“ศุภจี”เผยยังไม่มีการยืนยันกำหนดหารือ “อนุทิน–ทรัมป์” หลังนายกฯ เตรียมเยือนสหรัฐฯ 21–27 ก.ย.นี้ ชี้ ทีมไทยแลนด์เร่งปิดรายละเอียด ART กับ USTR เหลือปรับถ้อยคำและข้อหารือบางส่วน หวังรักษาอัตราภาษี 19% พร้อมจับตา มาตรา 301 หวั่นกระทบโครงสร้างภาษีและความสามารถแข่งขันสินค้าไทยในตลาดสหรัฐ ฯ
KEY POINTS
- ศุภจี สุธรรมพันธุ์ ยืนยันว่ายังไม่มีการกำหนดวันหารืออย่างเป็นทางการระหว่างนายกฯ อนุทิน และประธานาธิบดีทรัมป์ เกี่ยวกับข้อตกลงการค้า ART และประเด็นภาษี
- ฝ่ายไทยต้องการให้การเจรจาข้อตกลง ART ในระดับเจ้าหน้าที่มีความชัดเจนก่อน จึงจะมีการหารือในระดับผู้นำ
- เป้าหมายของไทยคือเร่งสรุปข้อตกลง ART เพื่อจำกัดความเสี่ยงจากมาตรการภาษี Section 301 ของสหรัฐฯ และรักษาระดับอัตราภาษีไม่ให้สูงกว่าคู่แข่ง
- ภารกิจหลักของนายกรัฐมนตรีในการเดินทางไปสหรัฐฯ คือการเข้าร่วมประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ (UNGA) ไม่ใช่การเจรจาการค้า
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงความคืบหน้าการเจรจาความตกลงการค้าต่างตอบแทน ไทย-สหรัฐ (Agreement on Reciprocal Trade : ART) ว่า ขณะนี้ยังไม่มีการยืนยันกำหนดการหารือระหว่างนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี กับนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ อย่างเป็นทางการ จากเดิมที่คาดว่าจะมีการหารือในวันที่ 17 หรือ 18 ก.ย. 2569
ทั้งนี้ แนวทางของฝ่ายไทยต้องการให้การเจรจาในระดับเจ้าหน้าที่ รวมถึงรายละเอียดของความตกลง ART มีความชัดเจนมากที่สุดก่อน เพื่อจัดทำข้อมูลและข้อเสนอสำหรับนำไปหารือในระดับผู้นำ โดยขณะนี้ “ทีมไทยแลนด์” ยังคงเดินหน้าเจรจากับสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) อย่างต่อเนื่อง ทั้งผ่านการหารือระดับเจ้าหน้าที่และระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์
สำหรับการเดินทางของนายกรัฐมนตรีและคณะไปสหรัฐฯ ระหว่างวันที่ 21–27 ก.ย. 2569 ภารกิจหลักคือการเข้าร่วมการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ (UNGA) ที่นครนิวยอร์ก ในฐานะผู้แทนประเทศไทย เพื่อกล่าวถ้อยแถลงและเข้าร่วมภารกิจในเวทีระหว่างประเทศ ส่วนการหารือนอกรอบกับผู้นำสหรัฐฯ ขณะนี้ยังไม่มีกำหนดการอย่างเป็นทางการ
นางศุภจี กล่าวว่า การเจรจา ART มีความคืบหน้าอย่างมากและเข้าสู่ช่วงท้ายของการหารือแล้ว โดยประเด็นสำคัญส่วนใหญ่มีความชัดเจน เหลือเพียงการปรับแก้ถ้อยคำในร่างความตกลง และรายละเอียดบางส่วนที่ทั้งสองฝ่ายยังต้องหารือเพื่อให้ได้ข้อยุติ ซึ่งทีมเจรจายังคงเร่งดำเนินการอย่างต่อเนื่อง
โจทย์สำคัญของไทยคือ การเร่งสรุปรายละเอียด ART ให้ได้ก่อนที่กระบวนการภายใต้มาตรการ Section 301 ของสหรัฐฯ จะเดินหน้าเข้าสู่ขั้นตอนถัดไป เพื่อจำกัดความเสี่ยงด้านภาษีและรักษาความสามารถในการแข่งขันของสินค้าไทยในตลาดสหรัฐฯ โดยไทยต้องการให้อัตราภาษีอยู่ในกรอบที่เคยหารือกัน และไม่สูงกว่าประเทศคู่แข่งในภูมิภาค
ทั้งนี้ สหรัฐฯ ให้ความสำคัญกับการปรับโครงสร้างดุลการค้ากับประเทศคู่ค้า โดยไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่มีดุลการค้ากับสหรัฐฯ ในระดับสูง ทำให้การเจรจา ART มีความสำคัญต่อทั้งสองฝ่าย ขณะที่ไทยต้องการรักษาความสามารถในการแข่งขันของผู้ส่งออกและภาคการผลิตที่พึ่งพาตลาดสหรัฐฯ โดยเฉพาะการป้องกันไม่ให้อัตราภาษีของไทยสูงกว่าคู่แข่งจนส่งผลต่อคำสั่งซื้อและการลงทุน
สำหรับการไต่สวนภายใต้ Section 301 ฝ่ายไทยได้เข้าชี้แจงข้อมูลต่อ USTR แล้ว โดยเฉพาะประเด็นข้อสงสัยเกี่ยวกับการบังคับใช้มาตรการด้านแรงงานและโครงสร้างกำลังการผลิตของไทย พร้อมนำข้อมูลและหลักฐานประกอบการพิจารณาของฝ่ายสหรัฐฯ ขณะเดียวกัน ไทยยังต้องติดตามผลการพิจารณาในประเด็นกำลังการผลิตส่วนเกิน ซึ่งอาจเป็นอีกปัจจัยที่มีผลต่อโครงสร้างภาษีสินค้าจากไทยในตลาดสหรัฐฯ
นางศุภจี กล่าวว่า เป้าหมายของไทยในการเจรจา ART คือพยายามรักษาอัตราภาษีให้อยู่ในกรอบที่เคยหารือกัน ซึ่งอยู่ที่ระดับ 19% และต้องไม่ทำให้สินค้าไทยเสียเปรียบประเทศคู่แข่งในภูมิภาค เพราะหากไทยมีอัตราภาษีสูงกว่าคู่แข่งมาก จะกระทบต่อความสามารถในการแข่งขันของผู้ส่งออกไทย และเพิ่มแรงกดดันต่อภาคการผลิตที่พึ่งพาตลาดสหรัฐฯ
"กระทรวงพาณิชย์ ยืนยันว่า การหารือกับ USTR มีความคืบหน้าอย่างเป็นรูปธรรม และทั้งสองฝ่ายสามารถหาข้อสรุปในสาระสำคัญบางส่วนได้แล้ว จากนี้ทีมเจรจาระดับเทคนิคจะเร่งสรุปรายละเอียดปลีกย่อยให้แล้วเสร็จโดยเร็ว เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการหารือในระดับผู้นำต่อไป"นางศุภจี กล่าว




