วันอาทิตย์ ที่ 30 สิงหาคม 2569

Login
Login

ส่องพันธบัตร ‘SLB รุ่น 2’ เพียง 3 ประเทศในโลก ยืดหยุ่นหนี้รัฐ-รับผิดชอบร่วม

“สบน.” เตรียมออกพันธบัตร SLB ช่วยยืดหยุ่นหนี้รัฐ-สร้างความรับผิดชอบร่วมระหว่างหน่วยงาน ประสานทุกภาคส่วนขับเคลื่อนเป้าหมายลดก๊าซเรือนกระจก-เพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพ ด้านขสมก. เร่งสลัดภาพ "จำเลยสังคม" ลุยเปลี่ยนกองทัพรถเมล์ไฟฟ้า 1,520 คัน ลดฝุ่น PM 2.5

นายพลช หุตะเจริญ ที่ปรึกษาด้านตลาดตราสารหนี้ สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) เปิดเผยว่า สบน. เตรียมออกพันธบัตรเชื่อมโยงความยั่งยืน (Sustainability-Linked Bonds: SLB) รุ่นที่ 2 รหัสรุ่น “SLB425A” โดยมีอายุพันธบัตร 15 ปี วงเงินเสนอขายเบื้องต้นประมาณ 15,000 ล้านบาท เพื่อนำไปใช้ชดเชยการขาดดุลงบประมาณแผ่นดินประจำปีงบประมาณ 2569 โดยไทยถือเป็นประเทศที่ 3 ของโลก ต่อจากชิลีและอุรุกวัย ที่ออกพันธบัตรชนิดดังกล่าว

ทั้งนี้ เพื่อตอบโจทย์ภาครัฐใน 2 มิติ ได้แก่ มิติด้านการระดมทุนและการบริหารจัดการหนี้ เพื่อรักษาเสถียรภาพการคลังในระยะยาว และอีกด้านหนึ่งคือมิติด้านการช่วยเหลือหน่วยงานต่าง ๆ ให้สามารถบรรลุเป้าหมายด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity)

“รัฐบาลต้องกู้เงินใน 1 ปี 2.6 ล้านล้านบาท ดังนั้นเราต้องมีเครื่องมือเพียงพอ ในมุมของเรา การออกพันธบัตรรุ่นนี้ที่มีอายุ 15 ปี มันก็เป็นการกระจายอายุของหนี้ ทำให้ สบน. สามารถก่อหนี้และก็ยืดหยุ่นหนี้ไปได้พร้อมกัน”

โดยพันธบัตร SLB ต่างจากพันธบัตรเพื่อความยั่งยืน (Sustainability Bond) ทั่วไปตรงที่หน่วยงานที่รับผิดชอบจะต้องตั้งเป้าหมายไว้ แล้วนำภาระการชำระคืนดอกเบี้ยไปผูกโยงกับเป้าหมายดังกล่าว และหากภาครัฐไม่สามารถบรรลุผลสัมฤทธิ์ KPI ที่กำหนด รัฐบาลจะต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยชดเชยให้แก่ผู้ลงทุน (Step-up coupon) เพื่อเป้าหมายในการกระตุ้นให้ทุกภาคส่วนเกิดความกระตือรือร้นและรับผิดชอบร่วมกันอย่างแท้จริง

สำหรับ KPI ของ SLB รุ่น 2 มีด้วยกัน 2 ตัวชี้วัด ได้แก่ 1.การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิให้เหลือ 152 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (CO2e) ภายในปี 2035 และ 2.เพิ่มสัดส่วนพื้นที่อนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพนอกเขตพื้นที่คุ้มครอง (OECMs) ให้มีสัดส่วนรวมกันไม่น้อยกว่า 30% ของพื้นที่ภายในประเทศ ภายในปี 2030

“เราหวังว่าการที่เราผูกภาระดอกเบี้ยเอาไว้ที่ KPI จะทำให้ทุก ๆ ฝ่ายกระตือรือร้นมากขึ้น โดยการออกรุ่นที่ 2 แตกต่างจากรุ่นแรกตรงที่มันยากกว่าเดิม คือเป้าที่ 1 เร็วขึ้น 15 ปี เป็น 2035  ส่วนเป้าที่ 2 เป็นเรื่องของ Biodiversity ซึ่งก็เป็นเป้าที่ท้าทาย ทำให้ทุกคนต้องรับผิดชอบร่วมกัน หรือมี Sense of Agency ในการบรรลุเป้าหมาย”

ทั้งนี้ สบน. มีกำหนดเปิดสำรวจความต้องการซื้อจากนักลงทุน เพื่อกำหนดวงเงินและอัตราดอกเบี้ย (Book Building) ในวันที่ 10 ก.ย. 2569

‘ขสมก.’ พลิกโฉมฟลีทรถเมล์ ขจัด PM 2.5

สำหรับตัวอย่างการออก SLB นายกิตติกานต์ จอมดวง จารุวรพลกุล ผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) กล่าวว่า ขสมก. นับเป็นรัฐวิสาหกิจแห่งแรกที่ระดมทุนโดยการออก SLB โดยมี KPI ที่ชัดเจนในการเปลี่ยนผ่านรถโดยสารสาธารณะเป็นรถไฟฟ้า (e-bus) ให้ได้ 1,520 คัน ภายในปี พ.ศ. 2570

"ขสมก. ตกเป็นจำเลยสังคมทุกครั้ง เมื่อเกิดปัญหาวิกฤตฝุ่น PM 2.5 ดังนั้นจึงมีเป้าหมายในการปรับปรุงการให้บริการและเปลี่ยนผ่านรถโดยสารไปสู่พลังงานสะอาด โดยจะเริ่มต้นจากครึ่งหนึ่งของฟลีทรถทั้งหมด หรือ 1,520 คันจาก 3,000 คัน ซึ่งคาดว่าจะทำให้ต้นทุนทางการเงินของเราดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และลดปัญหาสภาพอากาศได้อย่างชัดเจน"

ในการนี้ ขสมก. ได้อาศัยประโยชน์จากการออกพันธบัตร SLB มาช่วยบริหารจัดการสภาพคล่องและภาระหนี้สิน โดยมีวัตถุประสงค์หลักในการนำเม็ดเงินระดมทุนที่ได้ก้อนนี้ไปใช้ เพื่อชำระคืนหนี้ก้อนเดิมที่กำลังจะครบกำหนดชำระ (Rollover) ช่วยปรับโครงสร้างหนี้ ทำให้ต้นทุนขององค์กรลดลงและมีสถานะทางการเงินดีขึ้น

ขณะเดียวกัน โครงการดังกล่าวยังช่วยลดปริมาณก๊าซเรือนกระจกและปัญหามลพิษทางอากาศบนท้องถนนในกรุงเทพฯ ได้อย่างชัดเจน อันเป็นการคืนสุขภาวะและยกระดับคุณภาพชีวิตในการเดินทางให้แก่ประชาชนผู้ใช้บริการขนส่งสาธารณะกว่า 600,000 ถึง 700,000 คนต่อวัน