วันจันทร์ ที่ 31 สิงหาคม 2569

Login
Login

กรมชลประทานเตือน 7 จว. เฝ้าระวังน้ำเจ้าพระยา จ่อเพิ่มสูง

กรมชลประทาน ออกประกาศฉบับที่ 7 เตือน 7 จังหวัดลุ่มเจ้าพระยา เฝ้าระวังระดับน้ำท้ายเขื่อนเพิ่มสูงขึ้น 1-1.5 เมตร หลังมวลน้ำเหนือไหลซ้ำ ยันยังไม่ล้นตลิ่ง

KEY POINTS

  • กรมชลประทานออกประกาศเตือน 7 จังหวัดในลุ่มน้ำเจ้าพระยา ให้เฝ้าระวังระดับน้ำที่อาจเพิ่มสูงขึ้น
  • สาเหตุจากมวลน้ำเหนือไหลลงสู่เขื่อนเจ้าพระยา ทำให้คาดว่าจะต้องเพิ่มการระบายน้ำเป็น 500-700 ลบ.ม./วินาที
  • การระบายน้ำที่เพิ่มขึ้นจะส่งผลให้ระดับน้ำท้ายเขื่อน ตั้งแต่ จ.ชัยนาท ถึง จ.พระนครศรีอยุธยา สูงขึ้นประมาณ 1-1.5 เมตร

กรมชลประทาน ออกประกาศเตือน 7 จังหวัดลุ่มน้ำเจ้าพระยา รับมือมวลน้ำเหนือทยอยไหลลงเขื่อนเจ้าพระยา คาดระบายน้ำเพิ่มเป็น 500–700 ลบ.ม./วินาที ส่งผลระดับน้ำท้ายเขื่อนเพิ่มสูง 1–1.5 เมตร ยืนยันบริหารจัดการเต็มที่เพื่อลดผลกระทบประชาชน

กรมชลประทานเตือน 7 จว. เฝ้าระวังน้ำเจ้าพระยา จ่อเพิ่มสูง

นายวิทยา แก้วมี อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยถึงการติดตามสถานการณ์น้ำและการบริหารจัดการน้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยาอย่างใกล้ชิดว่า ปัจจุบันมีปริมาณน้ำหลากจากพื้นที่ตอนบนของลุ่มน้ำเจ้าพระยา เริ่มทยอยไหลลงสู่พื้นที่เหนือเขื่อนเจ้าพระยา ซึ่งมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

โดยเมื่อเวลา 06.00 น. ของวันที่ 24 สิงหาคม 2569 ที่สถานีวัดน้ำ C.2 อำเภอเมืองนครสวรรค์ จังหวัดนครสวรรค์ มีปริมาณน้ำไหลผ่านประมาณ 936 ลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) ต่อวินาที ส่งผลให้ระดับน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยา ยกตัวสูงขึ้นอยู่ที่ระดับ +15.94 เมตร (รทก.) ขณะที่ท้ายเขื่อนเจ้าพระยายังคงควบคุมการระบายน้ำอยู่ที่ 450 ลบ.ม./วินาที

กรมชลประทานจะบริหารจัดการน้ำด้วยการควบคุมระดับน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยาให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม สอดคล้องกับสถานการณ์น้ำเหนือ เพื่อรองรับมวลน้ำที่จะไหลลงมาและลดผลกระทบต่อพื้นที่ท้ายเขื่อนให้มากที่สุด พร้อมทั้งรับน้ำเข้าระบบชลประทานทั้งฝั่งตะวันออกและฝั่งตะวันตก ควบคู่กับการเน้นย้ำให้โครงการชลประทานในพื้นที่ติดตามปริมาณน้ำอย่างใกล้ชิด

ทั้งนี้ คาดการณ์ว่าปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยามีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอยู่ในเกณฑ์ประมาณ 500–700 ลบ.ม./วินาที ซึ่งจะทำให้ระดับน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยา ตั้งแต่ อ.สรรพยา จ.ชัยนาท ไปจนถึง ต.บ้านกระทุ่ม ต.หัวเวียง อ.เสนา และ ต.ท่าดินแดง อ.ผักไห่ จ.พระนครศรีอยุธยา เพิ่มสูงขึ้นจากระดับปัจจุบันประมาณ 1–1.5 เมตร แต่ยังคงต่ำกว่าระดับตลิ่ง

" ได้กำชับสำนักงานชลประทานที่ 12 และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด พร้อมเตรียมเครื่องจักร เครื่องมือ และบุคลากรให้มีความพร้อมในการรองรับสถานการณ์น้ำหลากและเข้าช่วยเหลือประชาชนได้ทันท่วงที"

โดยกรมชลประทานได้ออกประกาศแจ้งเตือนสถานการณ์น้ำลุ่มน้ำเจ้าพระยา ฉบับที่ 7 (ลงวันที่ 24 สิงหาคม 2569) ส่งถึงผู้ว่าราชการจังหวัดในพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยา 7 จังหวัด ได้แก่:  จังหวัดอุทัยธานี จังหวัดชัยนาท  จังหวัดสิงห์บุรี  จังหวัดอ่างทอง  จังหวัดสุพรรณบุรี  จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และจังหวัดลพบุรี

รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้เร่งประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนประชาชนริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาให้เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำ และติดตามข่าวสารจากทางราชการอย่างใกล้ชิด โดยย้ำว่ากรมชลประทานจะบริหารจัดการน้ำอย่างเต็มกำลังและคำนึงถึงผลกระทบต่อประชาชนเป็นสำคัญ

การแจ้งเตือนล่วงหน้าและการเตรียมความพร้อมของกรมชลประทานในครั้งนี้ ช่วยให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงริมแม่น้ำเจ้าพระยาตาม 7 จังหวัดภาคกลาง สามารถรับมือกับระดับน้ำที่จะเพิ่มสูงขึ้นได้อย่างทันท่วงที ซึ่งการบริหารจัดการน้ำที่สมดุลจะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนและลดความสูญเสียจากภาวะน้ำหลากได้อย่างมีประสิทธิภาพ