กรมทรัพย์สินทางปัญญา หารือทวิภาคีสำนักงานลิขสิทธิ์แห่งชาติจีน รับมือความท้าทายยุคดิจิทัล ยกระดับความร่วมมือจัดทำบันทึกความเข้าใจ (MoU) ฉบับใหม่ให้ทันต่อยุคสมัย มุ่งคุ้มครองเจ้าของสิทธิ–สร้างโอกาสใช้ประโยชน์จากผลงานสร้างสรรค์
KEY POINTS
- กรมทรัพย์สินทางปัญญาหารือกับสำนักงานลิขสิทธิ์แห่งชาติของจีน (NCAC) เพื่อยกระดับความร่วมมือ โดยเห็นพ้องที่จะจัดทำบันทึกความเข้าใจ (MoU) ฉบับใหม่ให้ทันต่อยุคสมัย
- ประเด็นหารือครอบคลุมการบริหารจัดการองค์กรจัดเก็บค่าลิขสิทธิ์ (CMOs) การส่งเสริมการใช้งานผลงานที่เป็นสาธารณสมบัติ และการป้องปรามการละเมิดลิขสิทธิ์ออนไลน์
- ทั้งสองฝ่ายแลกเปลี่ยนมุมมองด้านความสัมพันธ์ระหว่างลิขสิทธิ์และปัญญาประดิษฐ์ (AI) โดยมุ่งสร้างสมดุลระหว่างการคุ้มครองเจ้าของสิทธิ์และการส่งเสริมนวัตกรรม
นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า ได้นำคณะหารือทวิภาคีกับ Mr. WANG Zhicheng ผู้อำนวยการใหญ่สำนักงานลิขสิทธิ์แห่งชาติ (National Copyright Administration of China: NCAC) ของสาธารณรัฐประชาชนจีน ณ กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อแลกเปลี่ยนแนวทางการพัฒนาระบบคุ้มครองลิขสิทธิ์ของไทยและจีน โดยมุ่งเน้นการบริหารจัดการลิขสิทธิ์การใช้ประโยชน์จากงานดนตรีกรรมที่เป็นสาธารณสมบัติ การป้องปรามการละเมิดลิขสิทธิ์ทางออนไลน์
รวมไปถึงความสัมพันธ์ระหว่างลิขสิทธิ์และเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ พร้อมต่อยอดความร่วมมือระหว่างสองหน่วยงานให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและรูปแบบการนำผลงานไปใช้ประโยชน์ในปัจจุบัน
ทั้งนี้กรมทรัพย์สินทางปัญญาและ NCAC มีความสัมพันธ์อันดีมาอย่างยาวนาน โดยได้จัดทำบันทึกความเข้าใจ (MoU) ร่วมกันตั้งแต่ปี 2538 ซึ่งเป็นกรอบสำคัญในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์ด้านลิขสิทธิ์และสิทธิข้างเคียงมาอย่างต่อเนื่อง
การหารือครั้งนี้จึงเป็นการสานต่อความร่วมมือดังกล่าว และเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนนโยบายของ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ที่ให้ความสำคัญกับการยกระดับระบบทรัพย์สินทางปัญญาให้มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และสอดคล้องกับมาตรฐานสากล เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่เจ้าของสิทธิ ผู้ประกอบการ และนักสร้างสรรค์
พร้อมส่งเสริมให้ทรัพย์สินทางปัญญาสามารถนำไปใช้ประโยชน์และเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจได้จริง โดยความร่วมมือกับจีนจะช่วยเปิดพื้นที่ให้ทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์และแนวทางรับมือกับประเด็นลิขสิทธิ์ที่มีความซับซ้อนมากขึ้น
นางอรมน กล่าวว่า ในการหารือครั้งนี้ ทั้งสองฝ่ายได้เห็นตรงกันที่จะยกระดับความสัมพันธ์ด้วยการจัดทำ MoU ฉบับใหม่ระหว่างสองหน่วยงานเพื่อกระชับความร่วมมือระหว่างกันให้ตอบโจทย์กับความท้าทายใหม่ในการคุ้มครองลิขสิทธิ์ในยุคปัจจุบัน และแลกเปลี่ยนแนวทางการบริหารจัดการลิขสิทธิ์
โดยเฉพาะบทบาทของกรมฯ และ NCAC ในการกำกับดูแลองค์กรจัดเก็บค่าลิขสิทธิ์ (Copyright Management Organizations: CMOs) ซึ่งมีหน้าที่บริหารจัดการสิทธิและจัดสรรค่าตอบแทนแก่เจ้าของลิขสิทธิ์ โดยเห็นถึงความสำคัญของการพัฒนาระบบจัดเก็บค่าลิขสิทธิ์ให้มีข้อมูลที่ถูกต้อง ตรวจสอบได้ และสามารถจัดสรรค่าตอบแทนให้แก่เจ้าของสิทธิได้อย่างเหมาะสม
พร้อมแลกเปลี่ยนมุมมองต่อความท้าทายในการบริหารจัดการสิทธิในทางปฏิบัติ ทั้งปัญหาการเรียกเก็บค่าลิขสิทธิ์ซ้ำซ้อนหรือการเรียกเก็บโดยหน่วยงานที่ไม่ได้รับอนุญาต โดยทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องถึงความจำเป็นในการพัฒนากลไกกำกับดูแลและระบบข้อมูลให้มีประสิทธิภาพ เพื่อสร้างความชัดเจนและความเชื่อมั่นให้แก่ทั้งเจ้าของสิทธิและผู้ใช้ผลงานในด้านการส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากงานดนตรีกรรมที่เป็นสาธารณสมบัติ (Public Domain)
รวมถึงแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับแนวทางการบริหารจัดการและส่งเสริมการนำผลงานที่หมดอายุความคุ้มครองและตกเป็นสาธารณสมบัติไปใช้ประโยชน์อย่างถูกต้อง และแนวทางการสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับสถานะของผลงาน ขอบเขตและเงื่อนไขในการนำผลงานไปใช้ประโยชน์ เพื่อให้ประชาชน ผู้ประกอบการ ศิลปินและนักสร้างสรรค์สามารถนำผลงานดังกล่าวไปต่อยอดได้อย่างมั่นใจ สอดคล้องกับกฎหมายลิขสิทธิ์ เพิ่มโอกาสในการนำผลงานเดิมมาสร้างมูลค่าในรูปแบบใหม่และพัฒนาธุรกิจได้อย่างเหมาะสม
นางอรมน กล่าวว่า นอกจากนี้ กรมฯ และ NCAC ยังได้หารือด้านการป้องปรามการละเมิดลิขสิทธิ์ทางออนไลน์ซึ่งยังคงเป็นความท้าทายสำคัญจากการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีที่ทำให้การเผยแพร่ผลงานผ่านอินเทอร์เน็ตและแพลตฟอร์มดิจิทัลสามารถเข้าถึงผู้ใช้งานได้อย่างรวดเร็วและข้ามพรมแดน
ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องถึงประโยชน์ของการแลกเปลี่ยนประสบการณ์และแนวปฏิบัติที่ดีด้านการบังคับใช้กฎหมาย โดยเฉพาะการสร้างความร่วมมือกับแพลตฟอร์มออนไลน์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง การสร้างความตระหนักรู้แก่ประชาชนและภาคธุรกิจ เนื่องจากทั้งประเทศไทยและจีนต่างมีการสร้างสรรค์และเผยแพร่ผลงานผ่านช่องทางออนไลน์จำนวนมาก
และความสนใจที่จะจัดกิจกรรมในประเด็นที่มีความสนใจร่วมกัน ทั้งในด้านการสร้างความตระหนักรู้ การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์ การเสริมสร้างขีดความสามารถของผู้ปฏิบัติงาน เพื่อยกระดับการป้องปรามและการบังคับใช้กฎหมายลิขสิทธิ์ในสภาพแวดล้อมดิจิทัลอย่างมีประสิทธิภาพ และรับมือกับการละเมิดลิขสิทธิ์ที่มีความซับซ้อนมากขึ้น
ส่วนประเด็นลิขสิทธิ์กับ AI ที่กำลังกลายเป็นโจทย์สำคัญของนโยบายการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาทั่วโลก เนื่องจาก AI สามารถนำข้อมูลและผลงานสร้างสรรค์จำนวนมหาศาลมาใช้ในการพัฒนาและฝึกระบบ รวมทั้งสามารถสร้างภาพ เสียง วิดีโอ และเนื้อหารูปแบบใหม่ได้ โดยมีประเด็นที่ต้องพิจารณาครอบคลุมตั้งแต่การนำผลงานที่มีลิขสิทธิ์ไปใช้ฝึก AI การคุ้มครองผลงานที่สร้างโดย AI ไปจนถึงความรับผิดของผู้พัฒนา ผู้ให้บริการ และผู้ใช้งาน AI ในกรณีที่เกิดการละเมิดลิขสิทธิ์
กรมทรัพย์สินทางปัญญาและ NCAC เห็นร่วมกันว่าระบบลิขสิทธิ์จะต้องมุ่งสร้างสมดุลระหว่างการคุ้มครองเจ้าของลิขสิทธิ์กับการเปิดพื้นที่ให้ผู้พัฒนาและผู้ใช้งาน AI สามารถสร้างนวัตกรรมได้
ทั้งนี้ การสานต่อความร่วมมือระหว่างกรมทรัพย์สินทางปัญญาและ NCAC จึงเป็นส่วนหนึ่งขอความมุ่งมั่นในการรับมือกับความท้าทายใหม่ร่วมกัน ทั้งการบริหารจัดการลิขสิทธิ์ การใช้ประโยชน์จากผลงานสาธารณสมบัติ และการป้องปรามการละเมิดลิขสิทธิ์ทางออนไลน์
กรมฯ จะเดินหน้าพัฒนาระบบคุ้มครองลิขสิทธิ์ให้มีความทันสมัย โปร่งใส มีประสิทธิภาพ และสอดคล้องกับมาตรฐานสากล เพื่อให้เจ้าของสิทธิได้รับการคุ้มครองและผลตอบแทนที่เหมาะสม ขณะเดียวกันผู้ใช้ผลงาน ผู้ประกอบการ นักสร้างสรรค์ และผู้พัฒนาเทคโนโลยีสามารถใช้ประโยชน์จากผลงานภายใต้กติกาที่ชัดเจน อันจะช่วยเสริมสร้างขีดความสามารถของอุตสาหกรรมสร้างสรรค์และสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจไทยอย่างยั่งยืนต่อไป





