"ธนารักษ์" ร่วมกับธนาคารกรุงไทย เปิดตัว "Treasury Coin Market" แพลตฟอร์มประมูลเหรียญออนไลน์ของภาครัฐแห่งแรกของโลก มุ่งสร้างตลาดกลางที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ และเข้าถึงง่ายผ่านแอปพลิเคชัน "เป๋าตัง" ประเดิมประมูลวันนี้ด้วยเหรียญ 10 บาท พ.ศ. 2533 หายาก โดยมีแผนจัดประมูลเป็นประจำทุกวันที่ 17 ของทุกเดือน
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กรมธนารักษ์ ร่วมมือกับ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) เปิดตัว “ระบบประมูลขายผลิตภัณฑ์เหรียญผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (Treasury Coin Market)” ซึ่งถือเป็นนวัตกรรมระบบประมูลขายผลิตภัณฑ์เหรียญผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์แบบครบวงจรระบบแรกของประเทศไทย และเป็นตลาดประมูลเหรียญออนไลน์ของภาครัฐแห่งแรกของโลก
ทั้งนี้ แพลตฟอร์มนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่ช่องทางการประมูลออนไลน์เพิ่มเติมเท่านั้น แต่เป็นการวางรากฐานโครงสร้างพื้นฐานใหม่ให้กับตลาดเหรียญสะสมของไทย ช่วยให้ประชาชน นักสะสม และผู้สนใจในทุกพื้นที่สามารถเข้าถึงข้อมูลและเข้าร่วมประมูลได้โดยปราศจากข้อจำกัดในการเข้าถึง
นอกจากนี้ ยังมีกลไกราคาที่โปร่งใส ตรวจสอบย้อนหลังได้ทุกขั้นตอน และยกระดับความเชื่อมั่นรอบด้าน ทั้งเรื่องความแท้จริงของเหรียญ ความถูกต้องของข้อมูล ความเป็นธรรมในการเสนอราคา และความปลอดภัยในการชำระเงิน โดยในอนาคตมีเป้าหมายพัฒนามาตรฐานกลางเพื่อเชื่อมโยงตลาดเหรียญไทยเข้ากับตลาดเหรียญสากลทั่วโลก
นายเอกนิติ กล่าวต่อไปว่า ระบบนี้ขับเคลื่อนภายใต้กลยุทธ์ "VALUE" เพื่อเพิ่มมูลค่าทรัพย์สินแผ่นดิน โดยหนึ่งในเสาหลักสำคัญคือตัว L หรือ "Legacy" ซึ่งหมายถึงการส่งต่อตำนานและสร้างความภาคภูมิใจในคุณค่าทางประวัติศาสตร์ของเหรียญไทย พร้อมชูแนวคิดการขับเคลื่อนตลาดด้วยหลักการ "TAS" ได้แก่
- Trust (ความน่าเชื่อถือ): สร้างความเชื่อมั่นจากเหรียญที่เป็นของแท้ มีข้อมูลถูกต้อง ราคาประมูลที่สะท้อนจากตลาดจริงอย่างโปร่งใส มีใบรับรอง (Certificate) และระบบ QR Code ให้ตรวจสอบย้อนหลังได้
- Access (การเข้าถึง): เปิดโอกาสให้ผู้สนใจทั้งชาวไทยและต่างชาติลงทะเบียนร่วมประมูลออนไลน์ผ่านแอปพลิเคชัน "เป๋าตัง" ได้จากทุกมุมโลก
- Future (อนาคต): มุ่งสู่มาตรฐานระดับสากล สร้างผู้เชี่ยวชาญและนักสะสมรุ่นใหม่ ต่อยอดโอกาสทางเศรษฐกิจ สังคม และสร้างงานสร้างอาชีพ
“ต่อจากนี้เราจะได้เห็นมูลค่าที่แท้จริงของเหรียญในตลาด เปลี่ยนจากที่เคยมีมูลค่าแค่สิบกว่าบาท มาสร้างมูลค่าใหม่จากประวัติศาสตร์ของเหรียญ ซึ่งจะเป็นจุดเริ่มต้นในการสร้างความภาคภูมิใจและโอกาสใหม่ ๆ ให้กับอุตสาหกรรมสะสมเหรียญของไทย”
ชูระบบปลอดภัย เชื่อมโยงการเงินครบวงจร
นายธวัชชัย ชีวานนท์ ประธานผู้บริหาร Product & Business Solutions ธนาคารกรุงไทย กล่าวว่า ธนาคารกรุงไทยได้รับความไว้วางใจจากกรมธนารักษ์ในการร่วมพัฒนาระบบครั้งนี้ ซึ่งเป็นความร่วมมือด้าน Digital Treasury ที่มีมาอย่างต่อเนื่อง โดยย้ำว่าบริการดิจิทัลภาครัฐ จะมีคุณค่าอย่างแท้จริงเมื่อสามารถเชื่อมโยงข้อมูล กระบวนการ และธุรกรรมให้ประชาชนเข้าถึงได้อย่างครบวงจร
โดยธนาคารได้นำหลักการออกแบบระบบมาใช้ควบคุมและดูแลตลอดกระบวนการ ตั้งแต่ขั้นตอนการยืนยันตัวตน การเสนอราคา การชำระเงิน การคุ้มครองข้อมูล ไปจนถึงระบบความปลอดภัยทางไซเบอร์และการตรวจสอบ เพื่อให้มั่นใจว่าความโปร่งใสและความปลอดภัยสามารถออกแบบได้จริง และสร้างความเชื่อมั่นที่ตรวจสอบได้ในทุกขั้นตอน
“เป้าหมายของเราไม่ใช่เพียงการสร้างแพลตฟอร์ม แต่คือการนำคุณค่าของทรัพย์สินแผ่นดินมาต่อยอดเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจและโอกาสใหม่ ๆ ให้กับประเทศไทย เพื่อขับเคลื่อนประเทศให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน”
เคาะราคาต่อเวลา ประเดิมเหรียญ 10 บาทในตำนาน
ด้านนายอัครุตม์ สนธยานนท์ อธิบดีกรมธนารักษ์ เปิดเผยเพิ่มเติมว่า กรมธนารักษ์มีภารกิจหลักในการเพิ่มมูลค่าและคุณค่าของสินทรัพย์แผ่นดินผ่านกลยุทธ์ "VALUE" สำหรับระบบ "Treasury Coin Market" ได้รับการต่อยอดมาจากระบบประมูลทรัพย์สินทางอิเล็กทรอนิกส์เดิม (เช่น ระบบประมูลที่ดิน) ที่เริ่มดำเนินงานมาตั้งแต่ปี 2563 แต่มีความแตกต่างที่สำคัญในระบบการเสนอราคา (Bidding Mechanism)
โดยระบบใหม่นี้จะไม่ใช้ระบบปิดประมูลตามเวลาตายตัวเหมือนระบบประมูลที่ดินเดิม แต่จะทำงานแบบ ระบบเคาะราคาเพื่อต่อเวลา (Count-up Bidding) โดยหากมีการเสนอราคาในนาทีสุดท้ายก่อนเวลาปิดประมูลที่กำหนด ระบบจะนับถอยหลังต่ออีก 1 นาที หากไม่มีการเคาะราคาสู้เพิ่มภายใน 1 นาทีนั้น ผู้เสนอราคาสูงสุดคนนั้นจะเป็นผู้ชนะ แต่หากมีการเคาะราคาเพิ่มขึ้นมา เวลาจะถูกยืดออกไปอีกครั้งละ 1 นาทีเรื่อย ๆ จนกว่าจะไม่มีผู้ใดสู้ราคาต่อ เพื่อเปิดโอกาสให้เกิดการเสนอราคาที่สะท้อนมูลค่าที่แท้จริงอย่างเป็นธรรมที่สุด
สำหรับการประมูลครั้งแรกในวันนี้ (24 ส.ค. 2569) กรมธนารักษ์ได้นำเหรียญระดับตำนานมาประมูลนำร่อง ได้แก่ เหรียญกษาปณ์หมวนเวียนชนิดราคา 10 บาท ปี พ.ศ. 2533 ซึ่งผลิตขึ้นมาเพียง 100 เหรียญในประวัติศาสตร์ โดยในอดีตเคยถูกนำไปแจกในนิทรรศการต่างประเทศเพียง 34 เหรียญ และเก็บรักษาไว้ในพิพิธภัณฑ์ของกองกษาปณ์ 8 เหรียญส่วนที่เหลือเก็บรักษาไว้โดยไม่มีการนำออกมาหมุนเวียนภายนอก
ซึ่งเหรียญที่นำมาประมูลในครั้งนี้ผ่านการประเมินมาตรฐานสภาพเหรียญในระดับสูงถึง MS66 คาดการณ์ว่าอาจมีการเสนอราคาประมูลระหว่าง 1 ถึง 2 ล้านบาท
นายอัครุตม์ ระบุว่า ในการประมูลวันแรกนี้ มีผู้ลงทะเบียนในระบบรวม 130 ราย โดยมีผู้ที่วางเงินประกันจำนวน 10,000 บาท และได้รับสิทธิ์ในการร่วมเสนอราคาจริงจำนวน 23 ราย สำหรับผู้ชนะการประมูลจะต้องชำระเงินให้เสร็จสิ้นภายใน 3 วันทำการ
ล่าสุดเมื่อเวลา 10.45 น. กรมธนารักษ์ ได้ผู้ชนะประมูลเหรียญกษาปณ์หมวนเวียนชนิดราคา 10 บาท ปี พ.ศ. 2533 ด้วยราคา 2,540,000 บาท ได้แก่ นายณัฐกร อัครมณี ประธานบริหารตลาดเดอะคอย "The Koi" จังหวัดนครนายก และผู้เชี่ยวชาญด้านการสะสมเหรียญ
ในส่วนของแผนการดำเนินงานในอนาคต กรมธนารักษ์ตั้งเป้าจะจัดประมูลเหรียญสะสมเป็นประจำทุกเดือน โดยจะจัดขึ้นทุกวันที่ 17 ของเดือน (หลังวันออกสลากกินแบ่งรัฐบาล 1 วัน) ซึ่งในเดือนถัดไปเตรียมเปิดประมูลเหรียญสะสมที่น่าสนใจเพิ่มเติม เช่น เหรียญทองคำปี พ.ศ. 2534 ในโอกาสครบรอบวันพระบรมราชสมภพพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 เหรียญสมเด็จย่า และเหรียญรางวัลเกียรติยศอื่น ๆ เพื่อกระตุ้นตลาดเหรียญสะสมของไทยอย่างต่อเนื่อง





