วันพุธ ที่ 19 สิงหาคม 2569

Login
Login

ฟื้น ‘ดิวตี้ฟรีขาเข้า’ ทอท. เล็งหารือ ‘คิงเพาเวอร์’ บริหาร

“คมนาคม” ฟื้นบริการ “ดิวตี้ฟรีขาเข้าสนามบิน” หลังยกเลิกเมื่อปี 2567 ขณะที่ ทอท. รับทำหนังสือถึง สศค. แจงเลิกดิวตี้ฟรีกระทบบริการผู้โดยสาร เล็งหารือ “คิงเพาเวอร์” ผู้ได้รับสิทธิเดิม เพื่อกำหนดแนวทางกลับมาให้บริการทันที ไม่จำเป็นต้องเริ่มต้นสิทธิใหม่ทั้งหมด พร้อมเจรจาค่าตอบแทนให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน

นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า กรณีสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กระทรวงการคลัง มีแนวคิดให้ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. นำกิจการร้านค้าปลอดอากร (ดิวตี้ฟรี) กลับมาให้บริการในส่วนของขาเข้าอาคารผู้โดยสาร หลังจากที่มติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้ยกเลิกบริการดังกล่าวไปเมื่อปี 2567 โดยเบื้องต้นกระทรวงคมนาคมจะเร่งหารือกระทรวงการคลังและ ทอท.

“แนวคิดรื้อฟื้นดิวตี้ฟรีขาเข้า ไม่ได้มุ่งเพียงเรื่องการจำหน่ายสินค้า แต่ต้องการใช้พื้นที่และกิจกรรมภายในสนามบินเพื่อบริหารจัดการผู้โดยสารระหว่างพักคอยในขั้นตอนตรวจคนเข้าเมือง บางช่วงเวลามีเที่ยวบินเดินทางเข้าประเทศพร้อมกันเป็นจำนวนมาก เกิดความหนาแน่นและใช้เวลารอค่อนข้างนาน ดังนั้นการเพิ่มบริการร้านค้า ร้านอาหาร พื้นที่ช็อปปิ้งและการแสดงดนตรี จะเป็นกิจกรรมที่ทำให้ผู้โดยสารเลือกบริการและลดความแออัดได้”

ทั้งนี้ ประเด็นสำคัญที่ต้องพิจารณามีอย่างน้อย 2 ส่วน ได้แก่ การทบทวนมติ ครม. เดิมที่เกี่ยวข้องกับการยกเลิกหรือระงับดิวตี้ฟรีขาเข้า และข้อกฎหมายหรือเงื่อนไขตามสัญญาที่เกี่ยวข้องกับผู้ประกอบการเดิม ซึ่งจำเป็นต้องตรวจสอบให้ชัดเจนว่า การยกเลิกบริการดังกล่าวในอดีตเป็นเพียงมาตรการทดลองตามกรอบเวลาที่กำหนดไว้2 ปี หรือเป็นการยกเลิกโดยมีผลผูกพันในระยะยาว และกระบวนการหลังจากนี้จะดำเนินการอย่างไร

“ต้องไปดูข้อกฎหมายและรายละเอียดของมติ ครม.เดิมให้ชัดเจนก่อน เพราะเรื่องนี้เกี่ยวข้องทั้งกับมติ ครม.เดิมและสัญญาที่ทำไว้ หากเป็นเพียงการทดลองยกเลิกบริการเพียง 2 ปี ก็ต้องพิจารณาว่าหลังครบระยะเวลาทดลองแล้วสามารถทบทวนและดำเนินการต่อในรูปแบบใดได้บ้าง”

นางสาวปวีณา จริยฐิติพงศ์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. กล่าวว่า ปัจจุบัน ทอท.อยู่ระหว่างศึกษาและจัดทำข้อเสนอเพื่อขอให้บริการดิวตี้ฟรีขาเข้ากลับมาบริการอีกครั้ง หลังจากยกเลิกไปตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค.2567 ซึ่งเหตุผลของการยกเลิกในขณะนั้นเพื่อส่งเสริมให้ผู้โดยสารที่เดินทางเข้าไทยหันมาซื้อสินค้าในประเทศ และสร้างการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้น

อย่างไรก็ดี หลังยกเลิกบริการดิวตี้ฟรีขาเข้าทอท.ได้รับความคิดเห็นและข้อร้องเรียนจากผู้โดยสารอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะความต้องการให้ดิวตี้ฟรีขาเข้ากลับมาเปิดบริการอีกครั้ง ขณะที่ผลสำรวจความพึงพอใจและการประเมินระดับการให้บริการ พบว่าการขาดบริการบางประเภทที่ผู้โดยสารคาดหวัง ส่งผลต่อระดับการให้บริการของสนามบินเมื่อเทียบกับมาตรฐานสนามบินชั้นนำของโลก รวมถึงกระทบต่อรายได้ของ ทอท.ด้วย

“จากการยกเลิกดิวตี้ฟรีขาเข้า พบว่าผู้โดยสารบางส่วนซื้อสินค้าจากประเทศต้นทางก่อนเดินทางกลับไทย ทำให้เม็ดเงินบางส่วนไหลออกไปต่างประเทศ แทนที่จะเกิดการใช้จ่ายภายในประเทศ จึงเห็นว่าการนำดิวตี้ฟรีขาเข้ากลับมาพิจารณาอีกครั้ง นอกจากช่วยเพิ่มรายได้แล้ว ยังเป็นส่วนหนึ่งของการยกระดับประสบการณ์ผู้โดยสารและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของท่าอากาศยานไทย”

นางสาวปวีณา กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมา ทอท.ทำหนังสือถึง สศค.หลายฉบับ เพื่อเสนอแนวทางและขอให้พิจารณาการนำบริการดิวตี้ฟรีขาเข้ากลับมา โดยล่าสุดได้ทำหนังสือไปเมื่อวันที่ 14 ส.ค. 2569 ส่วนจะเสนอให้ ครม.พิจารณาหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับอำนาจและดุลยพินิจของ สศค.และกระทรวงการคลัง

สำหรับรูปแบบที่ ทอท.อยู่ระหว่างศึกษามี 2 แนวทาง ได้แก่ Pick-up Counter สำหรับผู้โดยสารที่สั่งซื้อสินค้าล่วงหน้าและมารับสินค้าที่สนามบิน และรูปแบบร้านดิวตี้ฟรีขาเข้าที่ผู้โดยสารสามารถเดินเข้าร้านและเลือกซื้อสินค้าได้ทันที โดย Pick-up Counter เป็นบริการที่สนามบินหลายแห่งทั่วโลกมีให้บริการ แต่ท่าอากาศยานของไทยยังไม่มี จึงเป็นอีกทางเลือกที่ ทอท.ต้องการนำมาพิจารณาเพื่อเพิ่มความสะดวกให้ผู้โดยสาร

อย่างไรก็ตาม หากได้รับอนุมัติให้กลับมาเปิดบริการ รูปแบบอาจไม่เหมือนเดิมทั้งหมด เนื่องจากหลังยกเลิกดิวตี้ฟรีขาเข้า ทอท.ได้นำพื้นที่บางส่วนไปใช้ประโยชน์ด้านอื่นแล้ว จึงต้องพิจารณาการจัดสรรพื้นที่และรูปแบบการให้บริการให้เหมาะสมกับสภาพปัจจุบัน 

ส่วนสิทธิของผู้ประกอบการดิวตี้ฟรีขาเข้าตามสัญญาเดิมยังคงอยู่ การหยุดหรือยกเลิกการให้บริการที่ผ่านมาไม่ได้ทำให้สิทธิดังกล่าวสิ้นสุดลง หากภาครัฐเห็นชอบให้กลับมาเปิดบริการ ทอท.สามารถหารือกับผู้ได้รับสิทธิเดิมเพื่อกำหนดแนวทางกลับมาให้บริการได้ โดยไม่จำเป็นต้องเริ่มต้นสิทธิใหม่ทั้งหมด

ทั้งนี้ การยกเลิกครั้งก่อนอาจทำให้ผู้ประกอบการมีต้นทุนจากการรื้อร้านและสินค้าคงเหลือ ทอท.จึงต้องหารือถึงรูปแบบการดำเนินงานที่เหมาะสม โดยคำนึงถึงประโยชน์และการอำนวยความสะดวกแก่ผู้โดยสารเป็นหลัก

สำหรับค่าตอบแทน ทอท.ยืนยันว่าไม่ได้จ่ายเงินชดเชยหรือค่าเสียหายให้ผู้ประกอบการโดยตรงจากการยกเลิกดิวตี้ฟรีขาเข้า แต่เมื่อรูปแบบการประกอบกิจการและการใช้พื้นที่เปลี่ยนแปลงไป จึงมีการคำนวณค่าตอบแทนใหม่ให้สอดคล้องกับเงื่อนไขและบริบทของสัญญา ซึ่งถือเป็นการบริหารสัญญาตามปกติของ ทอท.