วันอาทิตย์ ที่ 20 กันยายน 2569

Login
Login

'บัญชีกลาง' เผยผลเฮียริ่งสวัสดิการ ขรก. หนุนเพิ่มทางเลือกรักษา ใช้บัตรทองตามสมัครใจ

“กรมบัญชีกลาง” เผยผลเฮียริ่ง พ.ร.ฎ. สวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการ ส่วนมากเห็นด้วยให้เลือกใช้สิทธิข้าราชการหรือบัตรทองได้ตามสมัครใจ อีกทั้งกำหนดได้ว่าจะให้สิทธิแก่บุคคลในครอบครัวหรือไม่ พร้อมแจงชัดเกณฑ์เบิกจ่ายยังไม่บังคับใช้ และไม่ได้ห้ามใช้ยาต้นแบบ จุดมุ่งหมายเน้นลดอุปสรรค ส่วนการลดงบฯ เป็นผลพลอยได้

นางแพตริเซีย มงคลวนิช อธิบดีกรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า กรมบัญชีกลาง เดินหน้าผลักดันร่างแก้ไขพระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.) เงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล ซึ่งปัจจุบันได้ผ่านขั้นตอนการรับฟังความคิดเห็นต่อสาธารณะ (Public Hearing) เป็นที่เรียบร้อยแล้ว พบว่าผู้เกี่ยวข้องส่วนใหญ่เห็นด้วยกับประเด็นที่จะแก้ไข

ในกฎหมายฉบับเดิมกำหนดว่า ข้าราชการต้องใช้สิทธิรักษาพยาบาลของข้าราชการก่อนเป็นลำดับแรก แต่ร่างใหม่จะเปิดโอกาสให้เลือกได้ตามความสมัครใจระหว่างสิทธิข้าราชการ กับสิทธิบัตรทอง ซึ่งเป็นการเพิ่มทางเลือกและสร้างความยืดหยุ่นให้กับข้าราชการ

นอกจากนี้ ยังเปิดโอกาสให้ข้าราชการเป็นผู้กำหนดสิทธิ การใช้สวัสดิการของบุคคลในครอบครัวตามความสมัครใจ โดยหากไม่ให้สิทธิ คนในครอบครัวอาจเลือกไปใช้สิทธิอื่นไม่ว่าจะเป็นสิทธิบัตรทองหรือประกันสังคม แทนได้

“สมมุติว่าเขาไม่อยากใช้สิทธิข้าราชการ แต่เขาไปใช้สิทธิบัตรทองก็ได้ เป็นการเพิ่มทางเลือกให้เขา เพราะบางเรื่องบัตรทองอาจได้สิทธิดีกว่า อันนี้เป็นเสียงของข้าราชการที่สะท้อนมา เราก็ดำเนินการตามนั้น "

"เรื่องสิทธิของคนในครอบครัวก็เช่นกัน ข้าราชการบอกว่าอยากเป็นคนกำหนดสิทธิว่า คนนี้ให้ คนนี้ไม่ให้ เพราะที่ผ่านมามันเคยมีจริง ๆ กรณีที่เขาไม่อยากให้สิทธิกับบุคคลในครอบครัว" นางแพตริเซีย กล่าว

อย่างไรก็ดี สำหรับหลักเกณฑ์การเบิกจ่ายค่ายา ปัจจุบันยังอยู่ในขั้นตอนการสอบทาน และรับฟังความคิดเห็นจากสถานพยาบาลและผู้เกี่ยวข้อง โดยยังไม่มีการกำหนดวันเริ่มบังคับใช้อย่างเป็นทางการ และไม่ใช่ 1 ม.ค. 2570 ตามที่เป็นกระแสข่าว

นางแพตริเซีย เน้นย้ำว่า ในเรื่องการเบิกจ่ายนั้น ไม่ได้มีข้อกำหนดว่าผู้ใช้สิทธิข้าราชการห้ามใช้ยาต้นแบบ (Original) เพียงแต่ต้องมีการกำหนดลำดับขั้นตอน และระดับการสั่งใช้ยาตามความเหมาะสมของโรค ซึ่งหากเป็นกรณีที่มีความจำเป็นทางการแพทย์หรือแพทย์ขออนุญาตใช้ยาต้นแบบ ก็ยังคงสามารถสั่งจ่ายได้ตามขั้นตอนปกติ

อีกทั้งผู้ใช้สิทธิไม่ต้องร่วมจ่ายค่ายาต้นแบบทุกรายการ แต่อาจมีส่วนร่วมจ่ายเฉพาะกรณีที่ยาต้นแบบมียาสามัญ (Generic) ซึ่งมีผลทางการรักษาเทียบเท่ากันให้เลือกใช้ หรือมีราคาสูงกว่าอัตราเบิกจ่ายที่กรมบัญชีกลางกำหนด 

ทั้งนี้ การแก้ไขกฎหมาย จะมุ่งเน้นการปลดล็อกอุปสรรคการใช้สิทธิของข้าราชการเป็นสำคัญ ส่วนการลดงบประมาณสวัสดิการถือเป็นผลพลอยได้ที่จะต้องดำเนินการควบคู่ไปกับมาตรการอื่น ๆ

“หลายฝ่ายมองว่าการแก้ไข พ.ร.ฎ. ครั้งนี้อาจลดงบฯ สวัสดิการข้าราชการได้ไม่มาก ซึ่งก็ขอชี้แจงว่าการแก้ไขกฎหมายในครั้งนี้ การลดงบฯ ไม่ใช่เรื่องใหญ่ที่สุด เพราะการจะลดงบให้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เราคงต้องทำหลายเรื่องไปพร้อมกัน อย่างค่อย ๆ เป็น ค่อย ๆ ไป แต่สิ่งสำคัญในครั้งนี้คือ กฎเกณฑ์ที่มีอยู่มันเป็นอุปสรรคสำหรับข้าราชการทั่วไป เราจึงต้องหยิบมาดูและแก้ไข”