ครม. เห็นชอบผลการคัดเลือกเอกชน ร่างสัญญาร่วมลงทุน และเงื่อนไขสำคัญของสัญญาร่วมลงทุนโครงการให้บริการคลังสินค้า ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิของผู้ประกอบการรายที่ 3 ของบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน)
KEY POINTS
- คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบให้บริษัท บริการภาคพื้น ท่าอากาศยานไทย จำกัด (AOTGA) เป็นผู้ได้รับสัญญาร่วมลงทุนโครงการให้บริการคลังสินค้า ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
- โครงการนี้เป็นการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชนในรูปแบบ PPP Net Cost เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับปริมาณสินค้า และส่งเสริมการแข่งขันระหว่างผู้ประกอบการ
- มีเป้าหมายเพื่อสนับสนุนให้ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิพัฒนาสู่การเป็นศูนย์กลางการขนส่งทางอากาศ (Aviation Hub) ของภูมิภาค
นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบผลการคัดเลือกเอกชนและเงื่อนไขสำคัญของสัญญาร่วมลงทุนโครงการให้บริการคลังสินค้า ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิของผู้ประกอบการรายที่ 3 (โครงการคลังสินค้าฯ) ตามมาตรา 42 แห่งพระราชบัญญัติการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ. 2562 ตามที่บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) กระทรวงคมนาคม เสนอ
นางสาวพลอยทะเล กล่าวว่า เดิมคณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2566 อนุมัติให้บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) ดำเนินโครงการให้บริการคลังสินค้า ณ ท่าอากาศยาน สุวรรณภูมิ ของผู้ประกอบการรายที่ 3 (โครงการคลังสินค้าฯ) โดยให้เอกชนร่วมลงทุนในรูปแบบ PPP Net Cost และจ่ายค่าผลประโยชน์ตอบแทนให้แก่ภาครัฐเป็นรายปีตามเงื่อนไขที่กำหนด ซึ่งภายหลังจากที่คณะรัฐมนตรีมีมติดังกล่าว ทอท. และคณะกรรมการคัดเลือกตามมาตรา 36 แห่งพระราชบัญญัติการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ. 2562 (คณะกรรมการคัดเลือกฯ) ได้ดำเนินการคัดเลือกเอกชนเพื่อร่วมลงทุนและจัดทำเงื่อนไขสัญญาร่วมลงทุนโครงการเพื่อเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาให้ความเห็นชอบตามนัยมาตรา 42 แห่งพระราชบัญญัติการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ. 2562 (ตามข้อ 5.1) โดยมีรายละเอียดสรุปได้ ดังนี้
1. ผลการคัดเลือกเอกชน คณะกรรมการคัดเลือกฯ ในคราวประชุมครั้งที่ 24/2568 เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2568 มีมติเห็นชอบให้บริษัท บริการภาคพื้น ท่าอากาศยานไทย จำกัด (AOTGA) เป็นผู้ผ่านการประเมินสูงสุด
2. เงื่อนไขของสัญญาร่วมลงทุน ทอท. ได้จัดทำเงื่อนไขของสัญญาร่วมลงทุนโครงการคลังสินค้าฯ ซึ่งสอดคล้องตามประกาศคณะกรรมการนโยบายการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน เรื่อง เงื่อนไขสำคัญของสัญญาร่วมลงทุน พ.ศ. 2563 โดยมีสาระสำคัญ เช่น
1) วัตถุประสงค์และขอบเขตโครงการ เพื่อเตรียมความพร้อมในการให้บริการคลังสินค้า ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ให้สามารถรองรับการเติบโตของท่าอากาศยาน และเพื่อส่งเสริมให้เกิดการแข่งขันระหว่างผู้ประกอบการคลังสินค้าให้มีแรงจูงใจในการพัฒนาคุณภาพและประสิทธิภาพการให้บริการมากยิ่งขึ้น โดยโครงการมีขอบเขตการให้บริการ ประกอบด้วย
(1) คลังสินค้าขาเข้า (Import)
(2) คลังสินค้าขาออก (Export)
(3) คลังสินค้าถ่ายลำ (Transit)
(4) สินค้าเน่าเสียง่าย
และ (5) สินค้าเร่งด่วนและสินค้าพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (E-Commerce)
2) รูปแบบการร่วมลงทุน ร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชนในรูปแบบ PPP Net Cost โดยแบ่งหน้าที่และความรับผิดชอบในการดำเนินโครงการคลังสินค้าฯ
ทั้งนี้ หลังจากที่คณะรัฐมนตรีเห็นชอบผลการคัดเลือกเอกชนและเงื่อนไขสำคัญของสัญญาร่วมลงทุนโครงการคลังสินค้าฯ ตามที่เสนอในครั้งนี้ จะทำให้ ทอท. สามารถลงนามในสัญญาร่วมลงทุนกับบริษัท AOTGA เพื่อเริ่มดำเนินโครงการ ดังกล่าว
ซึ่งจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการให้บริการคลังสินค้าเพื่อรองรับปริมาณสินค้าที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นในทุกปี ช่วยส่งเสริมกิจกรรมทางเศรษฐกิจ และสนับสนุนให้ท่าอากาศยาน สุวรรณภูมิเป็นศูนย์กลางการบิน (Aviation Hub) ของภูมิภาคต่อไป





