วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

‘กบข.’ เล็งเปิดสิทธิ์ข้าราชการ นำเงิน ‘บำนาญ’ มาออมต่อ

“กบข.” เตรียมเปิดสิทธิ์ข้าราชการนำบำนาญมาออมต่อ สร้างความมั่นคงทางการเงินหลังเกษียณ ลดความเสี่ยงมิจฉาชีพ ปรับวิธีบริหารพอร์ตแบบ TPA รับมือความผันผวน เชื่อมโยง Datalake วิเคราะห์ข้อมูลการเงินรอบด้าน เพิ่มประสิทธิภาพวางแผนการออมรายบุคคล

นายศรพล ตุลยะเสถียร เลขาธิการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) เปิดเผยว่า กบข. มีแนวคิดปรับปรุงแก้ไขพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) กองทุนบําเหน็จบํานาญข้าราชการ เพื่อขยายสิทธิ์ทางเลือกการบริหารเงินออมต่อหลังเกษียณ เปิดโอกาสให้อดีตสมาชิกและข้าราชการบำนาญสามารถแบ่งเงินบำนาญรายเดือนที่ได้รับจากกรมบัญชีกลาง กลับเข้ามาออมต่อกับ กบข. ได้

ทั้งนี้ ปัจจุบันข้าราชการที่เกษียณอายุส่วนใหญ่ได้รับเงินก้อนจาก กบข. เฉลี่ยราว 1 - 1.5 ล้านบาท ไม่เพียงพอต่อการเกษียณอย่างยั่งยืน อีกทั้งข้าราชการไทยยังมีภาระหนี้สูง ส่งผลให้สมาชิกจำนวนมากเมื่อเกษียณแล้วต้องนำเงินก้อนดังกล่าวไปชำระหนี้จนหมด

อย่างไรก็ดี ข้าราชการเกษียณอายุยังมีเงินอีกก้อนหนึ่งนั่นคือเงินบำนาญที่จะได้รับเป็นประจำทุกเดือนจากกรมบัญชีกลาง โดยผลสำรวจเบื้องต้นของ กบข. พบว่าสมาชิกสูงถึง 80.2% มีความต้องการและสนใจออมเงินบำนาญรายเดือนต่อกับ กบข. 

‘กบข.’ เล็งเปิดสิทธิ์ข้าราชการ นำเงิน ‘บำนาญ’ มาออมต่อ

โดยนอกจากจะเป็นการยกระดับความมั่นคงทางการเงินในกลุ่มข้าราชการในระยะยาว ยังเป็นเกราะป้องกันภัยทางการเงินที่ดี เนื่องจากช่วยลดความเสี่ยงที่ข้าราชการบำนาญจะตกเป็นเหยื่อของการหลอกลวงและการฉ้อโกง หลังข้อมูลสถิติพบว่า ในปัจจุบันผู้สูงอายุตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพสูงขึ้นถึง 23%

ปัจจุบัน กบข. ร่วมกับคณะกรรมการกฤษฎีกา และกรมบัญชีกลาง ได้ยกร่างกฎหมายดังกล่าวเสร็จเรียบร้อยแล้ว และเตรียมนำเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการ กบข. ก่อนส่งต่อไปยังกระทรวงการคลัง เพื่อนำเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) และนำเข้าสู่ขั้นตอนรัฐสภาต่อไป โดยคาดว่าจะมีผลบังคับใช้จริงภายใน 2 ปี

พลิกตำราจัดพอร์ตสู่ TPA เต็มรูปแบบ

นายศรพล กล่าวต่อไปว่า กบข. ได้ปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์การจัดการพอร์ตการลงทุน ท่ามกลางความท้าทายจากเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์โลกที่ผันผวน โดยศึกษาและพัฒนาแนวทางการจัดสรรสินทรัพย์เชิงกลยุทธ์รูปแบบใหม่ที่เรียกว่า “Total Portfolio Approach” (TPA) หรือการจัดพอร์ตการลงทุนแบบองค์รวมเพื่อเป้าหมายระยะยาว

ระบบ TPA จะเปลี่ยนรูปแบบการจัดพอร์ตของกงทุนแบบเดิมที่เน้นกระจายสินทรัพย์ หรือ SAA (Strategic Asset Allocation) ที่จะมีการล็อกสัดส่วนสินทรัพย์แต่ละประเภทและบริหารแต่ละสินทรัพย์แยกกัน มาเป็นการบริหารพอร์ตเป็นหนึ่งเดียว โดยเน้นวิเคราะห์ความเสี่ยงและผลตอบแทนผ่านปัจจัยเสี่ยง (Factor Lens) เช่น การชะลอตัวทางเศรษฐกิจ, เงินเฟ้อ, และความเสี่ยงเชิงภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งเป็นปัจจัยที่กระทบเชื่อมโยงข้ามสินทรัพย์

โดยการปรับสัดส่วนการลงทุนและจัดสรรเม็ดเงินในพอร์ตภายใต้ระบบ TPA นี้ จะทำให้กองทุนสามารถเคลื่อนไหวปรับตัวตามปัจจัยเสี่ยงที่เป็นเหตุเป็นผลได้อย่างยืดหยุ่น และทันต่อการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วของตลาดโลก

“เราจะจัดสรรพอร์ตโดยมองผ่านมุมมองของ Factor Lens แทนการมองที่ตัวสินทรัพย์โดยตรง เช่น ดูว่าช่วงนี้เศรษฐกิจเติบโตดี ห่วงเรื่องเงินเฟ้อ หรือกังวลเรื่องสงคราม แล้วค่อยกระจายน้ำหนักไปลงในสินทรัพย์ที่เหมาะสม ดังนั้นจึงไม่ได้เลือกจากตัวสินทรัพย์เป็นหลัก แต่กระจายความเสี่ยงโดยอิงตามปัจจัยเศรษฐกิจเป็นสำคัญ”

ปัจจุบัน กบข. ได้ประยุกต์ใช้แนวคิดแบบ Hybrid TPA ในขั้นแรกแล้วบางส่วน และอยู่ระหว่างการศึกษาเชิงลึกเกี่ยวกับพฤติกรรมผู้ลงทุน, การวัดผล, และกระบวนการต่าง ๆ ของกองทุนบำนาญระดับชั้นนำทั่วโลกที่มีการนำ TPA ไปใช้ เช่น นอร์เวย์, แคนาดา, และสหรัฐ เพื่อนำเสนอรูปแบบโครงสร้างที่เหมาะสมกับ กบข. ภายในสิ้นปี 2569 นี้ 

เชื่อม Datalake ลุยให้คำปรึกษารายบุคคล

ในมิติของการดูแลสมาชิก กบข. มุ่งสร้าง ระบบนิเวศข้อมูลการเงินให้มีความถูกต้องและครบถ้วนสมบูรณ์ โดยล่าสุดอยู่ระหว่างการประสานความร่วมมือเชิงลึกร่วมกับ กระทรวงการคลัง ทั้งสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) และกรมบัญชีกลาง ในการเชื่อมโยงฐานข้อมูลขนาดใหญ่ หรือ Datalake ของกระทรวงการคลังที่มีข้อมูลที่ครอบคลุมและหลากหลาย

ประโยชน์ของการเชื่อมต่อระบบ Datalake จะช่วยให้ กบข. จะเห็นข้อมูลภาพรวมงบการเงินของสมาชิกข้าราชการแต่ละบุคคลได้อย่างละเอียด ครอบคลุมทั้งสินทรัพย์ เช่น หุ้น พันธบัตร หรือกองทุนรวมอื่น ๆ และฝั่งหนี้สิน จากข้อมูลหนี้สินเครดิตบูโร (NCB) เงินเดือน หนี้สิน กยศ. รายได้ และรายจ่ายต่าง ๆ

โดยการได้รับข้อมูลที่ครบถ้วนเช่นนี้ จะช่วยให้ กบข. สามารถประเมินความเพียงพอของเงินออมหลังเกษียณ และให้คำปรึกษาที่เจาะจงรายบุคคล (Personalized Service) ได้อย่างมีประสิทธิภาพและตรงจุด เช่น หากระบบตรวจพบว่าสมาชิกรายใดมีภาระหนี้สินมาก กบข. ก็จะแนะนำให้มุ่งเคลียร์หนี้สินก่อน แต่หากสมาชิกไม่มีภาระหนี้สินและมีศักยภาพในการออมภายนอกสูง กบข. ก็จะแนะนำให้เพิ่มสัดส่วนการออม เพื่อรับผลตอบแทนที่ดีขึ้น