วันนี้(26 ส.ค. 2569) ที่อาคารรัฐสภา นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.อุตสาหกรรม กล่าวต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ระหว่างการพิจารณาพระราชกำหนด (พ.ร.ก.)ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน เพื่อแก้ปัญหาผลกระทบจากวิกฤตพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ. 2569 กรณีสมาชิกสภาฯ แสดงความกังวลเรื่องความปลอดภัยของอุปกรณ์โซลาร์เซลล์ ที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐาน มอก.
นายวราวุธ กล่าวว่า ภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับทั้งการลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน และความปลอดภัยของประชาชน เนื่องจากในช่วงที่ผ่านมา มีการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปเพิ่มขึ้นมาก ขณะเดียวกันมีข่าวอุปกรณ์ไม่ได้มาตรฐาน อุบัติเหตุไฟไหม้ และความเสียหายต่อทรัพย์สินและชีวิตเกิดขึ้นเป็นระยะ
อย่างไรก็ตาม สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) ภายใต้กระทรวงอุตสาหกรรม ได้กำหนดมาตรฐานอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับระบบโซลาร์เซลล์ไว้อย่างชัดเจน ทั้งแผงโซลาร์ อินเวอร์เตอร์ เบรกเกอร์ สายไฟ ฟิวส์ และแบตเตอรี่ เพื่อให้การติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปในภาคประชาชนและภาคธุรกิจเกิดความปลอดภัย
นายวราวุธ กล่าวว่า ปัจจุบันกำลังการผลิตอุปกรณ์โซลาร์เซลล์ในประเทศยังมีจำกัด เช่น แบตเตอรี่โซลาร์เซลล์มีโรงงานผลิตในประเทศเพียง 1 โรงงาน แต่มีผู้นำเข้า 44 ราย ส่วนแผงโซลาร์เซลล์มีโรงงานผลิตในประเทศ 8 โรงงาน แต่มีผู้นำเข้าถึง 260 ราย ขณะที่สายไฟโซลาร์เซลล์มีโรงงาน 5 แห่ง และมีผู้นำเข้า 15 ราย
ดังนั้น สิ่งของที่จะนำเข้ามาใช้ในประเทศไทยทุกชนิด ต้องผ่านมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง เพราะรัฐบาลคำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนเป็นหลัก โดยเฉพาะเมื่อโครงการเปลี่ยนผ่านพลังงานมีเป้าหมายขยายการติดตั้งในระดับครัวเรือนจำนวนมาก
นายวราวุธกล่าวถึงข้อกังวลว่า การขอใบอนุญาต มอก. อาจล่าช้าหรือมีการเลือกปฏิบัติว่า หากอุปกรณ์โซลาร์รูฟท็อป ไม่ว่าจะเป็นสายไฟ แบตเตอรี่ อินเวอร์เตอร์ เบรกเกอร์ ฟิวส์ หรือแผงโซลาร์เซลล์ ได้มาตรฐาน IEC หรือมาตรฐานสากล ผู้ประกอบการสามารถยื่นขอใบอนุญาตมาตรฐานอุตสาหกรรมได้ โดยใช้เวลาไม่เกิน 7 วัน และหากเร็วที่สุดอาจใช้เพียง 2-3 วัน
“ถ้าเกิน 7 วัน ขอให้ท่านสมาชิกหรือผู้เกี่ยวข้องแจ้งมาที่กระทรวงอุตสาหกรรมได้ ผมจะดำเนินการตามกฎหมายให้ถึงที่สุด เพื่อให้เกิดความปลอดภัย ความโปร่งใส และความสบายใจของทุกฝ่าย” นายวราวุธกล่าว
นายวราวุธ กล่าวว่า กระทรวงอุตสาหกรรมได้ออกมาตรฐานทั้งภาคบังคับและภาคสมัครใจมาอย่างต่อเนื่อง พร้อมขอให้ผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องกับโซลาร์เซลล์เร่งขึ้นทะเบียนและขอ มอก. โดยเฉพาะผู้ผลิตสายไฟโซลาร์เซลล์ในประเทศ ซึ่งมีอยู่ 5 โรงงาน แต่ปัจจุบันได้รับใบอนุญาต มอก. แล้วเพียง 2 ราย อีก 3 รายยังไม่ได้รับใบอนุญาต
นายวราวุธ กล่าวว่า ภายใต้โครงการวงเงิน 200,000 ล้านบาท ที่รัฐบาลมีแนวทางส่งเสริมการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปประมาณ 1.5 ล้านครัวเรือน กำลังการผลิตในประเทศอาจยังไม่เพียงพอต่อความต้องการ จึงอาจต้องมีการนำเข้าอุปกรณ์เพิ่มเติม แต่การนำเข้าต้องอยู่บนเงื่อนไขมาตรฐานสากลและขึ้นทะเบียนกับ สมอ. อย่างถูกต้อง
ทั้งนี้ กระทรวงอุตสาหกรรมจะดูแลทั้งมาตรฐาน ความปลอดภัย และความรวดเร็วในการอนุญาต เพื่อไม่ให้มาตรการพลังงานสะอาดสะดุด ขณะเดียวกันต้องป้องกันของไม่ได้มาตรฐานเข้าสู่ระบบ เพราะเป้าหมายของรัฐบาลคือช่วยประชาชนประหยัดค่าใช้จ่าย และพาประเทศไทยเปลี่ยนผ่านสู่ Green Country และ Green Economy อย่างมั่นคง



