'คลัง' เน้นย้ำผู้ไม่ผ่านเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เร่งขอทบทวนสิทธิก่อน 23.00 น. วันนี้ ผ่าน 4 ช่องทางหลัก ได้แก่ เว็บไซต์โครงการ, แอปพลิเคชัน "เป๋าตัง" และ "ทางรัฐ" รวมถึงหน่วยรับลงทะเบียนของธนาคารรัฐ 5 แห่ง ทั้งนี้ สามารถแก้ไขเอกสารเพิ่มเติมได้ถึงวันที่ 20 ก.ย. และจะประกาศผลการยื่นขอทบทวนสิทธิในวันที่ 30 ก.ย. 2569
นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ข้อมูลโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 ณ วันที่ 31 ส.ค. 2569 เวลา 05.00 น. ระบุว่า มีผู้ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติที่ต้องยืนยันตัวตน (e-KYC) จำนวน 3,139,886 ราย โดยขณะนี้มีผู้ดำเนินการยืนยันตัวตน (e-KYC) สำเร็จแล้ว 2,553,825 ราย คิดเป็น 81.3% และในส่วนของผู้ที่ไม่ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติ 9,314,253 ราย มีผู้ยื่นทบทวนสิทธิแล้ว 4,903,354 ราย
ทั้งนี้ เนื่องจากวันนี้เป็นวันสุดท้ายของการยื่นขอทบทวนสิทธิ สำหรับ "ผู้ที่ไม่ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติ" ที่เห็นว่าผลการตรวจสอบอาจมีความคลาดเคลื่อนหรือข้อมูลไม่เป็นปัจจุบัน สามารถรักษาสิทธิของตนและยื่นขอทบทวนสิทธิได้
โดยการยื่นขอทบทวนสิทธิผ่านช่องทางธนาคารของรัฐ ขอให้ดำเนินการภายในเวลาทำการของธนาคาร และช่องทางออนไลน์ก่อนเวลา 23.00 น. วันนี้
4 ช่องทางยื่นขอทบทวนสิทธิ
- ยื่นผ่านเว็บไซต์ทางการของโครงการ ได้แก่ welfare.mof.go.th และ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ.mof.go.th
- ยื่นผ่านแอปพลิเคชัน "เป๋าตัง"
- ยื่นผ่านแอปพลิเคชัน "ทางรัฐ"
- ยื่นเรื่อง ณ หน่วยรับลงทะเบียนของธนาคารรัฐ 5 แห่ง ได้แก่ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน), ธนาคารออมสิน, ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร หรือ ธ.ก.ส., ธนาคารอาคารสงเคราะห์ หรือ ธอส. และธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย ภายในเวลาทำการของแต่ละสาขา
สำหรับผู้ที่ยื่นขอทบทวนสิทธิแล้ว หากมีข้อมูลที่จะต้องปรับปรุงแก้ไขเพื่อให้ถูกต้องและเป็นปัจจุบัน สามารถติดต่อหน่วยงานเจ้าของข้อมูลหรือศูนย์ประสานงาน One Stop Service (OSS) ระดับอำเภอ เพื่อดำเนินการปรับปรุงแก้ไขข้อมูล ได้ภายในวันที่ 20 ก.ย. 2569
โดยประชาชนที่ยื่นขอทบทวนสิทธิแล้วสามารถติดตามสถานะการยื่นขอทบทวนสิทธิผ่านเว็บไซต์โครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ welfare.mof.go.th หรือ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ.mof.go.th
กระทรวงการคลังจะประกาศผลการทบทวนสิทธิในวันที่ 30 ก.ย. 2569 และผู้ที่ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติซึ่งต้องยืนยันตัวตน (e-KYC) จะต้องดำเนินการยืนยันตัวตนให้เรียบร้อย จึงจะสามารถเริ่มใช้สิทธิได้ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2569 เป็นต้นไป
"ประชาชนผู้ยื่นคำร้องควรตรวจสอบผลและจัดเตรียมเอกสารที่เกี่ยวข้องให้ครบถ้วนล่วงหน้า เพื่อรักษาสิทธิของตนเองตามกรอบระยะเวลาที่กำหนด"





