วันพุธ ที่ 26 สิงหาคม 2569

Login
Login

เอกนิติ ปิดอภิปรายสภาฯ ย้ำ พ.ร.ก.กู้เงินฯเสริมแกร่งเศรษฐกิจไทย

วันนี้(26 ส.ค. 2569) เวลา 20.06 น. ที่อาคารรัฐสภา นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ไก้กล่าวสรุปการอภิปรายพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน เพื่อแก้ไขผลกระทบจากวิกฤตพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ.2569 

นายเอกนิติ กล่าวว่า รัฐบาลรับฟังความเห็นของสมาชิกทุกฝ่ายอย่างตั้งใจ การอภิปรายมีทั้งประเด็นที่เห็นต่าง เห็นตรงกัน และบางส่วนที่อาจคลาดเคลื่อน โดยประเด็นสำคัญที่สุดคือ วิกฤตพลังงานครั้งนี้รุนแรงพอหรือไม่ ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญเสียงข้างมากได้เห็นแล้วว่าเป็นปัญหาความมั่นคงทางเศรษฐกิจ

ทั้งนี้ ข้อมูลเศรษฐกิจไตรมาส 2 ยืนยันชัดว่าเป็นวิกฤตจริง ไม่ใช่เพียงตรรกะทางนโยบาย โดยวิกฤตเกิดเป็น 3 ระลอก เริ่มจากพลังงาน ราคาดีเซลตลาดโลกเพิ่มประมาณ 60% แม้รัฐบาลใช้กองทุนน้ำมันช่วย แต่ราคาภายในประเทศยังเพิ่มราว 30%

ระลอกที่ 2 คือค่าครองชีพและต้นทุนสินค้า เงินเฟ้อจากติดลบในไตรมาสแรก ขยับขึ้นเกือบ 3% ขณะที่ต้นทุนเฉลี่ยสูงขึ้นประมาณ 10% ส่วนระลอกที่ 3 คือกำลังซื้อเริ่มหด การบริโภคไตรมาส 2 ลดลงจากไตรมาสแรก หากปล่อยไว้จะลามถึงการจ้างงานและการปิดกิจการ

นายเอกนิติ กล่าวว่า ตัวเลขเหล่านี้พิสูจน์ว่า หากรัฐบาลไม่ตัดสินใจเร็ว วิกฤตอาจกลายเป็นแผลเป็นในเศรษฐกิจไทย ทำให้ธุรกิจปิดตัว คนตกงาน และแก้ไขยากกว่าเดิม ความมั่นคงทางเศรษฐกิจจึงไม่ใช่ถ้อยคำลอย ๆ แต่พิสูจน์ได้ด้วยข้อเท็จจริง

สำหรับข้อเห็นต่างเรื่องการเปลี่ยนผ่านพลังงาน หลายฝ่ายมองว่าเป็นเรื่องระยะยาว ค่อยทำก็ได้ แต่ตัวเลขดุลบัญชีเดินสะพัดไตรมาส 2 ที่กลับมาติดลบเกือบ 600,000 ล้านบาท สะท้อนความเปราะบางจากการนำเข้าน้ำมันและก๊าซธรรมชาติจำนวนมาก

นายเอกนิติ เปรียบว่าประเทศไทยเหมือนบ้านหลังคารั่ว ฝนตกเมื่อไรต้องหาถังน้ำมารองและเยียวยาประชาชนซ้ำ ๆ การลดภาษีสรรพสามิตหรืออุดหนุนราคาพลังงาน สุดท้ายก็นำไปสู่ภาระกู้เงินอยู่ดี ทางที่ถูกกว่าคือใช้เงินซ่อมหลังคา ทำให้ประเทศลดพึ่งพาพลังงานนำเข้า

พ.ร.ก.ฉบับนี้จึงมี 2 เป้าหมายพร้อมกัน คือดูแลประชาชนที่ได้รับผลกระทบวันนี้ ทั้งผู้ถือบัตรสวัสดิการ กลุ่มกำลังซื้อกลาง คนตัวเล็ก คนขนส่ง ไรเดอร์ วินมอเตอร์ไซค์ และอีกด้านหนึ่งคือใช้งบเปลี่ยนผ่านพลังงานให้เศรษฐกิจไทยแข็งแรงขึ้น

เรื่องที่ทุกฝ่ายเห็นตรงกันคือ เงินทุกบาทต้องคุ้มค่าและโปร่งใส รัฐบาลจึงเพิ่มหลัก Transparency หรือความโปร่งใส เป็นหัวใจของการกลั่นกรองโครงการ ทุกโครงการต้องพิสูจน์ได้ว่าช่วยประชาชนจริง คุ้มค่า เปิดเผยได้ และสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของ พ.ร.ก.

นายเอกนิติ กล่าวว่า การที่ยังไม่มีโครงการสำเร็จรูปมารอ ไม่ใช่จุดอ่อน แต่เป็นความรอบคอบ หากนำโครงการเก่ามาตัดแปะแล้วเสนอทันทีต่างหากที่น่ากังวล พ.ร.ก.ฉบับนี้กำหนดวัตถุประสงค์แคบและชัด ทั้งเยียวยาผลกระทบ ลดพึ่งพาพลังงาน และสร้างทักษะใหม่ให้คนไทย

รัฐบาลต้องการใช้น้ำมันบนดินที่คนไทยผลิตได้ เช่น ไบโอดีเซลจากปาล์ม เอทานอลจากอ้อยและมันสำปะหลัง ให้ผลประโยชน์ตกกับเกษตรกรและประชาชน แทนการผูกชะตาเศรษฐกิจไว้กับพลังงานนำเข้าจากต่างประเทศ

นายเอกนิติ กล่าวว่า ขอชี้แจงข้อเข้าใจคลาดเคลื่อนว่า พ.ร.ก.นี้ไม่ใช่การกู้เงินมากองไว้แล้วจ่ายดอกเบี้ย แต่จะทยอยกู้ตามความจำเป็นเท่านั้น พร้อมยืนยันว่าประเทศไทยยังมีวินัยการคลัง บริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือยังให้ความเชื่อมั่น และต้นทุนกู้ของไทยอยู่ในระดับต่ำ

"รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ต้องการประคองประชาชนและเศรษฐกิจวันนี้ พร้อมเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด พลังงานที่คนไทยผลิตได้ และลงทุนเพื่ออนาคต เพื่อให้ประเทศไทยแข็งแกร่งกว่าเดิมหลังผ่านวิกฤต" นายเอกนิติกล่าว