“กบข.” เตรียมเปิดสิทธิ์ข้าราชการนำบำนาญมาออมต่อ สร้างความมั่นคงทางการเงินหลังเกษียณ ลดความเสี่ยงมิจฉาชีพ ปรับวิธีบริหารพอร์ตแบบ TPA รับมือความผันผวน เชื่อมโยง Datalake วิเคราะห์ข้อมูลการเงินรอบด้าน เพิ่มประสิทธิภาพวางแผนการออมรายบุคคล
นายศรพล ตุลยะเสถียร เลขาธิการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) เปิดเผยว่า กบข. มีแนวคิดปรับปรุงแก้ไขพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) กองทุนบําเหน็จบํานาญข้าราชการ เพื่อขยายสิทธิ์ทางเลือกการบริหารเงินออมต่อหลังเกษียณ เปิดโอกาสให้อดีตสมาชิกและข้าราชการบำนาญสามารถแบ่งเงินบำนาญรายเดือนที่ได้รับจากกรมบัญชีกลาง กลับเข้ามาออมต่อกับ กบข. ได้
ทั้งนี้ ปัจจุบันข้าราชการที่เกษียณอายุส่วนใหญ่ได้รับเงินก้อนจาก กบข. เฉลี่ยราว 1 - 1.5 ล้านบาท ไม่เพียงพอต่อการเกษียณอย่างยั่งยืน อีกทั้งข้าราชการไทยยังมีภาระหนี้สูง ส่งผลให้สมาชิกจำนวนมากเมื่อเกษียณแล้วต้องนำเงินก้อนดังกล่าวไปชำระหนี้จนหมด
อย่างไรก็ดี ข้าราชการเกษียณอายุยังมีเงินอีกก้อนหนึ่งนั่นคือเงินบำนาญที่จะได้รับเป็นประจำทุกเดือนจากกรมบัญชีกลาง โดยผลสำรวจเบื้องต้นของ กบข. พบว่าสมาชิกสูงถึง 80.2% มีความต้องการและสนใจออมเงินบำนาญรายเดือนต่อกับ กบข.
โดยนอกจากจะเป็นการยกระดับความมั่นคงทางการเงินในกลุ่มข้าราชการในระยะยาว ยังเป็นเกราะป้องกันภัยทางการเงินที่ดี เนื่องจากช่วยลดความเสี่ยงที่ข้าราชการบำนาญจะตกเป็นเหยื่อของการหลอกลวงและการฉ้อโกง หลังข้อมูลสถิติพบว่า ในปัจจุบันผู้สูงอายุตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพสูงขึ้นถึง 23%
ปัจจุบัน กบข. ร่วมกับคณะกรรมการกฤษฎีกา และกรมบัญชีกลาง ได้ยกร่างกฎหมายดังกล่าวเสร็จเรียบร้อยแล้ว และเตรียมนำเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการ กบข. ก่อนส่งต่อไปยังกระทรวงการคลัง เพื่อนำเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) และนำเข้าสู่ขั้นตอนรัฐสภาต่อไป โดยคาดว่าจะมีผลบังคับใช้จริงภายใน 2 ปี
พลิกตำราจัดพอร์ตสู่ TPA เต็มรูปแบบ
นายศรพล กล่าวต่อไปว่า กบข. ได้ปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์การจัดการพอร์ตการลงทุน ท่ามกลางความท้าทายจากเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์โลกที่ผันผวน โดยศึกษาและพัฒนาแนวทางการจัดสรรสินทรัพย์เชิงกลยุทธ์รูปแบบใหม่ที่เรียกว่า “Total Portfolio Approach” (TPA) หรือการจัดพอร์ตการลงทุนแบบองค์รวมเพื่อเป้าหมายระยะยาว
ระบบ TPA จะเปลี่ยนรูปแบบการจัดพอร์ตของกงทุนแบบเดิมที่เน้นกระจายสินทรัพย์ หรือ SAA (Strategic Asset Allocation) ที่จะมีการล็อกสัดส่วนสินทรัพย์แต่ละประเภทและบริหารแต่ละสินทรัพย์แยกกัน มาเป็นการบริหารพอร์ตเป็นหนึ่งเดียว โดยเน้นวิเคราะห์ความเสี่ยงและผลตอบแทนผ่านปัจจัยเสี่ยง (Factor Lens) เช่น การชะลอตัวทางเศรษฐกิจ, เงินเฟ้อ, และความเสี่ยงเชิงภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งเป็นปัจจัยที่กระทบเชื่อมโยงข้ามสินทรัพย์
โดยการปรับสัดส่วนการลงทุนและจัดสรรเม็ดเงินในพอร์ตภายใต้ระบบ TPA นี้ จะทำให้กองทุนสามารถเคลื่อนไหวปรับตัวตามปัจจัยเสี่ยงที่เป็นเหตุเป็นผลได้อย่างยืดหยุ่น และทันต่อการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วของตลาดโลก
“เราจะจัดสรรพอร์ตโดยมองผ่านมุมมองของ Factor Lens แทนการมองที่ตัวสินทรัพย์โดยตรง เช่น ดูว่าช่วงนี้เศรษฐกิจเติบโตดี ห่วงเรื่องเงินเฟ้อ หรือกังวลเรื่องสงคราม แล้วค่อยกระจายน้ำหนักไปลงในสินทรัพย์ที่เหมาะสม ดังนั้นจึงไม่ได้เลือกจากตัวสินทรัพย์เป็นหลัก แต่กระจายความเสี่ยงโดยอิงตามปัจจัยเศรษฐกิจเป็นสำคัญ”
ปัจจุบัน กบข. ได้ประยุกต์ใช้แนวคิดแบบ Hybrid TPA ในขั้นแรกแล้วบางส่วน และอยู่ระหว่างการศึกษาเชิงลึกเกี่ยวกับพฤติกรรมผู้ลงทุน, การวัดผล, และกระบวนการต่าง ๆ ของกองทุนบำนาญระดับชั้นนำทั่วโลกที่มีการนำ TPA ไปใช้ เช่น นอร์เวย์, แคนาดา, และสหรัฐ เพื่อนำเสนอรูปแบบโครงสร้างที่เหมาะสมกับ กบข. ภายในสิ้นปี 2569 นี้
เชื่อม Datalake ลุยให้คำปรึกษารายบุคคล
ในมิติของการดูแลสมาชิก กบข. มุ่งสร้าง ระบบนิเวศข้อมูลการเงินให้มีความถูกต้องและครบถ้วนสมบูรณ์ โดยล่าสุดอยู่ระหว่างการประสานความร่วมมือเชิงลึกร่วมกับ กระทรวงการคลัง ทั้งสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) และกรมบัญชีกลาง ในการเชื่อมโยงฐานข้อมูลขนาดใหญ่ หรือ Datalake ของกระทรวงการคลังที่มีข้อมูลที่ครอบคลุมและหลากหลาย
ประโยชน์ของการเชื่อมต่อระบบ Datalake จะช่วยให้ กบข. จะเห็นข้อมูลภาพรวมงบการเงินของสมาชิกข้าราชการแต่ละบุคคลได้อย่างละเอียด ครอบคลุมทั้งสินทรัพย์ เช่น หุ้น พันธบัตร หรือกองทุนรวมอื่น ๆ และฝั่งหนี้สิน จากข้อมูลหนี้สินเครดิตบูโร (NCB) เงินเดือน หนี้สิน กยศ. รายได้ และรายจ่ายต่าง ๆ
โดยการได้รับข้อมูลที่ครบถ้วนเช่นนี้ จะช่วยให้ กบข. สามารถประเมินความเพียงพอของเงินออมหลังเกษียณ และให้คำปรึกษาที่เจาะจงรายบุคคล (Personalized Service) ได้อย่างมีประสิทธิภาพและตรงจุด เช่น หากระบบตรวจพบว่าสมาชิกรายใดมีภาระหนี้สินมาก กบข. ก็จะแนะนำให้มุ่งเคลียร์หนี้สินก่อน แต่หากสมาชิกไม่มีภาระหนี้สินและมีศักยภาพในการออมภายนอกสูง กบข. ก็จะแนะนำให้เพิ่มสัดส่วนการออม เพื่อรับผลตอบแทนที่ดีขึ้น





