“สีหศักดิ์”ประกาศความสำเร็จการทูตไทย! ชูสูตร “ผู้นำคลิกกัน” ดันเจรจาออสซี่-นิวซีแลนด์สำเร็จ 80% พร้อมเดินหน้า “การทูตเพื่อประชาชนในเชิงลึก”คุ้มกันและสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชนไทยในต่างแดน ด้าน “จุลพันธ์’”งัด FTA พ่วงปัญหารับแรงงานไทย รุกเจรจานิวซีแลนด์ลดสเปกภาษาอังกฤษเกษตร-เชฟ-หมอนวด เหลือแค่สื่อสารพื้นฐาน หวังขยายโควตาพุ่งเกิน 7.8 พันคนต่อปี ควบคู่ยกระดับสวัสดิการคนไทยต่างแดน
วันที่ 22 สิงหาคม 2569 ที่นครโอ๊คแลนด์ ประเทศนิวซีแลนด์ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และรมว.การต่างประเทศ เปิดเผยในงานกิจกรรมพบปะชุมชนคนไทยในนิวซีแลนด์ ว่า ขณะนี้สถานะของประเทศไทยในเวทีโลกปัจจุบันปรับตัวดีขึ้นอย่างชัดเจนจนสร้างความเชื่อมั่นให้กับนานาประเทศ เช่นเดียวกับทิศทางเศรษฐกิจไทยและบทบาทในเวทีต่าง ๆ กำลังดำเนินไปในทางที่มั่นคง แม้จะยังมีความท้าทายจากสถานการณ์ในประเทศเพื่อนบ้านที่ยังคงเป็นปัญหาอยู่บ้าง
ทั้งนี้ รัฐบาลสามารถเปิดความสัมพันธ์ใหม่กับประเทศเพื่อนบ้านอีกฝั่งหนึ่ง ซึ่งถือเป็นโอกาสสำคัญในการขยายความร่วมมือทางการทูตและการค้าระหว่างภูมิภาค โดยภารกิจด้านต่างประเทศถือเป็นเรื่องที่มีความสำคัญสูงควบคู่ไปกับภารกิจภายในประเทศ ซึ่งต้องอาศัยการขับเคลื่อนที่เข้มข้นจากทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในรัฐบาล
"หัวใจสำคัญของการดำเนินนโยบายต่างประเทศในปัจจุบันไม่ได้อยู่ที่ตัวนโยบายเพียงอย่างเดียวแต่อยู่ที่บทบาทและความสัมพันธ์ระหว่างผู้นำประเทศ ถ้าผู้นำคลิกกันหลายเรื่องมันก็สำเร็จไปเกือบ 80% และทุกประเทศที่ท่านได้ไปเยือนก็สังเกตได้ว่าสามารถสร้างสิ่งนี้คือความเป็นกันเอง ความสนิทสนม ความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างผู้นำโดยความสนิทสนมและไวเนื้อเชื่อใจกันระหว่างผู้นำในการหารือที่ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์เป็นปัจจัยที่ทำให้การเจรจาหลายเรื่องประสบผลสำเร็จตามเป้าหมาย" นายสีหศักดิ์ ระบุ
นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า ภารกิจหลักที่รัฐบาลจะละเลยไม่ได้คือการดูแลคุ้มครองคนไทยในต่างประเทศผ่านแนวทางการดำเนินงานที่เรียกว่าการทูตเพื่อประชาชนในเชิงลึก การทำงานในส่วนนี้ไม่ใช่เพียงแค่การอำนวยความสะดวกในเรื่องการทำหนังสือเดินทางหรือเอกสารราชการเท่านั้น แต่เป็นการเข้าถึงความเป็นอยู่ของพลเมือง
รัฐบาลมุ่งสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนชาวไทยในต่างแดนเพื่อให้ทุกคนสามารถใช้ชีวิตได้อย่างสุขสบายและพึ่งพาตนเองได้อย่างมั่นคงในสังคมต่างชาติ สิ่งสำคัญคือการส่งเสริมให้คนไทยมีความรู้ความเข้าใจในเรื่องกฎหมายของประเทศที่พำนักอยู่เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้ชีวิตและทำงาน
อย่างไรก็ดีกระทรวงการต่างประเทศให้ความสำคัญกับการสร้างรากฐานชุมชนให้แข็งแกร่งเพื่อให้คนไทยในต่างประเทศมีความเป็นอยู่ที่ดีและได้รับการดูแลอย่างทั่วถึง โดยสิ่งที่พยายามจะทำให้มากที่สุดคือการสร้างความเข้มแข็งให้แก่ชุมชนชาวไทย ให้อยู่สุขสบายสามารถดูแลตัวเองกันได้
ด้านนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่วว่า รัฐบาลพร้อมขับเคลื่อนการทำงานเพื่อประโยชน์ของประชาชนทุกคน แม้จะเป็นรัฐบาลที่ประกอบด้วยพรรคหลักเพียงสองพรรคแต่ยังคงเน้นสร้างความสามัคคีภายในเพื่อรับมือกับปัจจัยภายนอกที่ควบคุมไม่ได้อย่างความไม่แน่นอนของรัฐบาลสหรัฐอเมริกา
รัฐบาลพยายามสร้างความเข้มแข็งจากภายในเพื่อให้ประเทศสามารถต่อสู้กับภัยคุกคามภายนอกและสร้างความร่วมมือในระดับภูมิภาคอย่างอาเซียนรวมถึงประเทศคู่ค้าหลักอย่างออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ ทิศทางการทำงานของรัฐบาลเปรียบเสมือนกุญแจที่เปิดประตูโอกาสให้ภาคเอกชนและประชาชนสามารถตักตวงผลประโยชน์จากการเชื่อมโยงความสัมพันธ์ระหว่างผู้นำที่อยู่ในระดับที่ดีมากได้ทันที
นายจุลพันธ์ กล่าวว่า นโยบายด้านแรงงานของรัฐบาลมุ่งเน้นการยกระดับความร่วมมือกับนิวซีแลนด์ซึ่งปัจจุบันมีแรงงานไทยเดินทางเข้ามาทำงานในลักษณะแรงงานตามฤดูกาลในภาคการเกษตรเป็นหลักประมาณ 7,800 คนต่อปี กระทรวงแรงงานเตรียมนำประเด็นแรงงานเข้าไปเจรจาควบคู่กับการปรับปรุงหรือรีแวมพ์ข้อตกลงการค้าเสรีฉบับเดิมเพื่อเพิ่มโอกาสและคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของแรงงานไทยให้ครอบคลุมยิ่งขึ้น
“เราจะเอาเรื่องแรงงานไปเจรจารวมกับการอัปเดตตัว FTA เก่า แต่ว่าจะเอาเรื่องแรงงานผนวกเข้าไปด้วย ซึ่งเราก็จะพูดถึงเรื่องของการขยายโควต้า เราพูดถึงเรื่องของการดูแลสวัสดิภาพสวัสดิการให้กับพี่น้องแรงงาน ดูแลในเรื่องของการลดข้อจำกัดเช่นเรื่องของภาษา”
สำหรับแนวทางการเจรจาที่สำคัญคือการเสนอปรับลดข้อจำกัดด้านทักษะภาษาอังกฤษสำหรับแรงงานบางสาขาอาชีพอาทิภาคการเกษตร เชฟ และพนักงานนวด เพื่อสร้างความยืดหยุ่นในการจ้างงานมากขึ้น โดยจะเสนอให้ลดระดับความต้องการทางภาษาจากระดับวิชาการลงมาเป็นเพียงการสื่อสารขั้นพื้นฐานเพื่อให้สอดคล้องกับลักษณะการทำงานจริงและสร้างโอกาสการเข้าถึงงานที่กว้างขวาง
“ถ้าไม่ได้เรื่องภาษามากก็จะลดระดับลงจากระดับที่เป็น academic level ให้มันลดลงอยู่ในระดับที่เป็นแค่ basic communication ได้ไหม เพื่อสร้างโอกาสให้คนไทยมีโอกาสมายัง นิวซีแลนด์ให้ได้มากขึ้น ในขณะเดียวกันเราก็ต้องดูแลในเรื่องสวัสดิภาพสวัสดิการคนไทยที่อยู่ที่นี่ด้วย”



