กรมประมงเดินหน้าเข้มมาตรการป้องกัน IUU Fishing รับ พ.ร.บ.ประมงใหม่ ชูเทคโนโลยีตรวจสอบย้อนกลับ สร้างความมั่นใจสินค้าไทยในตลาดโลก ดันมูลค่าส่งออกทะลุ 2.2 แสนล้านบาท
KEY POINTS
- กรมประมงเร่งปรับปรุงกฎหมายและบริหารจัดการกองเรือตามหลักวิทยาศาสตร์เพื่อแก้ปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย (IUU)
- นำเทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่น ระบบติดตามเรือ (VMS) และระบบรายงานอิเล็กทรอนิกส์ (ERS) มาใช้ในการควบคุมและเฝ้าระวังอย่างเต็มประสิทธิภาพ
- พัฒนาระบบตรวจสอบย้อนกลับตลอดสายการผลิตผ่านใบรับรองการจับสัตว์น้ำ ควบคู่กับการยกระดับสวัสดิภาพแรงงานประมง
- มาตรการทั้งหมดมุ่งสร้างความยั่งยืนและความเชื่อมั่น เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและส่งออกสินค้าประมงไทยสู่ตลาดโลก
กรมประมง เร่งเดินหน้ายกระดับการบริหารจัดการประมงไทยทั้งระบบ ปรับปรุงกฎหมายใหม่ ควบคุมกองเรือด้วยเทคโนโลยี และป้องกันการทำประมงผิดกฎหมาย (IUU) เพื่อสร้างความยั่งยืน เสริมความมั่นคงทางอาหาร และเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันสินค้าประมงไทยในตลาดโลก
นางฐิติพร หลาวประเสริฐ อธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า กรมประมง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ยังคงรักษามาตรฐานการป้องกันปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม (IUU Fishing) อย่างเต็มประสิทธิภาพ ควบคู่กับการปฏิบัติตามพันธกรณีระหว่างประเทศ ทั้งในฐานะรัฐเจ้าของธง รัฐชายฝั่ง และรัฐเจ้าของท่า โดยวางกรอบการดำเนินงานสำคัญดังนี้:
การปรับปรุงกฎหมาย: รองรับพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. 2558 พ.ศ. 2568 ซึ่งประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2568 (มีบทบัญญัติแก้ไข 71 มาตรา) กรมประมงเร่งรัดจัดทำกฎหมายลำดับรอง 23 ฉบับ เพื่อให้การบังคับใช้สอดคล้องกับบริบทปัจจุบัน
การบริหารจัดการทรัพยากรและกองเรือ: ใช้หลักวิทยาศาสตร์ประเมินค่าผลผลิตสูงสุดที่ยั่งยืน (MSY) กำหนดปริมาณสัตว์น้ำที่อนุญาตให้จับ (TAC) พร้อมเดินหน้าโครงการนำเรือประมงออกนอกระบบ ระยะที่ 3 ซึ่งคณะกรรมการนโยบายการประมงแห่งชาติเห็นชอบหลักเกณฑ์เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2569 เพื่อสร้างความสมดุลระหว่างกองเรือและทรัพยากร
ระบบติดตาม ควบคุม และเฝ้าระวัง: นำเทคโนโลยีทันสมัยมาใช้ อาทิ ระบบติดตามเรือประมง (VMS), ระบบรายงานอิเล็กทรอนิกส์ (ERS), ระบบติดตามอิเล็กทรอนิกส์ (EM) และพัฒนาระบบประเมินความเสี่ยงพร้อมคู่มือปฏิบัติงานมาตรฐาน (SOP)
การตรวจสอบย้อนกลับและคุ้มครองแรงงาน: เชื่อมโยงข้อมูลตลอดสายการผลิตผ่านใบรับรองการจับสัตว์น้ำ (Thailand’s Catch Certificate) พร้อมผลักดันเครือข่าย AN-IUU ในระดับอาเซียน ควบคู่กับการยกระดับสวัสดิภาพแรงงานประมงและใช้มาตรการรัฐเจ้าของท่า (PSMA) เข้มงวดในการตรวจเรือต่างชาติ
ทั้งนี้ จากข้อมูลห่วงโซ่อุปทานการประมง พบว่าภาคการประมงสร้างความมั่นคงทางอาหารโดยรองรับการบริโภคในประเทศกว่า 2.31 ล้านตัน (35 กิโลกรัมต่อคนต่อปี) และสามารถส่งออกผลิตภัณฑ์ประมงสู่ตลาดโลก ทั้งสหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น อาเซียน จีน และตะวันออกกลาง ได้มากกว่า 1.67 ล้านตัน คิดเป็นมูลค่ากว่า 2.23 แสนล้านบาท
“การป้องกัน IUU Fishing ไม่ใช่เพียงการบังคับใช้กฎหมาย แต่เป็นรากฐานสำคัญของการประมงที่ยั่งยืน และความเชื่อมั่นต่อสินค้าประมงไทยในตลาดโลก” อธิบดีกรมประมง กล่าวเน้นย้ำในตอนท้าย
การขับเคลื่อนมาตรการประมงรอบด้าน ทั้งการปรับปรุงกฎหมายและการนำนวัตกรรมมาใช้อย่างจริงจัง ไม่เพียงช่วยปกป้องทรัพยากรทางทะเลของประเทศให้ยั่งยืน แต่ยังเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นต่อผู้บริโภคทั่วโลก ตอกย้ำบทบาทของประเทศไทยในฐานะครัวของโลกอย่างแท้จริง





