“กรุงเทพธุรกิจ” จัดงาน KT Dialogue New Horizon หัวข้อ Investment playbook เมื่อวันที่ 27 ส.ค.2569 โดยมีผู้แทนภาครัฐ ภาคเอกชน และนักวิชาการ ร่วมแสดงความเห็นถึงทิศทางการลงทุนที่จะช่วยยกระดับประเทศ
นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยว่า ทิศทางการลงทุนของไทยเห็นสัญญาณการขยายตัวของการลงทุนภาคเอกชนต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2567
ทั้งนี้ไตรมาส 2 ปี 2569 การลงทุนภาคเอกชนเติบโตสูงสุดรอบ 14 ปี ซึ่งไม่จำกัดเฉพาะกลุ่ม Data Center แต่รวมถึงอุตสาหกรรมใหม่ที่รับส่งเสริมการลงทุนก่อนหน้านี้ โดยเฉพาะอิเล็กทรอนิกส์ต้นน้ำ เช่น การผลิตแผ่นวงจรพิมพ์ (PCB) และการออกแบบชิป (Chip Design) ซึ่งจะเป็นฐานสำคัญในการรองรับเทคโนโลยี AI ในอนาคต
ขณะที่ไทยมีความท้าทายด้านห่วงโซ่อุปทานยังไม่เพียงพอทำให้ต้องนำเข้าวัตถุดิบสูง ซึ่งทำให้เสียดุลการค้าส่วนที่เกี่ยวข้องกับ AI เมื่อเทียบประเทศเพื่อนบ้าน เช่น เวียดนาม มาเลเซีย และอินโดนีเซีย ที่มีฐานการผลิตต้นน้ำเข้มแข็งกว่า
ส่วนการลงทุน Data Center ที่เพิ่มขึ้นในไทยนั้นภาครัฐมีนโยบายสนับสนุนโครงการที่สร้างผลประโยชน์ให้เศรษฐกิจ แต่กำหนดเงื่อนไขการส่งเสริมอย่างเหมาะสม เนื่องจากใช้ทรัพยากรสาธารณะสูงทั้งไฟฟ้าและน้ำ
รวมทั้งเป้าหมายสำคัญเป็นการทำให้ Data Center เป็นโครงสร้างพื้นฐานนำไปสู่การสร้างธุรกิจต่อเนื่อง เช่น บริการคลาวด์ (Cloud) และการพัฒนา AI ให้เกิดมูลค่าเพิ่มระบบเศรษฐกิจแทนการมาตั้งศูนย์ข้อมูลอย่างเดียว
- หนุนพัฒนา “AI Champion”
นายดนุชา กล่าวว่า ปัจจุบันไทยมีบุคลากรที่มีความสามารถด้าน AI แต่ยังขาดการสนับสนุนที่เพียงพอ สศช.จะเสนอรัฐบาลสร้าง และพัฒนา “AI Champion” ของไทยผ่านแนวทาง ดังนี้
1.ด้านธุรกิจควรพิจารณาจัดตั้ง “Venture Facility” เพื่อสนับสนุนบริษัท AI ของไทยให้สามารถสร้างนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดโลก โดยเฉพาะในกลุ่มการแพทย์ โลจิสติกส์ และการบริการ
2.ด้านเทคโนโลยี ที่ควรมีการส่งเสริมการลงทุนในอุปกรณ์เซมิคอนดักเตอร์ และชิปในประเทศ เพื่อสนับสนุนระบบนิเวศของธุรกิจ AI
3.ด้านบุคลากร ต้องเตรียมความพร้อมรองรับเทคโนโลยีในอนาคต เช่น ควอนตัม (Quantum Computing) ที่จะมีบทบาทต่อจาก AI ในอีกไม่เกิน 5 ปีข้างหน้า
นอกจากนี้ สศช.จะหารือสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) เพื่อกำหนดเงื่อนไขให้กลุ่ม Hyperscalers ถ่ายทอดความเชี่ยวชาญให้บุคลากรไทยมากขึ้น เพื่อยกระดับประเทศไทยจากผู้ใช้งานเป็นผู้สร้างมูลค่าเพิ่มในเศรษฐกิจดิจิทัลอย่างยั่งยืน
- เศรษฐกิจไทยผ่านจุดต่ำสุดแล้ว
สำหรับเศรษฐกิจไทยปัจจุบันผ่านจุดต่ำสุดแล้ว และมีแนวโน้มขยายตัวดีขึ้นทำให้ สศช.ปรับคาดการณ์การปีนี้มาอยู่ 2.2% จากเดิม 2%
“ไตรมาส 2 ขยายตัวได้ 1.9% สูงกว่าเคยคาดการณ์ไว้ที่ 1.5% ได้รับแรงหนุนจากการส่งออก และการลงทุนเพิ่มขึ้น สศช.จึงปรับประมาณการเศรษฐกิจทั้งปี 2569 มาอยู่ที่ค่ากลางที่ 2.2%” นายดนุชา กล่าว
ส่วนปัจจัยสนับสนุนของไทยถูกมองว่าเป็นพื้นที่ปลอดภัย (Safe Zone) ท่ามกลางความไม่แน่นอนทั่วโลกทำให้เกิดแนวโน้มย้ายฐานการลงทุนที่นอกเหนือจากภาคอุตสาหกรรมเดิม โดยเฉพาะการจัดตั้ง Headquarter และ Digital Headquarter ที่นักลงทุนมองพื้นที่มีความมั่นคง และปลอดภัยระยะยาว ซึ่งเป็นโอกาสของไทยที่สำคัญ
สกพอ.ชี้โอกาสดึง Data Center เหลือ 5 ปี
นายจุฬา สุขมานพ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) เปิดเผยว่า การขับเคลื่อนอุตสาหกรรมเป้าหมาย สกพอ.แบ่งกลุ่มอุตสาหกรรมเป็น 5 คลัสเตอร์ ได้แก่ การแพทย์และสุขภาพ, ดิจิทัล, ยานยนต์สมัยใหม่, BCG และภาคบริการ ซึ่งไม่ควรจำกัดเพียงภาคการผลิต แต่ภาคบริการ และการลงทุนด้าน Data Center เป็นส่วนสำคัญที่จะสร้างการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่
นายจุฬา กล่าวว่า ความเร่งด่วนในการดึงดูดการลงทุน Data Center มีหน้าต่างแห่งโอกาสไม่เกิน 2-3 ปีนี้ หากไทยไม่สามารถจับจองพื้นที่ในตลาดนี้ได้ในช่วงดังกล่าวโอกาสจะหลุดทันที เนื่องจากทุกนาทีต้องแข่งขันกับประเทศเพื่อนบ้าน
มิติโครงสร้างพื้นฐานน้ำ และไฟฟ้าจะเป็นปัจจัยสำคัญสุดต่อการตัดสินใจลงทุนในอนาคต โดยเฉพาะการเปลี่ยนผ่านสู่ Green Transition เนื่องจากอุตสาหกรรมสมัยใหม่ และเศรษฐกิจดิจิทัล เช่น AI และ Data Center มีความต้องการใช้พลังงาน และน้ำมหาศาล
“ในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา เรื่องที่นักลงทุนเข้ามาหารือกับผมมากที่สุดคือ น้ำ และไฟ เพราะเขารู้ว่าพื้นฐานของการลงทุนในปัจจุบันใช้เทคโนโลยีมากขึ้น และต้องใช้พลังงานสะอาด” ดร.จุฬา กล่าว
ทั้งนี้ สกพอ.กำลังวางแผนชี้เป้าพื้นที่ลงทุน (Zoning) ให้สอดคล้องศักยภาพของสาธารณูปโภค เช่น หากดึง Data Center มาพื้นที่ใดต้องมีความพร้อมการผลิตไฟฟ้าจำนวนมาก และมีโครงสร้างพื้นฐานเอื้ออำนวย
- กลยุทธ์เขตส่งเสริมเศรษฐกิจเฉพาะ
“การดึงดูดนักลงทุนระดับโลกว่าเป็นการแข่งขันในอุตสาหกรรมโอลิมปิก ซึ่งประเทศไทยต้องแข่งกับสนามการค้าโลก นักลงทุนกลุ่มนี้คือ แชมเปียนที่มองหาสนามลงเล่นที่คุ้มค่าที่สุด” ดร.จุฬา กล่าว
ดังนั้น ความต่อเนื่องของนโยบาย และการปรับปรุงกฎระเบียบ (Regulatory Ease) เพื่อให้การสร้างโรงงาน และเริ่มดำเนินกิจการทำได้รวดเร็ว จึงเป็นเรื่องที่วิกฤติ (Critical) และสำคัญที่สุดในการสร้างความมั่นใจ เราต้องสร้างความมั่นใจว่าไทยเอาจริง นโยบายมีความต่อเนื่อง และชัดเจน ไม่ใช่ว่าพอเขาจะเริ่มลงทุนแล้วเราเปลี่ยนกฎระเบียบ เพราะถ้าเขาตัดสินใจไปที่อื่นแล้ว เขาจะไปเลย และไม่กลับมาอีก
ทั้งนี้ ไทยกำลังก้าวสู่จุดเปลี่ยนสำคัญ 2 มิติหลักคือ การยกระดับเทคโนโลยีทางการแพทย์ขั้นสูง และการปฏิรูปโครงสร้างการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์เพื่อรองรับอุตสาหกรรมที่ไม่มีต้นทุนทางวิทยาการเดิมในประเทศ
ด้านการแพทย์พบว่าปัจจุบันไทยมีความเข้มแข็งมากในเชิงการบริการ แต่เป้าหมายถัดไปคือ การนำผลิตภัณฑ์มาเป็นตัวขับเคลื่อนบริการเพื่อให้ก้าวไปไกลกว่าเดิม โดยเน้นที่เทคโนโลยีการรักษาในระดับเซลล์ และยีน ซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนของอุตสาหกรรม
- BOI ชี้เม็ดเงินไหลเข้าตามเทรนด์โลก
นางสาวศุธาศินี สมิตร รองเลขาธิการ BOI กล่าวว่า การขับเคลื่อนการลงทุนให้มีประสิทธิภาพสูงสุดไม่เป็นผลงาน BOI หน่วยงานเดียว แต่เป็นการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ตลาดทุน และสมาคมธนาคารไทย อีกทั้งได้รับการผลักดันนโยบายจากนายเอกนิติ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
สำหรับทิศทางการลงทุน 2-3 ปีที่ผ่านมา ส่วนใหญ่เน้นอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ โดยเฉพาะการออกแบบอิเล็กทรอนิกส์ แผ่นวงจรพิมพ์ (PCB) และแผ่นวงจรรวม (PCBA) รองรับยุทธศาสตร์ส่งเสริมการลงทุนเซมิคอนดักเตอร์ และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง ในระยะถัดไป เพื่อเชื่อมโยงห่วงโซ่คุณค่าให้ลึกไปถึงอุตสาหกรรมต้นน้ำมากขึ้น
ทั้งนี้สิทธิประโยชน์ทางภาษีไม่ใช่คำตอบเดียวในการดึงลงทุน โดยถ้าสภาพแวดล้อมทางธุรกิจไม่พร้อมหรือล่าช้าในการออกใบอนุญาตจะส่งผลการลงทุนจริงล่าช้า ดังนั้นจึงดำเนินโครงการ Thailand Fast Pass ร่วมกับ 8 หน่วยงาน เพื่อเร่งรัดใบอนุญาต โดยมีโครงการผ่านเกณฑ์การคัดเลือกแล้วกว่า 20 โครงการ มูลค่าการลงทุนรวม 200,000 ล้านบาท
ส่วนข้อวิจารณ์ประเด็นเงินลงทุนกระจุกบางอุตสาหกรรม นางสาวศุธาศินี ชี้แจงว่า กลุ่มอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์มียอดลงทุนค่อนข้างสูงเนื่องจากนำเข้าเครื่องจักร และอุปกรณ์ราคาแพง
ขณะที่กลุ่มอุตสาหกรรมที่เน้นองค์ความรู้ระดับสูง เช่น ซอฟต์แวร์ แม้ตัวเลขยอดเงินลงทุนรวมไม่สูงนักแต่เป็นอุตสาหกรรมที่มีเทคโนโลยีสูง
ส่วนประเด็นชิ้นส่วนยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ในประเทศ แม้ขั้นตอนเริ่มต้นการตรวจสอบคุณสมบัติต้องใช้เวลา แต่หากเป็นผู้ผลิตที่ดำเนินกิจการหรือขยายการลงทุนต่อ และอยู่ไทย 2-3 ปี พบว่ามีสัดส่วนใช้ชิ้นส่วนในประเทศเพิ่มถึง 50-60% โดย BOI พร้อมเชื่อมโยงความร่วมมือร่วมกับหน่วยงานด้านวิจัยพัฒนาเพื่อส่งเสริมศักยภาพผู้ประกอบการไทยให้เข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานนี้ได้
- สศค.หนุนเอกชนร่วมลงทุน
นายสิทธิรัตน์ ดรงคมาศ ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจการคลัง สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า ปัจจุบันพื้นที่ทางการคลัง (Fiscal Space) ของไทยลดลงอย่างต่อเนื่อง เมื่อเทียบกับในอดีตที่ภาครัฐสามารถคุมสัดส่วนหนี้สาธารณะต่อการเติบโตของเศรษฐกิจ หรือจีดีพี ให้อยู่ในระดับค่อนข้างต่ำมาโดยตลอด
อย่างไรก็ตาม จุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้หนี้สาธารณะเพิ่มสูงขึ้นคือ การแพร่ระบาดของโควิด-19 ซึ่งส่งผลกระทบอย่างรุนแรงและรวดเร็วต่อเสถียรภาพเศรษฐกิจ ทำให้รัฐบาลมีความจำเป็นที่จะต้องมีการกู้เงินเข้ามาเพื่อดูแล เยียวยา และพยุงโครงสร้างเศรษฐกิจเพื่อประคับประคองไม่ให้เกิดสภาวะที่แย่ลงกว่าในปัจจุบัน
ทั้งนี้ แม้พื้นที่ทางการคลังจะมีจำกัด แต่ไม่ได้หมายความว่าประเทศจะปราศจากการลงทุน ภาครัฐ และรัฐวิสาหกิจยังลงทุนโครงสร้างพื้นฐานจำเป็น โดยการร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐ และภาคเอกชน หรือ PPP (Public-Private Partnerships) และการระดมทุนผ่านกองทุนโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทย หรือ Thailand Future Fund (TFF)
โดยการเปิดโอกาสให้ภาคเอกชน และภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการลงทุนเป็นเจ้าของโครงการโครงสร้างพื้นฐาน ไม่เพียงแต่เป็นผลดีในการปลดล็อกข้อจำกัดงบประมาณเท่านั้น แต่ยังส่งผลสำคัญต่อ ประสิทธิภาพของเม็ดเงินลงทุนภาครัฐ
นอกจากนี้ ยังเป็นการดึงองค์ความรู้ ทักษะความเชี่ยวชาญ และกลไกการตรวจสอบ และร่วมตัดสินใจของภาคเอกชน และประชาชนเข้ามาประยุกต์ใช้เป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้งบประมาณแผ่นดินคุ้มค่า และนำไปใช้มีประสิทธิภาพสูงสุด
ทั้งนี้ประมาณการสัดส่วนหนี้ต่อ GDP ในอนาคตได้คำนวณ และรวมแผนการลงทุนของรัฐบาลกลาง และรัฐวิสาหกิจแล้ว ดังนั้นแม้หนี้ในอนาคตสูงขึ้นเล็กน้อย แต่จะไม่เกินกรอบเพดานหนี้สาธารณะ
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์



