"ธ.ก.ส." ตั้งเป้าพอร์ตสินเชื่อปีบัญชี 2569 เติบโต 30,000 ล้านบาท และยอดสินเชื่อรวมแตะระดับ 1.71 ล้านล้านบาท จากยอดปล่อยสินเชื่อที่จะเริ่มเร่งตัวขึ้นตั้งแต่เดือนก.ย.เป็นต้นไป เพื่อรองรับฤดูการผลิตข้าว-ข้าวโพดคิดเป็นกว่า 70-80% ของพอร์ตสินเชื่อทั้งหมด
นายไพศาล หงษ์ทอง รองผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ตั้งเป้าการเติบโตของพอร์ตสินเชื่อปีบัญชี 2569 (1 เม.ย.2569 – 31 มี.ค.2570) ไว้ที่ประมาณ 30,000 ล้านบาท โดยหากเป็นไปตามเป้า จะส่งผลให้พอร์ตสินเชื่อคงค้างรวมของธนาคารขยับขึ้นจากราว 1.67 ล้านล้านบาท ไปแตะระดับ 1.71 ล้านล้านบาท
โดยจากการดำเนินงานในช่วง 5 เดือนแรกของปีบัญชี (เม.ย. – ส.ค.2569) อัตราการเติบโตของสินเชื่อยังคง "ทรงตัว" เนื่องจากอยู่ในช่วงนอกฤดูกาลเพาะปลูกหลัก หรือช่วงฤดูเล็ก และจะเริ่มเข้าสู่ช่วงการปล่อยสินเชื่อรอบใหญ่อีกครั้งตั้งแต่เดือน ก.ย. เป็นต้นไป ตามรอบการผลิตของเกษตรกร
นายไพศาล ยังกล่าวด้วยว่า กลไกการบริหารสินเชื่อเกษตรกรรม จะต่างจากสินเชื่อเชิงพาณิชย์ทั่วไป โดยชี้แจงว่าตัวเลขเป้าหมายการเติบโตสุทธิที่ 30,000 ล้านบาทนั้น เป็นเพียงส่วนต่างปลายปี แต่ในความเป็นจริงมีปริมาณเงินหมุนเวียนในระบบที่สูงกว่านั้นมาก
“ตัวเลข 30,000 ล้านบาทนี้ ไม่ใช่ว่า ธ.ก.ส. ปล่อยกู้ใหม่แค่นั้น แต่มันมียอดหมุนเวียนจากการจ่ายสินเชื่อใหม่ และการรับชำระหนี้อยู่ประมาณ 300,000-400,000 ล้านบาท พอถึงจบรอบการผลิต เขาก็จะชำระคืนมา แต่พอเขาเริ่มผลิตใหม่ เขาก็กู้ใหม่ เพราะฉะนั้นมันก็เหมือนว่าของเก่ามันยุบลงไป แล้วเราก็เติมเข้าไป แต่ส่วนที่เราจะให้มันเติบโตสุทธิเพิ่มขึ้นคือ ประมาณ 30,000 ล้านบาท”
เตรียมปล่อยสินเชื่อใหม่ รับรอบฤดูผลิต “ข้าว-ข้าวโพด” ปลายปี
สำหรับแนวโน้มในช่วงที่เหลือของปีบัญชี นายไพศาล ระบุว่า พอร์ตสินเชื่อจะเริ่มเร่งตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญตั้งแต่ช่วงเดือน ก.ย. เป็นต้นไป เนื่องจากเป็นช่วงเวลาการเพาะปลูกพืชเศรษฐกิจหลักของประเทศ ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนที่สูงที่สุดในพอร์ตสินเชื่อของธนาคาร
“สินเชื่อของ ธ.ก.ส. ส่วนใหญ่ ไตรมาสที่ 1 กับไตรมาสที่ 2 จะไม่เยอะ เพราะไม่ใช่ฤดูผลิตหลัก ของเราจะไปหนักตอน ก.ย. เป็นต้นไป ซึ่งพอร์ตใหญ่ก็จะเป็นในเรื่องของ ข้าวโพด ข้าว ที่เป็นพืชหลักของเราที่ถือว่าเป็นสัก 70-80% ของพอร์ต”
ทั้งนี้ วงรอบการผลิตที่กำลังจะมาถึงประกอบด้วย ข้าวนาปรัง ที่จะเริ่มเพาะปลูกตั้งแต่เดือนก.ย. ตามด้วยรอบการเพาะปลูกใหญ่ของ ข้าวโพด ที่จะเกิดขึ้นในเดือนธ.ค.
ขณะที่พืชเศรษฐกิจอื่นๆ เช่น อ้อย จะเป็นการจ่ายเงินหมุนเวียนชำระ และกู้ใหม่เป็นระยะ โดยจะมียอดความต้องการสินเชื่อและการชำระคืนสูงในช่วงเดือนมี.ค. ส่วนพืชกลุ่มผลไม้ จะมีกิจกรรมทางการเงินที่หลากหลาย และกระจายตัวสม่ำเสมอตลอดทั้งปี
“ธ.ก.ส. ยืนยันว่าการเบิกจ่าย และการบริหารจัดการสินเชื่อในปัจจุบันยังคงดำเนินงานไปได้อย่างราบรื่นและเป็นไปตามแผนงานที่กำหนดไว้ เพื่อรองรับความต้องการเงินทุนของเกษตรกรในการขับเคลื่อนผลผลิตทางการเกษตรของประเทศต่อไปอย่างมั่นคง” นายไพศาล กล่าวในตอนท้าย
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์



