“พิพัฒน์” ลั่นไม่ยอมเสียค่าโง่ หลัง GPC ยื่นข้อเรียกร้องค่าเสียหาย 4,000 ล้านบาท ปม “แหลมฉบัง 3” ส่งมอบพื้นที่ล่าช้า ติดปัญหาการตีความทางเทคนิค เรื่องค่าความหนาแน่นของชั้นดินงานถมทะเล สั่ง กทท.เร่งสางปัญหา ขณะที่แผนปิด “ท่าเรือคลองเตย” ยืนยันทำแน่ 100% เพื่อนำพื้นที่มาพัฒนาเชิงพาณิชย์ สร้างรายได้ที่ยั่งยืนมากกว่าปัจจุบัน
KEY POINTS
- "พิพัฒน์" ลั่นไม่ยอมเสียค่าโง่ หลัง GPC ยื่นข้อเรียกร้องค่าเสียหาย 4,000 ล้านบาท ปม "แหลมฉบัง 3" ส่งมอบพื้นที่ล่าช้า จากกำหนดเดิม พ.ย.2568
- ระบุปัจจุบันยังติดปัญหาการตีความทางเทคนิค เรื่องค่าความหนาแน่นของชั้นดินงานถมทะเล สั่ง กทท.เร่งตรวจสอบจุดเริ่มต้นของความผิดพลาดอย่างละเอียดว่าเกิดจากฝ่ายใด เพื่อกำหนดผู้รับผิดชอบ
- ขณะที่แผนปิด "ท่าเรือคลองเตย" ยืนยันทำแน่ 100% เพื่อนำพื้นที่มาพัฒนาเชิงพาณิชย์ สร้างรายได้ที่ยั่งยืนมากกว่าปัจจุบัน
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยถึงความคืบหน้าโครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 โดยระบุว่า สถานะปัจจุบันการท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) อยู่ระหว่างเตรียมส่งมอบพื้นที่ให้เอกชนคู่สัญญาดำเนินการ ซึ่งขณะนี้ยังไม่สามารถส่งมอบพื้นที่ได้ เพราะยังติดปัญหาทางเทคนิค เรื่องค่าความหนาแน่นของชั้นดินที่กำหนดไว้ระหว่าง กทท.และเอกชนไม่เท่ากัน อาจก่อให้เกิดอันตรายได้ โดยอยู่ระหว่างการหารือร่วมกับบริษัทที่ปรึกษา ผู้ออกแบบ ผู้รับเหมา และผู้รับสัมปทาน เพื่อหาข้อสรุปให้มีความหนาแน่นใกล้เคียงกันที่สุด
“ส่วนกรณีที่ภาคเอกชนมีการยื่นข้อเรียกร้องค่าเสียหายชดเชยสูงถึง 4,000 ล้านบาทนั้น ยืนยันว่าขณะนี้ยังไม่ได้มีการเจรจา และรัฐบาลจะไม่ยอมเสียค่าโง่ในเรื่องนี้อย่างแน่นอน” นายพิพัฒน์ กล่าว
ทั้งนี้ได้มอบหมายให้ กทท. ไปตรวจสอบจุดเริ่มต้นของความผิดพลาดอย่างละเอียดว่าเกิดจากฝ่ายใด เพื่อกำหนดผู้รับผิดชอบ และหาแนวทางส่งมอบพื้นที่ให้โครงการเดินหน้าต่อไปได้ เนื่องจากเป็นโครงการที่เป็นหัวใจสำคัญของประเทศ ท่าเรือแหลมฉบังเป็นเสมือนประตูการค้าการส่งออกของประเทศ อีกทั้งในอนาคตรัฐบาลจะปิดการดำเนินงานท่าเรือกรุงเทพให้ได้ 100% และย้ายมาให้บริการท่าเรือแหลมฉบังเพียงแห่งเดียว
โดยพื้นที่ท่าเรือกรุงเทพอนาคตรัฐบาลจะนำมาพัฒนาเชิงพาณิชย์ สร้างรายได้ที่ยั่งยืนให้แก่ กทท. มากกว่าในปัจจุบัน โดยหากมีความจำเป็นต้องคงพื้นที่บางส่วนไว้ เช่น การขนส่งสินค้าประเภทอาหารสดหรือผลไม้สดที่ต้องการความรวดเร็ว ก็จะทำการศึกษาเป็นรายกรณี โดยได้สั่งการให้ประธานบอร์ด และรักษาการผู้อำนวยการ กทท. ไปสืบค้นเจตนารมณ์ดั้งเดิมของการก่อสร้างท่าเรือแหลมฉบังว่าจัดสร้างขึ้นเพื่อรวบรวมการขนส่งทั้งหมดหรือเพื่อแบ่งเบาภาระของท่าเรือคลองเตยได้อย่างไร
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ปัญหาการส่งมอบพื้นที่ท่าเรือแหลมฉบัง 3 ปัจจุบัน กทท.ยังไม่สามารถส่งมอบพื้นที่ให้เอกชนคู่สัญญาร่วมลงทุนในโครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 ส่วนของท่าเรือ F1 และ F2 คือ บริษัท จีพีซี อินเตอร์เนชั่นแนล เทอร์มินอล จำกัด (GPC) ประกอบด้วย บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF ถือหุ้น 40% บริษัท พีทีที แทงค์ เทอร์มินัล จำกัด (PTT Tank) ถือหุ้น 30% และบริษัท ไชน่า ฮาร์เบอร์ ยินจิเนียริ่ง จำกัด (China Harbour Engineering Company) ถือหุ้น 30%
โดยเป้าหมายเดิมจะมีการส่งมอบพื้นที่ให้ GPC เข้าดำเนินการพัฒนาโครงการในเดือนพ.ย.2568 แต่ขณะนี้ยังไม่สามารถส่งมอบพื้นที่ได้ เนื่องจากติดปัญหาการตีความสัญญาด้านเทคนิคของการถมทะเลที่กำหนดในสัญญาแตกต่างกัน จึงต้องร่วมตรวจสอบเทคนิคของงานถมทะเลเพิ่มเติม
ทั้งนี้ การตรวจสอบพบปัญหาทางเทคนิคดังกล่าว เป็นการตีความระหว่าง 2 สัญญา คือ สัญญาที่ กทท.จ้างกิจการร่วมค้า CNNC ถมทะเล ระบุไว้ในสัญญาว่าการถมทะเลจะต้องอัดแน่น และเรื่องการทรุดตัวในระยะเวลา 30 ปี ต้องไม่เกิน 20 เซนติเมตร ขณะที่สัญญาร่วมลงทุนระหว่าง กทท.กับ GPC กำหนดความหนาแน่นของวัสดุ อาทิ ทราย ต้องอัดแน่น และแข็งแรง ทำให้ขณะนี้ต้องร่วมตรวจสอบงานถมทะเล และเจรจารายละเอียดร่วมกัน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การเดินทางมายังท่าเรือแหลมฉบังของนายพิพัฒน์ วันนี้ (18 ก.ย.69) เพื่อเปิดทดลองการเดินรถโครงการต้นแบบการขนส่งสินค้าทางราง (Pilot Project) นับเป็นอีกก้าวสำคัญของการพัฒนาระบบขนส่ง และโลจิสติกส์ของ ประเทศไทย ที่กระทรวงคมนาคม โดยสำนักงานนโยบาย และแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) กรมการขนส่ง ทางราง (ขร.) การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย หอการค้าไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ตลอดจนภาคเอกชน
สำหรับการทดลองเดินรถครั้งนี้เป็นโมเดลรูปแบบการร่วมมือกันอย่างแท้จริง ใช้รถจักรของบริษัท ทีพีไอ โพลีน จำกัด (มหาชน) ร่วมกับแคร่ของการรถไฟแห่งประเทศไทย ขนส่งยางพาราของบริษัท ศรีตรัง โลจิสติกส์ จำกัด ในเส้นทางยุทธศาสตร์ ท่าเรือแหลมฉบัง - หนองคาย - ท่าเรือแหลมฉบัง เพื่อเป้าหมายในการเชื่อมโยงโครงข่ายการค้าข้ามพรมแดนสู่ประเทศจีนตอนใต้ผ่าน สปป.ลาว
ด้าน นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) กล่าวว่า การทดลองวิ่ง 1 เที่ยวไป-กลับในครั้งนี้ เป็นโครงการทดลองนำร่องเพื่อจัดเก็บข้อมูลตัวเลขค่าใช้จ่ายจริง ทั้งค่าน้ำมัน และค่าใช้ทาง เพื่อนำมาประเมินต้นทุน ประสิทธิภาพ และทบทวนเงื่อนไขการกำหนดอัตราค่าบริการ ก่อนจะเปิดให้เอกชนรายอื่นเข้ามาเช่าใช้รางของ รฟท. แบบ Open Access ในอนาคต
ทั้งนี้ในปัจจุบัน รฟท. มีหัวรถจักรในระบบประมาณ 200 หัว ใช้งานได้จริงประมาณ 120 คัน และมีสภาพเก่าใช้งานเกิน 40 ปี ประมาณ 60 คัน ซึ่งอยู่ระหว่างแผนจัดหามาทดแทนประมาณ 50-60 หัว ส่วนปริมาณการขนส่งที่จะเพิ่มขึ้นในอนาคตจะเน้นอาศัยการร่วมเดินรถของภาคเอกชนเป็นหลัก
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์





