กขค. เตรียมออกกฎเหล็กคุมเข้มแพลตฟอร์มเรียกรถและส่งอาหาร (Ride-hailing & On-demand Delivery) หลังพบสภาพตลาดกึ่งผูกขาด “Duopoly” ทำไรเดอร์-ร้านค้ากระอัก เตรียมเปิดฟังความเห็นร่างข้อกำหนดมาตรฐานการให้บริการฯ ถึง 31 ส.ค. นี้ มุ่งสร้างสนามแข่งขันที่เท่าเทียม คาดใช้จริงต้นก.ย.นี้
นางวรวรรณ ชิตอรุณ กรรมการการแข่งขันทางการค้า (กขค.) ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการกำหนดแนวทางและแผนปฏิบัติการเกี่ยวกับสภาพการแข่งขันในตลาดเรียกรถโดยสารบนแพลตฟอร์ม เปิดเผยภายหลังการประชุม ว่า ที่ประชุมมีมติเห็นชอบร่างเอกสารหลักการ “ข้อกำหนดมาตรฐานการให้บริการในระบบนิเวศแพลตฟอร์มดิจิทัล บริการเรียกรถโดยสาร และบริการจัดส่งออนดีมานด์” เพื่ออุดช่องว่างทางกฎหมายและสร้างความเป็นธรรมในอุตสาหกรรม
ทั้งนี้ ธุรกิจ Food Delivery และ Ride-hailing เติบโตอย่างรวดเร็วโดยเฉพาะหลังยุคโควิด-19 โดยคาดการณ์ว่าในปี 2572 มูลค่าตลาด Ride-hailing ในไทยจะทะยานสูงถึง 49,000 ล้านบาท และปัจจุบันมีไรเดอร์ที่อยู่ในตลาดธุรกิจบริการเรียกรถโดยสารผ่านแอปพลิเคชัน มีมากกว่า 400,000 ราย สะท้อนให้เห็นถึงการเติบโตอย่างรวดเร็วในธุรกิจดังกล่าว
โดยตลอด 3 ปีที่ผ่านมา ตลาดธุรกิจบริการเรียกรถโดยสารผ่านแอปพลิเคชันและบริการจัดส่งออนดีมานด์ (อาทิ Food Delivery) ในไทยเปลี่ยนแปลงต่อเนื่อง หลังผู้ให้บริการรายใหญ่บางรายยุติกิจการในไทย ทำให้สภาพตลาดกระจุกตัวสูง โดยมีผู้เล่นรายใหญ่เพียงสองราย (Duopoly)
ทั้งยังพบประเด็นที่อาจส่งผลกระทบต่อการแข่งขันในตลาดธุรกิจบริการเรียกรถโดยสารผ่านแอปพลิเคชัน และบริการจัดส่งออนดีมานด์ เช่น โครงสร้างค่าธรรมเนียม (GP) ที่ไม่เป็นธรรม ปัญหาระบบอัลกอริทึม เช่น การบังคับใช้ระบบพ่วงงาน (Batching) ที่บังคับให้ไรเดอร์รับงานสองร้านและส่งสองที่พร้อมกันแต่กลับปรับลด ค่ารอบลง
ปัญหาระบบจัดลำดับงานที่เอื้อไรเดอร์ระดับสูง ปัญหาความคลาดเคลื่อนของระบบ GPS ที่ทำให้ระยะทางไม่ตรงกับความเป็นจริง และการใช้ Dark Patterns ทำให้ผู้ใช้งานเข้าใจผิด
นอกจากนี้ ยังพบความเหลื่อมล้ำด้านต้นทุนระหว่างแท็กซี่สาธารณะที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเข้มงวดกับรถส่วนบุคคลที่นำมาให้บริการผ่านแพลตฟอร์ม จนอาจก่อให้เกิด "สนามแข่งขันที่ไม่เท่าเทียม"
นางวรวรรณ กล่าวว่า จากการติดตามผลบังคับใช้ "ไกด์ไลน์ Food Delivery" ตั้งแต่ปี 2563 พบว่ามีเรื่องร้องเรียนสะสมถึง 17 เรื่อง และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยประเด็นหลักที่ส่งผลกระทบต่อร้านค้าและไรเดอร์ เพื่อให้ครอบคลุมทั้งบริการรับส่งคน สินค้า และอาหาร กขค. จึงเตรียมกำหนดมาตรฐานใหม่ ประกอบด้วย คุมการเก็บ GP ค่าโฆษณา และค่าโปรโมชัน
ห้ามการบังคับใช้ Exclusive Dealing หรือการบังคับให้ตั้งราคาเท่ากันทุกช่องทาง (Rate Parity) ห้ามใช้ Dark Patterns ลวงผู้บริโภค และห้ามจัดลำดับบริการของตนเองก่อน (Self-preferencing) และกำหนดเกณฑ์ความปลอดภัยของรถและไรเดอร์ รวมถึงการเปิดเผยข้อมูลการบริการอย่างโปร่งใส
นางวรวรรณ กล่าวว่า กขค. ขอเชิญชวนผู้ประกอบการ ร้านค้า ไรเดอร์ และประชาชนทั่วไป ร่วมแสดงความคิดเห็นต่อร่างข้อกำหนดดังกล่าวได้ตั้งแต่วันนี้ ถึง 31 ส.ค. 2569 ผ่านเว็บไซต์ www.tcct.or.th หรืออีเมล [email protected]
โดยสำนักงาน กขค. จะรวบรวมข้อมูลเพื่อปรับปรุงหลักเกณฑ์ให้สมบูรณ์ที่สุด และคาดว่าจะประกาศใช้จริงได้ภายในสิ้นเดือน ก.ย. นี้ เพื่อยกระดับเศรษฐกิจแพลตฟอร์มไทยให้โปร่งใสและเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย



