"สีหศักดิ์" เผยทิศทางความร่วมมือไทย-ออสเตรเลีย ยกระดับหุ้นส่วนเศรษฐกิจ ตั้งเป้าขยายมูลค่าการค้าเพิ่ม 3 เท่า มุ่งเน้นเทคโนโลยีเกษตร-พลังงานสะอาด พร้อมหารือเรื่องแร่หายากหนุนเซมิคอนดักเตอร์-EV ไทย
KEY POINTS
- ไทยและออสเตรเลียตั้งเป้ายกระดับความสัมพันธ์เป็นหุ้นส่วนเศรษฐกิจเต็มรูปแบบ และเพิ่มมูลค่าการค้าระหว่างกัน
- ส่งเสริมความร่วมมือด้านการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด โดยออสเตรเลียเป็นแหล่งแร่หายาก (Rare Earth) ที่สำคัญต่ออุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าและแบตเตอรี่ของไทย
- ขยายความร่วมมือด้านเกษตรเทคโนโลยี (Ag-Tech) และเศรษฐกิจดิจิทัล โดยไทยมุ่งดึงดูดการลงทุนด้าน AI จากออสเตรเลีย
- กระทรวงการต่างประเทศพร้อมสนับสนุนภาคเอกชนไทยในการขยายการลงทุนในออสเตรเลีย เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจ
เมื่อวันที่ 18 ส.ค.ที่ผ่านมา ณ นครซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยระหว่างเดินทางเยือนประเทศออสเตรเลียร่วมกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และคณะว่าในเรื่องความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างไทยและออสเตรเลียนี้เป็นการให้ความสำคัญกับความร่วมมือหลายด้านรวมทั้งมิติการทูตเศรษฐกิจซึ่งทั้งสองประเทศได้มีการจัดทำคำแถลงระหว่างผู้นำเพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์ไปสู่การเป็นหุ้นส่วนเศรษฐกิจอย่างเต็มรูปแบบ
นายสีหศักดิ์ระบุว่า หนึ่งในเป้าหมายหลักของไทยและออสเตรเลียคือการเพิ่มพูนมูลค่าการค้าระหว่างกันให้เพิ่มขึ้นซึ่งเป็นการต่อยอดจากความสำเร็จในอดีตที่มูลค่าการค้าระหว่างสองประเทศเคยขยายตัวมาแล้ว 3 เท่าจากการใช้ประโยชน์จากข้อตกลงเขตการค้าเสรี (FTA)
โดยที่ผ่านมาไทยและออสเตรเลียมีสาขาความร่วมมือที่สำคัญหลายด้านได้แก่ ด้านเกษตรกรรมและอาหาร ที่มุ่งเน้นความร่วมมือในด้านเทคโนโลยีการเกษตร (Ag-Tech) และเกษตรอัจฉริยะ (Smart Agriculture) โดยออสเตรเลียมีจุดแข็งด้านวัตถุดิบและเทคโนโลยีที่จะช่วยไทยในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าอาหารของไทย
นอกจากนี้ยังมีโอกาสในการขยายตลาดสินค้าอาหารไทยผ่านเครือข่ายร้านอาหารไทยจำนวนมากในเมืองสำคัญอย่างเช่นเมืองซิดนีย์
ขณะที่ด้านพลังงานสะอาดและการบริหารทรัพยากร ทั้งสองประเทศจะร่วมมือกันในเรื่องการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด โดยเฉพาะเทคพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar) และพลังงานลมที่ออสเตรเลียมีเทคโนโลยี และองค์ความรู้อยู่มาก
นอกจากนี้ ออสเตรเลียยังเป็นแหล่งทรัพยากรที่สำคัญ เช่น แร่หายาก (Rare Earth) ที่เป็นวัตถุดิบที่สำคัญในการผลิตแบตเตอรี่ลิเธียมซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต รวมทั้งยานยนต์ไฟฟ้า (EV) แบตเตอรี่ รวมทั้งอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมที่มีความสำคัญของประเทศไทย
รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศยังกล่าวด้วยว่าไทยและออสเตรเลียยังมีความร่วมมือในด้านเทคโนโลยีและเศรษฐกิจดิจิทัล ไทยตั้งเป้าดึงดูดการลงทุนจากออสเตรเลียในด้านดิจิทัล และปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมที่ออสเตรเลียมีความเชี่ยวชาญสูง
รองนายกฯและรมว.ต่างประเทศ ยังได้กล่าวถึงบทบาทของภาคเอกชนไทยในปัจจุบันที่มีความตื่นตัวในการออกไปลงทุนในต่างประเทศมากขึ้น
รวมทั้งในออสเตรเลียเพื่อขยายโอกาสจากเดิมที่มีตลาดในประเทศเพียง 60 ล้านคน โดยทางกระทรวงการต่างประเทศพร้อมที่จะทำหน้าที่เป็นผู้สนับสนุนและอำนวยความสะดวกในแง่ของกฎระเบียบและกติกาที่เป็นอุปสรรครวมถึงการผลักดันผ่านกรอบเขตการค้าเสรีต่างๆ เพื่อให้เอกชนไทยสามารถแข่งขันและดำเนินธุรกิจได้อย่างราบรื่น





