วันอังคาร ที่ 8 กันยายน 2569

Login
Login

ไฟเขียวพิธีสารเปิดเสรีบริการการเงินอาเซียน ฉบับที่ 9 ครม. เปิดทาง 'ธุรกิจการเงินไทย' รุกตลาดอาเซียน

ครม. เห็นชอบพิธีสารเปิดเสรีบริการการเงินอาเซียน ฉบับที่ 9 เตรียมเสนอรัฐสภา เปิดทางธุรกิจการเงินไทยขยายตลาดอาเซียน โดยไม่กระทบระดับการเปิดเสรีของไทย

KEY POINTS

  • คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบให้สัตยาบันพิธีสารเปิดเสรีการค้าบริการด้านการเงินอาเซียน ฉบับที่ 9
  • มีเป้าหมายเพื่อเพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการธุรกิจบริการทางการเงินของไทยสามารถขยายการค้าและการลงทุนไปยังประเทศสมาชิกอาเซียนได้สะดวกขึ้น
  • ข้อตกลงดังกล่าวไม่ทำให้ไทยต้องเปิดเสรีภาคการเงินเกินกว่าที่กฎหมายภายในอนุญาต และไม่ส่งผลกระทบต่อระดับการกำกับดูแลของประเทศ

วันนี้ (8 กันยายน 2569) นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบการให้สัตยาบันพิธีสารอนุวัติข้อผูกพันการเปิดเสรีการค้าบริการด้านการเงิน ฉบับที่ 9 ภายใต้กรอบความตกลงว่าด้วยการค้าบริการของอาเซียน หรือ ASEAN Framework Agreement on Services: AFAS พร้อมตารางข้อผูกพันการเปิดเสรีการค้าบริการด้านการเงิน ฉบับที่ 9 เพื่อเสนอรัฐสภา พิจารณาให้ความเห็นชอบตามรัฐธรรมนูญ ก่อนดำเนินการให้มีผลผูกพันต่อประเทศไทยต่อไป

สาระสำคัญของพิธีสารดังกล่าว มุ่งขยายความร่วมมือด้านการค้าบริการระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียน โดยลดหรือยกเลิกข้อจำกัดที่เป็นอุปสรรคต่อการค้าบริการภายใต้กรอบอาเซียน และสนับสนุนการรวมตัวทางเศรษฐกิจของภูมิภาคให้ลึกซึ้งมากขึ้น โดยเฉพาะด้านการธนาคารและบริการทางการเงิน

สำหรับประเทศไทย ตารางข้อผูกพันฉบับนี้มีการปรับปรุงในสาขาการธนาคาร โดยเฉพาะบริการชำระเงินและการส่งเงิน สำหรับธุรกิจตัวแทนโอนเงินระหว่างประเทศ หรือ Cross-border Money Transfer Services โดยกำหนดสัดส่วนการถือหุ้นต่างชาติได้สูงสุดร้อยละ 49 ขณะที่กฎหมายไทยในปัจจุบันอนุญาตให้ถือหุ้นต่างชาติได้สูงสุดถึงร้อยละ 75 จึงไม่ทำให้ประเทศไทยต้องเปิดเสรีเพิ่มเติมจากที่กฎหมายภายในอนุญาตอยู่ และไม่จำเป็นต้องแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

นางสาวลลิดา กล่าวว่า ประเด็นสำคัญคือ การเข้าร่วมพิธีสารครั้งนี้ไม่ได้ทำให้ไทยต้องลดระดับการกำกับดูแลภาคการเงิน แต่เป็นการใช้กรอบอาเซียนเพื่อเพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะธุรกิจบริการทางการเงิน สามารถขยายการค้าและการลงทุนไปยังประเทศสมาชิกอาเซียนอื่นได้สะดวกขึ้น ภายใต้กติกาที่ชัดเจนและเป็นมาตรฐานร่วมกัน

พิธีสารดังกล่าวมีการลงนามโดยประเทศไทยแล้วตั้งแต่วันที่ 20 ธันวาคม 2565 และเมื่อวันที่ 9 เมษายน 2569 ประเทศสมาชิกอาเซียนทั้ง 10 ประเทศได้ลงนามครบถ้วน โดยประเทศสมาชิกจะต้องดำเนินกระบวนการภายในของแต่ละประเทศเพื่อให้สัตยาบันหรือยอมรับพิธีสาร ก่อนให้สิทธิและพันธกรณีมีผลผูกพัน

สำหรับประเทศไทย เมื่อรัฐสภาให้ความเห็นชอบแล้ว กระทรวงการต่างประเทศจะดำเนินการจัดทำสัตยาบันสารและส่งมอบแก่สำนักเลขาธิการอาเซียน เพื่อแสดงเจตนาให้ประเทศไทยมีผลผูกพันตามพิธีสารต่อไป

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ความตกลงดังกล่าว ยังสอดคล้องกับแนวทางของ OECD ในการลดข้อจำกัดต่อการให้บริการทางการเงินระหว่างประเทศและส่งเสริมการเข้าถึงตลาดของผู้ให้บริการจากต่างประเทศ ซึ่งจะเป็นอีกส่วนหนึ่งที่ช่วยสนับสนุนความคืบหน้าของประเทศไทยในกระบวนการเข้าเป็นสมาชิก OECD

“การดำเนินการครั้งนี้เป็นการเพิ่มโอกาสให้ภาคธุรกิจการเงินของไทยเข้าถึงตลาดอาเซียนได้มากขึ้น ขณะเดียวกันยังคงรักษาระดับการกำกับดูแลและเงื่อนไขตามกฎหมายภายในของไทยไว้ ไม่ได้เป็นการเปิดเสรีเกินกว่าที่ประเทศไทยอนุญาตอยู่ในปัจจุบัน” นางสาวลลิดา กล่าว