุ่มนี้อยู่ระหว่างดำเนินการของมหาวิทยาลัยในการรวบรวมชื่อซึ่งอาจจะดูช้า แต่เป็นเรื่องขั้นตอนในการตรวจสอบ

ซึ่งปีนี้ กยศ. มีการปรับใช้ข้อมูลการตรวจสอบความยากจนโดยไม่ต้องรับรอง ถ้าอยู่ในเกณฑ์ที่กำหนด ปีนี้การรับรองจะไม่เสียเวลาเหมือนที่ผ่านมา เราจะใช้ชุดข้อมูลเดียวกันกับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

นายวินิจ กล่าวอีกว่า และกลุ่มที่เกินกรอบ 12,786 ราย ประมาณ 5% ซึ่งจะมี 2 ลักษณะคือค่าเทอมหรือค่าเล่าเรียน กับค่าครองชีพ ขอยืนยันนโยบายรัฐบาลจะดูแลทุกราย ส่วนผู้กู้เดิมที่เรียนปี2-ปี4 จะได้รับสิทธิ์ตามเดิม ดูแลไปตามขั้นตอนทั้งหมด 

เมื่อถามว่ากลุ่มสาขาที่เป็นที่ต้องการของตลาดที่ฝ่ายนโยบายกำหนดไว้ เกณฑ์นี้จะยกเว้นให้ใช่หรือไม่ นายวินิจ กล่าวว่า เรื่องเกณฑ์เป็นไปตามกฎหมายกยศ.

ซึ่งสะท้อน 2 มิติ มิติแรกคือการที่เราเลือกเกณฑ์ว่าในสาขาที่มีความต้องการได้สิทธิ์ก่อน ส่วนมิติที่สอง คือส่วนที่เหลือเราจะพยายามดูแลให้ครบถ้วน ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีและต่อไปจะมีการขยายในเรื่องการอัปสกิล รีสกิล 

เมื่อถามถึงกรณีการสวมสิทธิ์กู้กยศ. นายวินิจ กล่าวว่า วันนี้กยศ.พัฒนาโดยการใช้ฐานข้อมูลหน่วยงานภาครัฐโดยการเชื่อมโยง ซึ่งกรณีดังกล่าวเป็นเรื่องเฉพาะราย แต่อย่างไรต้องดูภาพรวมของทุกคนก่อน เรื่องที่ผิดก็ตามดูและจัดการกันไป