วันศุกร์ ที่ 21 สิงหาคม 2569

Login
Login

‘ไทย–นิวซีแลนด์’ ตั้งเป้าการค้าเพิ่ม 3 เท่า เปิดเที่ยวบินตรงกรุงเทพฯ–โอ๊คแลนด์

วันนี้ (วันศุกร์ที่ 21 สิงหาคม 2569) เวลา 12.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นกรุงเวลลิงตัน ซึ่งเร็วกว่าประเทศไทย 5 ชั่วโมง ณ ทำเนียบผู้สำเร็จราชการแห่งนิวซีแลนด์ กรุงเวลลิงตัน ประเทศนิวซีแลนด์ นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ภายหลังเสร็จสิ้นหารือเต็มคณะ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และนายคริสโตเฟอร์ ลักซอน (The Right Honourable Christopher Luxon) นายกรัฐมนตรีนิวซีแลนด์ ร่วมลงนามในปฏิญญาร่วมว่าด้วยความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ระหว่างราชอาณาจักรไทยกับนิวซีแลนด์ และร่วมเป็นสักขีพยานในการลงนามเอกสารความร่วมมือ จำนวน 5  ฉบับได้แก่

นายกฯ ทั้งสองร่วมลงนามในปฏิญญาร่วมว่าด้วยความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ระหว่างราชอาณาจักรไทยกับนิวซีแลนด์ และร่วมเป็นสักขีพยานในการลงนามเอกสารความร่วมมือ จำนวน 4 ฉบับ ได้แก่ 

1.) ข้อตกลงว่าด้วยความร่วมมือด้านวัฒนธรรมระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งนิวซีแลนด์ และ 

2.) บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือระหว่างสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือนแห่งราชอาณาจักรไทย และ Education New Zealand ประเทศนิวซีแลนด์ 

3.) บันทึกข้อตกลงระหว่างสำนักงานตำรวจแห่งชาติและสำนักงานตำรวจนิวซีแลนด์ว่าด้วยความเป็นหุ้นส่วนและการแลกเปลี่ยนข้อมูลซึ่งกันและกัน

4.) ความตกลงของภาคเอกชน คือ บันทึกความเข้าใจระหว่างบริษัท Chata Instruments Company Limited กับบริษัท Aeroqual Limited

และ 5.) การลงนามความตกลงของภาคเอกชน คือ บันทึกความเข้าใจระหว่างบริษัท Chata Instruments Company Limited กับบริษัท Aeroqual Limited

หลังจากนั้นทั้งสองฝ่ายได้ร่วมแถลงข่าวภายหลังการหารือทวิภาคี โดยนายกรัฐมนตรีกล่าวแสดงความยินดีที่ได้เดินทางเยือนนิวซีแลนด์อย่างเป็นทางการ ในโอกาสครบรอบ 70 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างไทยกับนิวซีแลนด์ พร้อมระบุว่า การเยือนครั้งนี้ถือเป็นการเปิดบทใหม่ของมิตรภาพอันยาวนานของทั้งสองประเทศ โดยตนและนายกรัฐมนตรีลักซอนได้ลงนามในปฏิญญาร่วมว่าด้วยความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ (Joint Declaration on the Strategic Partnership) ซึ่งเป็นการยกระดับความสัมพันธ์ไทย–นิวซีแลนด์สู่ระดับที่สูงขึ้น

‘ไทย–นิวซีแลนด์’ ตั้งเป้าการค้าเพิ่ม 3 เท่า  เปิดเที่ยวบินตรงกรุงเทพฯ–โอ๊คแลนด์

การหารือครั้งนี้มีรัฐมนตรีสำคัญของทั้งสองฝ่ายเข้าร่วม และมุ่งเน้นความร่วมมือ 4 เสาหลัก ภายใต้แผนปฏิบัติการร่วมไทย–นิวซีแลนด์ ค.ศ. 2026–2030 (Joint Plan of Action 2026–2030) ซึ่งจะเป็นกรอบสำคัญในการขับเคลื่อนความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ให้เกิดผลเป็นรูปธรรมและสร้างประโยชน์แก่ประชาชนของทั้งสองประเทศ ได้แก่

ประการแรก ความร่วมมือด้านการเมืองและความมั่นคง ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะเสริมสร้างความร่วมมือในการรับมือกับอาชญากรรมข้ามชาติ การหลอกลวงออนไลน์ และการค้ามนุษย์ รวมถึงส่งเสริมการประสานงานและแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายของทั้งสองประเทศอย่างใกล้ชิดยิ่งขึ้น

ประการที่สอง ความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ การค้า และนวัตกรรม ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะขยายการค้าและการลงทุน โดยให้ความสำคัญกับนวัตกรรม ความมั่นคงทางอาหารและพลังงาน เศรษฐกิจสีเขียว เกษตรกรรมยั่งยืน และการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม พร้อมตั้งเป้าหมายเพิ่มมูลค่าการค้าสองฝ่ายเป็น 3 เท่า หรือ 7.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (หรือประมาณ 2.46 แสนล้านบาท) ภายในปี 2045 และจะร่วมกันพัฒนาความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจที่ใกล้ชิดไทย–นิวซีแลนด์ (Thailand–New Zealand Closer Economic Partnership: TNZCEP) เพื่อสร้างโอกาสใหม่แก่ภาคธุรกิจและประชาชนของทั้งสองประเทศ

‘ไทย–นิวซีแลนด์’ ตั้งเป้าการค้าเพิ่ม 3 เท่า  เปิดเที่ยวบินตรงกรุงเทพฯ–โอ๊คแลนด์

นายกรัฐมนตรี รู้สึกยินดีที่คณะผู้บริหารภาคธุรกิจชั้นนำของไทยได้ร่วมเดินทางมาในครั้งนี้ และได้พบหารือกับรัฐบาลและภาคธุรกิจนิวซีแลนด์ ซึ่งจะช่วยเปิดโอกาสในการแสวงหาความร่วมมือในสาขาใหม่ ๆ และส่งเสริมความเชื่อมโยงระหว่างภาคธุรกิจของทั้งสองประเทศให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

ประการที่สาม ความร่วมมือด้านการศึกษา วัฒนธรรม และความสัมพันธ์ระหว่างประชาชน ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะส่งเสริมความร่วมมือด้านการศึกษา การพัฒนาทักษะ นวัตกรรม และการเสริมสร้างขีดความสามารถ ตลอดจนกระชับความสัมพันธ์ด้านวัฒนธรรมและความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนให้ใกล้ชิดยิ่งขึ้น

ประการที่สี่ ความร่วมมือระดับภูมิภาคและพหุภาคี ทั้งสองประเทศจะทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดผ่านกรอบความร่วมมือลุ่มน้ำโขง กลไกที่อาเซียนเป็นแกนนำ รวมถึงเอเปค และเวทีระหว่างประเทศอื่น ๆ พร้อมแลกเปลี่ยนมุมมองต่อพัฒนาการในภูมิภาคและระหว่างประเทศ และยืนยันความสำคัญของระเบียบระหว่างประเทศที่มีกฎเกณฑ์เป็นพื้นฐานและระบบพหุภาคี ในการส่งเสริมสันติภาพ เสถียรภาพ ความสามารถในการรับมือกับความท้าทาย และการพัฒนาที่ยั่งยืน

นายกรัฐมนตรีกล่าวเพิ่มเติมว่า และนายกรัฐมนตรีลักซอนได้ร่วมเป็นสักขีพยานการลงนามในข้อตกลงว่าด้วยความร่วมมือด้านวัฒนธรรม และบันทึกความเข้าใจระหว่างสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือนของไทย กับ Education New Zealand รวมถึงยินดีต่อการลงนามบันทึกความเข้าใจเพื่อเสริมสร้างความร่วมมือด้านอาชีวศึกษาที่ได้มีขึ้นก่อนหน้านี้ในเดือนนี้

ในโอกาสครบรอบ 70 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูต นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ไทยและนิวซีแลนด์มุ่งหวังที่จะพัฒนาความเป็นหุ้นส่วนให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการเพิ่มความเชื่อมโยงระหว่างประชาชน ซึ่งน่ายินดีที่การบินไทยมีแผนกลับมาเปิดให้บริการเที่ยวบินตรงระหว่างกรุงเทพฯ และโอ๊คแลนด์อีกครั้ง โดยตั้งเป้าเริ่มให้บริการในเดือนมีนาคม 2570 ซึ่งจะช่วยสนับสนุนการท่องเที่ยว การค้า การลงทุน การศึกษา และการแลกเปลี่ยนระหว่างประชาชนของทั้งสองประเทศ

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ตลอดระยะเวลากว่า 7 ทศวรรษ มิตรภาพระหว่างไทยและนิวซีแลนด์ได้พัฒนาอย่างต่อเนื่อง และเมื่อความสัมพันธ์ได้รับการยกระดับสู่หุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์แล้ว เชื่อมั่นว่าความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศจะมีความใกล้ชิด ลึกซึ้ง และมีพลวัตมากยิ่งขึ้น พร้อมนำมาซึ่งประโยชน์และความเจริญรุ่งเรืองอย่างยั่งยืนแก่ประชาชนของทั้งสองประเทศและภูมิภาค

โอกาสนี้นายกรัฐมนตรียังได้ขอรับการสนับสนุนจากนิวซีแลนด์ ในการเข้าเป็นสมาชิก OECD ของไทย ซึ่งนายกรัฐมนตรีนิวซีแลนด์พร้อมให้การสนับสนุนเต็มที่

มากไปกว่านั้น ยังมีเรื่องน่ายินดีอีกเรื่องหนึ่งคือ การบินไทยมีแผนกลับมาเปิดให้บริการเที่ยวบินตรงระหว่างกรุงเทพฯ และโอ๊คแลนด์อีกครั้ง โดยตั้งเป้าเริ่มให้บริการในเดือนมีนาคม 2570 ซึ่งนายกรัฐมตรีกล่าวจะพยายามเร่งรัดให้เร็วกว่ากำหนด เพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยว การค้า การลงทุน การศึกษา และการแลกเปลี่ยนระหว่างประชาชนของทั้งสองประเทศ นางสาวรัชดา กล่าว

ด้านนายคริสโตเฟอร์ ลักซอน นายกรัฐมนตรีนิวซีแลนด์ ได้กล่าวต้อนรับคณะผู้แทนจากประเทศไทยอย่างเป็นทางการ พร้อมระบุว่าการพบปะหารือครั้งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งในวาระครบรอบ 70 ปี แห่งความสัมพันธ์ทางการทูต โดยนิวซีแลนด์มองว่าประเทศไทยเป็นเศรษฐกิจขนาดใหญ่และเป็นศูนย์กลางห่วงโซ่อุปทานที่สำคัญของอาเซียน ซึ่งเป็นประตูเชื่อมโยงไปสู่ตลาดผู้บริโภคกว่า 600 ล้านคน

ปัจจุบันมูลค่าการค้าระหว่างกันสูงเกือบ 5 พันล้านดอลลาร์นิวซีแลนด์ (ประมาณ 1.05 แสนล้านบาท) โดยตั้งเป้าเพิ่มมูลค่าการค้าให้เป็น 3 เท่าภายในปี 2588 ควบคู่ไปกับการยกระดับข้อตกลงการค้าเสรีนิวซีแลนด์-ไทยให้ทันสมัย นอกจากนี้ นิวซีแลนด์ยังให้ความสำคัญกับการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติและแก๊งคอลเซ็นเตอร์ พร้อมประกาศมอบเงินสนับสนุน 5 ล้านดอลลาร์นิวซีแลนด์ (ประมาณ 105 ล้านบาท) แก่สถาบันความร่วมมือลุ่มแม่น้ำโขงเพื่อส่งเสริมความเจริญรุ่งเรืองในภูมิภาค อีกทั้งยังมีการลงนามข้อตกลงเชิงพาณิชย์ฉบับใหม่ด้านเทคโนโลยีพลังงานสะอาด และการผลิตขั้นสูงรวมถึงเทคโนโลยีอวกาศอีกด้วย