วันพุธ ที่ 19 สิงหาคม 2569

Login
Login

'พิพัฒน์' เร่ง กทพ.แจงความสำคัญเดินหน้า 'ทางด่วนชั้น 2'

“พิพัฒน์” โยนการทางพิเศษฯ แจงความสำคัญเดินหน้า “ทางด่วนชั้นที่ 2” หลังสหภาพฯ และสภาผู้บริโภคร่วมยื่นค้าน ระบุโครงการจะเดินหน้าต้องรอบคอบทั้งประโยชน์ผู้ใช้ทาง - เงื่อนไขสัมปทานให้ชัด รัฐและประชาชนต้องไม่เสียประโยชน์

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยถึงกรณีสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (สร.กทพ.) ร่วมกับสภาองค์กรของผู้บริโภค และชาวบ้าน ยื่นหนังสือต่อนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เพื่อขอให้ยุติการก่อสร้างโครงการระบบทางด่วนชั้นที่ 2 (Double Deck) บนทางพิเศษศรีรัช ช่วงพระราม 9-  งามวงศ์วาน เนื่องจากมีข้อกังวลต่อผลกระทบด้านความปลอดภัย

โดยประเด็นที่ประชาชนออกมายื่นหนังสือคัดค้านนั้น ส่วนตัวมองว่าเป็นเรื่องปกติ เพราะโครงการดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการพิจารณาถึงความคุ้มค่าและประโยชน์ที่จะเกิดขึ้น โดยเฉพาะประเด็นว่าหากมีการยกระดับทางด่วนขึ้นไปเป็นทางด่วน 2 ชั้นแล้ว ผู้ใช้ทางจะได้รับประโยชน์อย่างไรบ้าง ดังนั้นเรื่องนี้คงต้องขอให้การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) เร่งชี้แจงความจำเป็นของโครงการและประโยชน์ที่จะเกิดขึ้น

อย่างไรก็ดี ที่ผ่านมากระทรวงคมนาคมได้หารือ กทพ.เกี่ยวกับประเด็นหากดำเนินโครงการแล้วจะเกิดประโยชน์อะไรขึ้นบ้าง และภาครัฐจะต้องชดเชยหรือให้สิทธิประโยชน์แก่เอกชนในส่วนใด รวมถึงเงื่อนไขที่จะต้องมีการปรับเปลี่ยนหรือเพิ่มเติมกับผู้รับสัมปทานเป็นอย่างไร ซึ่งขณะนี้ยังไม่ได้รับรายละเอียดในส่วนดังกล่าวอย่างครบถ้วน จึงยังไม่สามารถสรุปได้ว่าโครงการจะมีความเหมาะสมและคุ้มค่ามากน้อยเพียงใด

“สิ่งสำคัญหลังจากนี้ คือ การทางฯ จะต้องชี้แจงทำความเข้าใจกับกลุ่มที่ออกมาคัดค้านโครงการ ไม่ว่าจะเป็นสหภาพแรงงาน หรือประชาชนที่พักอาศัยอยู่บริเวณใต้แนวทางด่วน ต้องชี้แจงให้เห็นว่าผลกระทบที่จะเกิดขึ้นมีอะไรบ้าง และมีมาตรการชดเชยหรือเยียวยาอย่างไร และมีข้อกังวลเรื่องใด เพื่อนำรายละเอียดทั้งหมดมาพิจารณาร่วมกันและหาแนวทางที่เหมาะสม”

นายพิพัฒน์ กล่าวด้วยว่า โครงการนี้ต้องพิจารณาแนวทางโดยรัฐไม่เสียประโยชน์มากเกินไป ทำแล้วผลตอบแทนของรัฐก็ต้องสมเหตุสมผล เอกชนไม่ควรได้ประโยชน์ไปฝ่ายเดียว สำคัญที่สุดคือผู้ใช้ถนนต้องได้รับประโยชน์สูงสุด หาก 3 ส่วน คือ รัฐ เอกชน และผู้ใช้ทางหาทางออกร่วมกัน ก็เชื่อว่าโครงการจะเดินหน้าไปได้ สามารถตอบคำถามทุกฝ่ายที่ออกมาคัดค้าน

สำหรับความเห็นส่วนตัวในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม การผลักดันโครงการนี้จะเกิดขึ้นหรือไม่ คงต้องย้อนกลับไปถึงบทบาทของกระทรวงคมนาคม ต้องพิจารณาว่ากระทรวงคมนาคมมีหน้าที่อะไร ภารกิจสำคัญคือการบริหารจัดการระบบคมนาคมให้ประชาชนเดินทางได้อย่างสะดวก และช่วยลดปัญหาความแออัดด้านการจราจร ดังนั้น จึงต้องพิจารณาต่อไปว่าการยกระดับทางด่วนขึ้นไปอีกชั้นจะสามารถช่วยลดความแออัดของการจราจรได้จริงหรือไม่ และรัฐจะสูญเสียผลประโยชน์มากน้อยเพียงใด

นายพิพัฒน์ กล่าวอีกว่า หากท้ายที่สุดมีการเดินหน้าโครงการ ผู้ที่จะดำเนินการยกระดับทางด่วนเป็นชั้นที่ 2 จะต้องจัดทำแผนด้านความปลอดภัยอย่างละเอียดและเสนอให้กระทรวงคมนาคมพิจารณา โดยต้องแสดงให้เห็นว่าจะดูแลความปลอดภัยของประชาชน ผู้ใช้ทาง และผู้ที่พักอาศัยอยู่บริเวณใต้แนวทางด่วนอย่างไร เนื่องจากเรื่องความปลอดภัยถือเป็นประเด็นที่กระทรวงคมนาคมให้ความสำคัญอย่างมาก