วันจันทร์ ที่ 31 สิงหาคม 2569

Login
Login

'ธ.ก.ส.' จับมือตำรวจไซเบอร์ ยกระดับ BAAC Fraud Alert 'เช็ค-ออน-แชท' ตรวจลิงก์-เบอร์ต้องสงสัย

"ธ.ก.ส." ร่วมมือกับ บช.สอท. ตำรวจไซเบอร์ ยกระดับบริการ "BAAC Fraud Alert" ป้องกันภัยจากมิจฉาชีพออนไลน์ เพิ่มฟีเจอร์ "เช็ค ออน แชท" บน LINE Official "BAAC Family" ให้ประชาชนสามารถตรวจสอบลิงก์และเบอร์โทรศัพท์ต้องสงสัย เน้นป้องกันเชิงรุกก่อนเกิดความเสียหาย โดยเฉพาะในกลุ่มเกษตรกรและผู้สูงอายุซึ่งเป็นเป้าหมายหลักของมิจฉาชีพ

21 ส.ค. 2569 ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ร่วมกับ กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) ยกระดับความปลอดภัยทางไซเบอร์ให้กับประชาชนต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ผ่านบริการ “BAAC Fraud Alert” ฟีเจอร์แจ้งเตือนภัยมิจฉาชีพบน LINE Official “BAAC Family” ให้ประชาชน "เช็ก - แจ้ง - เตือน" ภัยมิจฉาชีพได้ทุกที่ทุกเวลา

โดยการดำเนินงานในครั้งนี้มุ่งเปลี่ยนการรับมือหลังเกิดเหตุ ไปสู่การป้องกันก่อนเกิดความเสียหาย โดยเฉพาะกลุ่มเป้าหมายอย่างเกษตรกร ผู้สูงอายุ และประชาชนทั่วไปที่มีข้อจำกัดในการเข้าถึงแหล่งข้อมูลหรือมีความเสี่ยงต่อการถูกหลอกลวงผ่านออนไลน์

มุ่งสร้างภูมิคุ้มกัน ปกป้องเกษตรกรและผู้สูงอายุ

นายไพศาล หงษ์ทอง รองผู้จัดการ ธ.ก.ส. กล่าวว่า ปัจจุบันภัยออนไลน์มีรูปแบบที่ซับซ้อนมากยิ่งขึ้น ทั้งแก๊งคอลเซ็นเตอร์, SMS หลอกลวง, แอปพลิเคชันปลอม หรือการแอบอ้างเป็นหน่วยงานรัฐ โดยได้เน้นย้ำถึงเป้าหมายสำคัญของ ธ.ก.ส. ในฐานะธนาคารพัฒนาชนบทว่า

“ภารกิจของ ธ.ก.ส. วันนี้ ไม่เพียงให้ประชาชนเข้าถึงแหล่งทุนที่เหมาะสมเพียงอย่างเดียว แต่ทุกข์ของประชาชนและลูกค้าเราส่วนใหญ่ซึ่งเป็นเกษตรกรมีหลายเรื่อง หนึ่งในนั้นคือการตกเป็นเป้าหมายสำคัญที่มิจฉาชีพต้องการหลอกลวง ดังนั้น เราจึงต้องสร้างภูมิคุ้มกันขึ้น เพื่อให้เขาไม่ตกเป็นเหยื่อ เพราะเราเข้าใจว่า พี่น้องเกษตรกรหาเงินมาด้วยความยากลำบาก หากโดนหลอกลวงไปก็จะเป็นการซ้ำเติมพวกเขาให้เดือดร้อนยิ่งขึ้น"

นายไพศาล กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบัน LINE Official “BAAC Family” มีผู้ติดตามกว่า 15 ล้านคน หากธนาคารร่วมมือกับตำรวจไซเบอร์เร่งขยายผลสร้างความเข้าใจและกระจายเครื่องมือป้องกันนี้อย่างทั่วถึง จะสามารถช่วยป้องกันความสูญเสียในภาพรวมของประเทศได้อย่างมหาศาล

“การป้องกันเชิงรุก” คือหัวใจสำคัญ

ทางด้าน พล.ต.ต.ชัชปัณฑกาณฑ์ คล้ายคลึง รองผู้บัญชาการ บช.สอท. ระบุว่า อาชญากรรมทางเทคโนโลยีในปัจจุบันปรับตัวเร็วมาก มีการนำเทคโนโลยี AI หรือ Deepfake มาช่วยหลอกลวงเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ ภารกิจของ บช.สอท. จึงต้องขยายเข้าสู่การป้องกันเชิงรุกผ่านแพลตฟอร์มที่ประชาชนใช้งานเป็นประจำอยู่แล้ว โดย พล.ต.ต.ชัชปัณฑกาณฑ์ ได้ให้มุมมองที่สำคัญไว้ว่า

“ทุกวันนี้เงินอยู่ในกระเป๋าเรา ถ้าเราปลดพลาดเมื่อไหร่เงินออกทันที ดังนั้นการที่ ธ.ก.ส. ทำแบบนี้เรียกว่าเป็นการป้องกันเชิงรุก เปลี่ยนจากการปราบปรามเพียงอย่างเดียวเป็นการป้องกัน ช่วยไม่ให้ชาวบ้านต้องสูญเสียทรัพย์สินจากการถูกหลอกลวง สิ่งสำคัญที่สุดคือประชาชนต้องมีสติ ไม่หลงเชื่อข้อมูลที่สร้างความเร่งรีบหรือกดดัน และยึดหลัก ‘ไม่เชื่อ ไม่รีบ ไม่โอน และตรวจสอบก่อนทุกครั้ง’”

ทั้งนี้ การร่วมมือทำงานเชิงรุกร่วมกันอย่างใกล้ชิดและเรียลไทม์แบบนาทีต่อนาทีส่งผลให้ยอดความเสียหายรายวันจากคดีออนไลน์ในภาพรวมของประเทศลดลงอย่างมีนัยสำคัญ จากเดิมเฉลี่ยวันละ 74 ล้านบาท เหลือประมาณวันละ 30 ล้านบาทในช่วงที่ผ่านมา

โดยประชาชนทั่วไป เกษตรกร และผู้สูงอายุ สามารถเข้าใช้งานฟีเจอร์ตรวจสอบความเสี่ยงมิจฉาชีพผ่านระบบ “BAAC Fraud Alert” ได้ฟรีตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เพียงกดเพิ่มเพื่อนผ่านแอปพลิเคชัน LINE ค้นหาไอดี “BAAC Family” หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ธ.ก.ส. Contact Center โทร. 02 555 0555