วันอังคาร ที่ 1 กันยายน 2569

Login
Login

กุ้งไทยปีนี้ทรงตัว 2.5 แสนตัน โรคระบาดพ่นพิษ วอนรัฐช่วยด่วน

สมาพันธ์การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำไทย คาดผลผลิตกุ้งปีนี้ทรงตัวที่ 2.5 แสนตัน เหตุโรคระบาดเรื้อรัง ยันปลาหมอคางดำไม่กระทบฟาร์มปิด วอนรัฐเร่งเยียวยา

KEY POINTS

  • คาดการณ์ผลผลิตกุ้งไทยปีนี้จะทรงตัวอยู่ที่ 2.5 แสนตัน ไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้
  • ปัญหาหลักที่ทำให้ผลผลิตไม่เพิ่มขึ้นคือการระบาดรุนแรงของโรคกุ้ง โดยเฉพาะโรคขี้ขาว (EHP) โรคตัวแดง (WSSV) และโรคตายด่วน (EMS)
  • สมาพันธ์ฯ เรียกร้องให้ภาครัฐเร่งเข้ามาช่วยเหลือแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างอย่างเร่งด่วน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน

สมาพันธ์การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำไทย คาดการณ์ผลผลิตปีนี้จะทรงตัวอยู่ที่ 2.5 แสนตัน ไม่เป็นไปตามเป้าหมาย จากปัญหาโรคระบาดรุนแรง พร้อมย้ำปลาหมอคางดำไม่ส่งผลกระทบฟาร์มปิด แต่วอนภาครัฐเร่งเข้าช่วยเหลือเชิงโครงสร้างด่วน

กุ้งไทยปีนี้ทรงตัว 2.5 แสนตัน โรคระบาดพ่นพิษ วอนรัฐช่วยด่วน

นายบรรจง นิสภวาณิชย์ ประธานสมาพันธ์การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำไทย และที่ปรึกษาสมาคมกุ้งไทย เปิดเผยว่า สถานการณ์การเลี้ยงกุ้งในปีนี้คาดว่าผลผลิตกุ้งจะทรงตัวอยู่ที่ 2.5 แสนตัน ถือว่าไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่ต้องการให้ผลผลิตเกิน 2.5 แสนตันขึ้นไป จากสถานการณ์การระบาดของโรคกุ้ง ยังคงเป็นปัญหาหลักที่ทำให้ไทยไม่สามารถเพิ่มผลผลิตกุ้งในประเทศได้ โดยเฉพาะโรคขี้ขาว (EHP) โรคตัวแดง(WSSV) และโรคตายด่วน (EMS) ซึ่งความรุนแรงในขณะนี้เกิดจากการรวมตัวของเชื้อหลายชนิด เช่น การติดเชื้อ EHP ร่วมกับ EMS ส่งผลให้เกิดความเสียหายต่อเกษตรกรและทำให้ภาพรวมผลผลิตยังไม่ขยับขึ้น

 “โรคกุ้งเป็นปัญหาหลักที่เราเจออย่างต่อเนื่อง ตัวเลขผลผลิตกุ้งในปีนี้ คาดการณ์ว่าจะใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมาที่ประมาณ 2.5 แสนตัน อย่างไรก็ตาม ในช่วงปลายปีอาจเห็นผลผลิตขยับตัวขึ้นได้เล็กน้อย จากการที่เกษตรกรเริ่มปรับปรุงวิธีการจัดการฟาร์ม และการเลือกใช้สายพันธุ์กุ้งที่เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมในแต่ละพื้นที่มากขึ้น ประกอบกับความต้องการของตลาดภายในประเทศที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น”

ส่วนการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ ยืนยันว่าไม่ได้ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมการเลี้ยงกุ้งภาพรวม เนื่องจากเกษตรกรส่วนใหญ่ใช้ระบบการเลี้ยงแบบโมโนคัลเจอร์” (Monoculture) หรือการเลี้ยงสัตว์สายพันธุ์เดียว และเป็นระบบฟาร์มปิดที่มีการป้องกันอย่างดี โดยมีการใช้ระบบกรองน้ำ เช่น มุ้งเขียวขนาด 26 ตาตารางนิ้ว ซึ่งเพียงพอที่จะป้องกันไม่ให้ปลาหมอคางดำหลุดรอดเข้าไปในบ่อเลี้ยงได้

"ปัญหาปลาหมอคางดำอาจส่งผลกระทบเฉพาะในกลุ่มนาธรรมชาติ ที่มีการเปิด-ปิดน้ำตามธรรมชาติ แต่หากมองในภาพรวมระดับจังหวัด ข้อมูลยังระบุว่าจำนวนผู้ลงทะเบียนเลี้ยงกุ้งและผลผลิตไม่ได้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญอย่างที่เป็นกระแส ซึ่งข้อมูลจากกรมประมง ระบุว่า ปี 2568 จังหวัดสมุทรสาครมีพื้นที่เลี้ยงกุ้งเพิ่มขึ้นเป็น 24,491 ไร่ ให้ผลผลิต 11,303 ตัน จากปี 2563 ที่พื้นที่ 20,837 ไร่ ให้ผลผลิต 11,440 ตัน ในจังหวัดสมุทรสงคราม ปี 2568 มีพื้นที่ 24,591 ไร่ ผลผลิต 3,678 ตัน จากปี 2563 มีพื้นที่ 17,843 ไร่ ผลผลิต 3,579 ตัน"

อย่างไรก็ตาม ทางสมาพันธ์ยังคงติดตามความคืบหน้าด้านความช่วยเหลือจากภาครัฐ ตามที่สมาคมได้ยื่นหนังสือและติดตามมาตรการช่วยเหลือเกษตรกร โดยการผลักดันการยกระดับการแก้ปัญหากุ้งเป็นวาระแห่งชาติ ซึ่งเป็นการแก้ปัญหาในเชิงโครงสร้างทั้งระบบ เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมกุ้งอย่างยั่งยืน แต่ยังไม่ได้รับการตอบสนองเท่าที่ควร ทำให้อุตสาหกรรมกุ้งไทยเสียโอกาสในการฟื้นตัว ในขณะที่อุตสาหกรรมกุ้งโลกขยายตัวต่อเนื่อง แต่อุตสาหกรรมกุ้งไทยกลับติดอยู่ในภาวะทรงตัวและถดถอย หากไม่ดำเนินการมาตรการ อย่างเป็นรูปธรรมจากภาครัฐ อาจจะส่งผลให้อุตสาหกรรมกุ้งไทยล่มสลายในที่สุด