วันอังคาร ที่ 25 สิงหาคม 2569

Login
Login

เอเชียโหมโปรเจกต์พัฒนา‘รถไฟความเร็วสูง’ ‘คมนาคม’ขีดเส้นปมพื้นที่ทับซ้อนจบปี69

ปัจจัยหลายประการที่นำไปสู่การพัฒนารถไฟความเร็วสูงมากขึ้นทั้งด้านเทคโนโลยี ความปลอดภัย และผู้เล่น มาจากเหตุผลที่ว่าการเดินทางด้วยรูปแบบนี้ เร็ว สะดวก และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเมื่อเทียบกับการเดินทางอื่นๆ

 ภูมิภาคเอเชียตะวันออก โดยเฉพาะจีน มีภาพรวมรถไฟความเร็วสูงที่โดดเด่นเพราะการขยายเครือข่ายที่รวดเร็วและกว้างขวาง ซึ่งขับเคลื่อนโดยนโยบายของรัฐบาลและตลาดภายในประเทศขนาดใหญ่ โครงการรถไฟจีน มีมูลค่าการลงทุนรวมกว่า 500 พันล้านดอลลาร์ ส่งให้จีนมีสร้างเครือข่ายรถไฟความเร็วสูงที่ใหญ่ที่สุดในโลก

ขณะที่ รถไฟชินคันเซ็นของญี่ปุ่น ซึ่งเป็นผู้บุกเบิกเทคโนโลยีรถไฟความเร็วสูง ยังคงคิดค้นนวัตกรรมอย่างต่อเนื่องโดยมุ่งเน้นที่ความน่าเชื่อถือและประสบการณ์ของผู้โดยสาร เพราะ รถไฟความเร็วสูงมีส่วนสนับสนุนเศรษฐกิจของประเทศญี่ปุ่นถึงประมาณ 2หมื่นล้านดอลลาร์ต่อปี

อาเซียนร่วมวงพัฒนาไฮสปีดเทรน

ด้านอาเซียนก็ไม่น้อยหน้า มีการพัฒนาระบบรถไฟความเร็วสูงมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญคู่ขนานไปกับภูมิิภาคตะวันออกลางเริ่มสำรวจการพัฒนาระบบรถไฟความเร็วสูง โดยได้รับแรงดึงดูดจากศักยภาพการส่งเสริมเติบโตทางเศรษฐกิจและการเชื่อมต่อที่ดีขึ้น เบื้องต้นโครงการดังกล่าวมีขนาดการลงทุนเฉลี่ยตั้งแต่ 5 พันล้านดอลลาร์ถึง 15 พันล้านดอลลาร์ต่อเส้นทาง หรือราว 1 -5 แสนล้านบาท

“ตลาดรถไฟความเร็วสูงทั่วโลกกำลังเติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยคาดว่าจะแตะระดับประมาณ 150 พันล้านดอลลาร์ภายในปี 2568  การขยายตัวนี้ได้รับแรงหนุนจากอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี (CAGR) ที่สูงถึง 8.5% ซึ่งบ่งชี้ถึงอุตสาหกรรมที่มีพลวัตและกำลังพัฒนา ความต้องการที่เพิ่มขึ้นสำหรับโซลูชันการขนส่งที่มีประสิทธิภาพ ยั่งยืน และรวดเร็ว”ข้อมูลจาก เว็บไซต์ datainsightsreports.comระบุ

นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยหลัง ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าโครงการก่อสร้าง รถไฟความเร็วสูง (ไฮสปีด) ไทย-จีน ระยะที่ 1 ช่วงกรุงเทพมหานคร–นครราชสีมา สัญญาที่ 4-7 ช่วงสระบุรี-แก่งคอย สถานีสระบุรี ว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้ เพื่อติดตามความคืบหน้าและเร่งรัดการดำเนินงานโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย–จีน ระยะที่ 1 ให้เป็นไปตามแผนงานที่กำหนด โดยได้กำชับให้การรถไฟฯ บริหารจัดการโครงการอย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่กับการให้ความสำคัญสูงสุดต่อมาตรฐานความปลอดภัย โดยเฉพาะเขตพื้นที่ก่อสร้างที่อยู่ใกล้แนวเส้นทางรถไฟและพื้นที่ที่มีประชาชนใช้สัญจรผ่าน จะต้องมีมาตรการป้องกันอุบัติเหตุและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นอย่างรัดกุม

เร่งแก้ปมพื้นที่ทับซ้อนไฮสปีด 3 สนามบิน

ทั้งนี้ ในส่วนของพื้นที่ก่อสร้างงานอุโมงค์ ได้กำชับให้ รฟท. ติดตามสถานการณ์และตรวจสอบความปลอดภัยอย่างใกล้ชิด พร้อมเตรียมมาตรการป้องกันและแผนรองรับเหตุฉุกเฉิน เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ประชาชน โดยกระทรวงฯ มีเป้าหมายเร่งรัดงานก่อสร้าง โครงการรถไฟความเร็วสูงนี้ให้แล้วเสร็จพร้อมเปิดบริการในปี 2574 ซึ่งจะอำนวยความสะดวกประชาชนในการเดินทางและการขนส่งสินค้า

นายสิริพงศ์ กล่าวด้วยว่า ภาพรวมงานก่อสร้างโครงการนี้แม้ว่าจะล่าช้ากว่าแผนแต่ยังมั่นใจว่าจะสามารถเร่งรัดเพื่อให้แล้วเสร็จและเปิดบริการตามเป้าหมาย 

ปัจจุบันยังคงมีสัญญางานก่อสร้างที่ยังไม่สามารถเริ่มงานได้ โดยเฉพาะสัญญา 4-1 ช่วงบางซื่อ – ดอนเมือง ซึ่งมีงานโครงสร้างร่วมกับโครงการไฮสปีดเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง สุวรรณภูมิ อู่ตะเภา) คาดว่าจะได้ข้อสรุปภายในปี2569

“ตอนนี้ต้องรอดูว่าคณะกรรมการอีอีซีจะมีความเห็นอย่างไรกับการแก้ไขสัญญาร่วมทุนไฮสปีดเชื่อม 3 สนามบินจะไปต่ออย่างไร ซึ่งการรถไฟฯ ก็มีออปชั่นที่จะนำโครงสร้างร่วมงานสัญญา 4-1 กลับมาเปิดประมูลและเริ่มก่อสร้าง เพื่อไม่ให้โครงการไฮสปีดไทยจีนได้รับผลกระทบ หากสร้างส่วนนี้ก่อนก็จะรองรับการเดินรถไฮสปีดไทยจีน และยังรองรับไฮสปีดเชื่อม 2 สนามบิน คือ ดอนเมืองและสุวรรณภูมิ”

คืบหน้าไฮสปีดกรุงเทพ-โคราช250กม.

นายกำพล บุญชม วิศวกรใหญ่ฝ่ายโครงการพิเศษและก่อสร้าง การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) กล่าวว่า โครงการรถไฟความเร็วสูงไทย–จีน ระยะที่ 1 ช่วงกรุงเทพมหานคร–นครราชสีมา มีระยะทางรวมประมาณ 250.77 กิโลเมตร แบ่งการดำเนินงานด้านโยธาออกเป็น 14 สัญญา ปัจจุบันมีแผนงานสะสม 90.487% 

ขณะที่ผลงานสะสมอยู่ที่ 55.978% คิดเป็นความล่าช้ากว่าแผน 34.509% โดย รฟท. อยู่ระหว่างติดตามและเร่งรัดการดำเนินงานของแต่ละสัญญาอย่างใกล้ชิด พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อแก้ไขปัญหาและอุปสรรคที่เกิดขึ้น เพื่อให้การก่อสร้างสามารถเดินหน้าต่อเนื่องและบรรลุเป้าหมายของโครงการ

สำหรับ งานก่อสร้างสัญญาที่ 4–7 ช่วงสระบุรี–แก่งคอย ระยะทาง 12.99 กิโลเมตร ปัจจุบันมีแผนงานสะสม 81.50% ผลงานสะสม 73.25% คิดเป็นความล่าช้ากว่าแผน 8.25% โดยอยู่ระหว่างดำเนินงานก่อสร้างโครงสร้างทางยกระดับและองค์ประกอบต่าง ๆ ของระบบรถไฟความเร็วสูงในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง โดยงานติดตั้ง Segment มีความก้าวหน้า 86% งานก่อสร้าง Balance Beam 33% และงานก่อสร้าง Switch Beam 68%

เทรนด์โปรเจกต์ยักษ์ส่งให้เอกชนทำ

สำหรับสถานีรถไฟความเร็วสูงสระบุรี ตั้งอยู่ที่ตำบลตะกุด อำเภอเมืองสระบุรี จังหวัดสระบุรี เป็นสถานีรูปแบบยกระดับ แบ่งพื้นที่ใช้งานออกเป็น 4 ชั้น ได้แก่ ชั้นที่ 1 เป็นชั้นทางเข้าอาคารและชั้นชานชาลารถไฟทางไกล ชั้นที่ 2 เป็นพื้นที่จำหน่ายตั๋วรถไฟความเร็วสูงและรถไฟทางไกล ชั้นที่ 3 เป็นพื้นที่พักคอยผู้โดยสาร และชั้นที่ 4 เป็นชานชาลารถไฟความเร็วสูง โดยมีชานชาลาความยาว 450 เมตร จำนวน 2 ชานชาลา และมีทางรถไฟจำนวน 4 ทาง

ปัจจุบัน งานก่อสร้างสถานีสระบุรีมีแผนงานสะสม 47.22% ผลงานสะสม 29.30% คิดเป็นความล่าช้ากว่าแผน 17.92%

ทั้งนี้ รฟท. จะติดตามและเร่งรัดการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง พร้อมกำกับดูแลมาตรฐานงานก่อสร้างให้เป็นไปตามข้อกำหนด เพื่อให้สถานีสามารถรองรับการให้บริการรถไฟความเร็วสูงในอนาคต

ข้อมูลจากเว็บไซต์ datainsightsreports.com ชี้ว่า การประมูลโครงสร้างพื้นฐานระดับโลกมักมีมูลค่าเกิน 10 พันล้านดอลลาร์มี แนวโน้มการแปรรูปเป็นเอกชนและการเป็นหุ้นส่วนภาครัฐและเอกชน (PPP) นำมาซึ่งพลวัตการแข่งขันใหม่ๆ เนื่องจากหน่วยงานเอกชนต่างแย่งชิงสัมปทานการดำเนินงานและสิทธิในการพัฒนา ส่งเสริมสภาพแวดล้อมที่นวัตกรรมและความคุ้มค่าเป็นสิ่งสำคัญยิ่งในการรักษาไว้ซึ่งสัญญาในระยะยาวที่มีมูลค่าหลายหมื่นล้านดอลลาร์ 

เอเชียโหมโปรเจกต์พัฒนา‘รถไฟความเร็วสูง’   ‘คมนาคม’ขีดเส้นปมพื้นที่ทับซ้อนจบปี69