กรมหม่อนไหม ผนึก สกสว. เปิดบ้านงานวิจัยหม่อนไหม 2569 ขน 6 นวัตกรรมเด็ด ทั้งอาหารโปรตีนทางเลือก เวชสำอาง และสิ่งทออัปไซเคิล หวังเปลี่ยนงานวิจัยบนหิ้งสู่การใช้ประโยชน์จริง พร้อมลุยยกระดับไหมไทยสู่มาตรฐานสากล
KEY POINTS
- กรมหม่อนไหมจัดงานประชุมวิชาการเพื่อผลักดันงานวิจัยหม่อนไหมที่เคยอยู่บนหิ้งให้นำไปสู่การใช้ประโยชน์ได้จริงในเชิงพาณิชย์
- นำเสนอ 6 นวัตกรรมเด่นเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้าหม่อนไหมไทย ครอบคลุมด้านอาหาร เวชสำอาง สิ่งทอ และเทคโนโลยีการเกษตร
- มีเป้าหมายเพื่อยกระดับคุณภาพและมาตรฐานของสินค้าไหมไทยให้สามารถแข่งขันในตลาดโลกได้
กรมหม่อนไหม ร่วมกับ สกสว. จัดงานประชุมวิชาการและเปิดบ้านงานวิจัยหม่อนไหม ประจำปี 2569 ชูนโยบายเปลี่ยนงานวิจัยจากบนหิ้งสู่การใช้งานจริง พร้อมโชว์ 6 นวัตกรรมเด็ดเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและดันไหมไทยสู่มาตรฐานสากล
นายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานพิธีเปิดการประชุมวิชาการและเปิดบ้านงานวิจัยหม่อนไหม ประจำปี 2569 ว่า ในปีนี้กรมหม่อนไหมจัดงานภายใต้แนวคิด “เปิดโลกหม่อนไหม เชื่อมโยงงานวิจัยสู่การใช้ประโยชน์จริง” ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) และภาคีเครือข่ายวิจัย ระหว่างวันที่ 2 – 4 กันยายน 2569 ณ โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร
ทั้งนี้ กรมหม่อนไหมมีหน้าที่สำคัญในการดูแลด้านหม่อนไหมทั้งระบบของประเทศ งานวิชาการด้านหม่อนไหมเป็นอีกภารกิจหนึ่งที่สำคัญ ที่ต้องมีการวิจัย ศึกษา ค้นคว้า ทดลองและพัฒนางานด้านหม่อนไหม เพื่อให้ได้องค์ความรู้ เทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านหม่อนไหม นำไปใช้ในการพัฒนาอาชีพการปลูกหม่อนเลี้ยงไหม การผลิตหม่อนไหมของเกษตรกรและผู้ประกอบการ เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตหม่อนไหมของประเทศ และเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันในตลาดโลก
การจัดงานครั้งนี้จึงถือเป็นเวทีสำคัญในการสร้างการรับรู้เกี่ยวกับผลงานด้านวิชาการของกรมหม่อนไหมแก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและสาธารณชน ควบคู่ไปกับการผลักดันให้นำผลงานวิจัยไปต่อยอด ถ่ายทอดสู่เกษตรกร และนำไปใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ได้อย่างเป็นรูปธรรม ตลอดจนช่วยให้นักวิชาการของกรมหม่อนไหมได้รับการพัฒนาองค์ความรู้ผ่านการแลกเปลี่ยนทางวิชาการร่วมกับผู้เชี่ยวชาญภายนอกหน่วยงาน อันจะนำไปสู่ประโยชน์สูงสุดต่อเกษตรกรและวงการหม่อนไหมไทย อีกทั้งยังสามารถนำความรู้ผลงานทางวิชาการและนวัตกรรมหม่อนไหมไปใช้ประโยชน์กับตนเองหรือในการประกอบอาชีพ เพื่อการพัฒนางานด้านหม่อนไหมของประเทศและก่อให้เกิดรายได้สร้างมูลค่าสินค้าหม่อนไหม
“จุดสำคัญที่สุดของงานวันนี้ คือการระดมความคิดสร้างสรรค์ งานวิชาการต่าง ๆ เพื่อเอาไปใช้ให้ได้จริง ซึ่งผมย้ำเสมอว่า งานวิจัยที่ดีต้องไม่ใช่งานที่อยู่บนหิ้ง ต้องเป็นงานที่นำมาใช้ประโยชน์ได้จริง แล้วก็ส่งผ่านต่อถึงพี่น้องประชาชนได้ อย่างไรก็ตาม กระทรวงเกษตรฯ โดยกรมหม่อนไหมยังให้ความสำคัญกับพี่น้องเกษตรกร ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ ทั้งเรื่องการดูแลพืชพรรณหรือสายพันธุ์ต่าง ๆ ตลอดจนการส่งเสริมอาชีพ และความพยายามในการสร้างเกษตรกรรุ่นใหม่เข้ามาประกอบอาชีพด้านการปลูกหม่อนเลี้ยงไหมให้เพิ่มมากขึ้น เพื่อรองรับความต้องการของตลาดที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องด้วย” นายวัชระพล กล่าว
ด้าน นางสาวนฤมล สงวนวงศ์ อธิบดีกรมหม่อนไหม กล่าวว่า กรมหม่อนไหมได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) ในการจัดงานครั้งนี้ เพื่อเป็นเวทีกลางสำหรับการเผยแพร่ผลงานวิจัย แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างนักวิชาการ เกษตรกร สถาบันการศึกษา สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และผู้ประกอบการภาคเอกชน รวมกว่า 200 ราย เพื่อนำเสนอผลงานวิจัยระดับแนวหน้าสู่สาธารณะ
โดยกิจกรรมภายในงาน ประกอบด้วย การบรรยายพิเศษด้านพันธุวิศวกรรม จำนวน 2 เรื่อง การนำเสนอผลงานวิจัยแบบปากเปล่า จำนวน 23 เรื่อง และการจัดแสดงนิทรรศการ จำนวน 17 บูธผลงาน โดยมี 6 นวัตกรรมที่สำคัญ ได้แก่ 1. นวัตกรรมอาหารและโปรตีนทางเลือก 2. เวชสำอางมูลค่าสูง 3. สิ่งทอพิเศษ การอัปไซเคิล และแฟชั่นยั่งยืน 4. เทคโนโลยีชีวภาพ พันธุศาสตร์ และการจัดการโรคแมลง 5. เทคโนโลยีการเกษตรและวิทยาการหลังการเก็บเกี่ยว และ 6. การจัดการแปลงปลูก ธาตุอาหาร และการเพิ่มผลผลิต
“กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมหม่อนไหม มุ่งมั่นที่จะเชื่อมโยงทั้งภาคการผลิต ภูมิปัญญาท้องถิ่น วัฒนธรรมไทย และเศรษฐกิจชุมชน ซึ่งสอดคล้องกับนโยบาย “เกษตรนวัตกรรม เพื่อความยั่งยืน เกษตรกรไทย” ที่มุ่งนำเทคโนโลยีและองค์ความรู้สมัยใหม่มายกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกร ขับเคลื่อนงานวิจัยและนวัตกรรมด้านหม่อนไหมอย่างเป็นระบบ เพื่อผลักดันให้ผลงานวิจัยนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง และยกระดับไหมไทยสู่มาตรฐานสากลต่อไป” นางสาวนฤมล กล่าว
การจัดงานวิชาการและเปิดบ้านงานวิจัยหม่อนไหมในครั้งนี้ ถือเป็นการตอกย้ำแนวคิดในการเปลี่ยนงานวิจัย “จากบนหิ้งสู่ห้าง” อย่างเป็นรูปธรรม การนำนวัตกรรม 6 ด้าน ทั้งอาหารโปรตีนทางเลือก เวชสำอาง และสิ่งทออัปไซเคิล มาปรับใช้ ไม่เพียงแต่ช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มและขยายโอกาสทางธุรกิจให้กับไหมไทยเท่านั้น แต่ยังเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างเกษตรกรรุ่นใหม่และยกระดับเศรษฐกิจฐานรากของประเทศให้เติบโตได้อย่างยั่งยืน





